พีเอสดีซี ประกาศลุยค้าปลีก ชูธงตลาดคอมมูนิตี้มอลล์ ดึงจุดแข็งจากบริษัทแม่ด้านทำเลเป็นบันไดในช่วงแรก เหตุคอมมูนิตี้มอลล์เป็นตลาดที่เติบโตดี การแข่งขันยังไม่รุนแรง ประเดิมโครงการแรก ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ผุดคอมมูนิตี้มอลล์ ที่รังสิตคลอง 2 หน้าหมู่บ้านสัมมากร พร้อมทั้งเจรจาซูเปอร์มาร์เกตรายใหญ่มาเปิดบริการ
นายสุชาติ เห็นสว่าง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือพีเอสดีซี เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์อย่างน้อย 1-2 โครงการต่อปี ซึ่งในช่วงแรกนี้คงเน้นพัฒนาในพื้นที่และทำเลที่มีความเหมาะสมจากที่ดินและโครงการของบริษัทแม่ทั้งสองรายคือ สัมมากร (ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้านต่างๆ) และระยองเพียวริฟายเออร์ (ผู้ดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันระยองเพียว) ซึ่งมั่นใจว่าในช่วง 2-3 ปีแรกนี้บริษัทฯไม่มีปัญหาเรื่องการหาทำเลหรือที่ดินอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของบริษัทแม่ด้วย
ทั้งนี้บริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือพีเอสดีซี มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2549 เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 51% และบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 49% เพื่อพัฒนาที่ดินในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในรูปแบบศูนย์การค้าชุมชนหรือคอมมูนิตี้มอลล์
สาเหตุที่มุ่งเน้นการพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์เป็นหลัก เนื่องจากว่า จากการศึกษารูปแบบค้าปลีกในอดีตที่ผ่านมาย้อนหลังกว่า 10 ปี ใน 3 รูปแบบเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลคือ ห้างสรรพสินค้าหรือดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ซูเปอร์สโตร์หรือดิสเคานท์สโตร์ และ คอมมูนิตี้มอลล์ นั้น พบว่า ดีพาร์ทเม้นสโตร์ เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วในตลาดรวมมีพื้นที่รวมกันกว่า 1,250,000 ตารางเมตร แต่ปัจจุบันมีพื้นที่รวม 1,270,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดไม่กี่ราย ที่ผูกขาดตลาดอยู่ ส่วนรูปแบบซูเปอร์สโตร์นั้น เมื่อ 10 ปีที่แล้วมีพื้นที่รวมประมาณ 97,000 ตารางเมตร แต่ขณะนี้มีพื้นที่รวมกันมากกว่า 1,000,000 ตารางเมตร เติบโตขึ้นกว่า 934% แต่ก็ถือเป็นตลาดที่แข่งขันรุนแรงมีผู้ประกอบการรายใหญ่ยึดตลาดจำนวนหนึ่งแล้ว
ขณะที่รูปแบบที่สามคือ คอมมูนิตี้มอลล์นั้น เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วมีพื้นที่ตลาดรวม 980,000 ตารางเมตรเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมากถึง 2,160,000 ตารางเมตร เติบโต 120% ซึ่งถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตที่ดี ในปริมาณที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป และตลาดยังแข่งขันไม่รุนแรงเท่าใดนัก ขณะที่ในตลาดรวมค้าปลีกทั้งหมดเมื่อปีที่แล้วมีพื้นที่ว่างรวมประมาณ 5.7% แต่ว่าปีนี้ลดลงเหลือ 5.4% ซึ่งหมายถึงตลาดยังมีความต้องการอยู่
โดยแผนการพัฒนาที่ดินรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ของบริษัทฯจะมี 3 รูปแบบคือ 1.ขนาดเล็ก ซึ่งจะมีในส่วนของน้ำมันเป็นตัวหลัก และค้าปลีกเป็นตัวรอง พื้นที่เฉลี่ย 2-4 ไร่ ลงทุนประมาณ 20-30 ล้านบาท 2.ขนาดกลาง คอมมูนิตี้มอลล์ โดยมีพื้นที่ค้าปลีกเป็นตัวนำ และตามด้วยปั๊มน้ำมัน ลงทุนประมาณ 80-120 ล้านบาท ซึ่งรูปแบบนี้บริษัทฯจะทำเป็นโครงการแรก และ 3.รูปแบบรีจินัลมอลล์ ขนาดใหญ่ พื้นที่ประมาณ 7-10 ไร่ ลงทุนเฉลี่ย 150-300 ล้านบาท
ทั้งนี้โครงการแรกที่บริษัทฯจะลงทุนคือ คอมมูนิตี้มอลล์ รังสิตคลอง 2 หน้าหมู่บ้านสัมมากร พื้นที่ 6 ไร่ ซึ่งมีปั๊มน้ำมันระยองเพียวเปิดบริการอยู่แล้ว จะพัฒนาเป็นอาคารชั้นเดียว พื้นที่ขายกว่า 3,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นซูเปอร์มาร์เกต 1,000 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการรายใหญ่ และมี ร้านค้าย่อยอีกกว่า 40-50 ร้านค้า พื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ค่าเช่าพื้นที่เฉลี่ย 800 บาทต่อตารางเมตร ลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน 15%
“ทำเลตรงนี้ถือได้ว่ามีความเหมาะสม เพราะจากการสำรวจและวิจัยแล้วพบว่า มีปริมาณรถประมาณ 55,000 คันที่วิ่งผ่านบริเวณนั้น มีหมู่บ้านมากกว่า 80 โครงการ จำนวนประชากรกว่า 1.5 แสนคน ระดับรายได้เฉลี่ย 30,000-65,000 บาทต่อครอบครัว ซึ่งมีกำลังซื้อพอสมควร” นายสุชาติกล่าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า ทุกโครงการของสัมมากรหรือทุกปั๊มน้ำมันของระยองเพียว บริษัทฯจะเข้าไปลงทุนทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเป็นหลัก และบริษัทฯเองก็ต้องเช่าพื้นที่จากบริษัทแม่ต่ออีกทอดหนึ่งด้วย ส่วนทำเลอื่นๆที่มีการศึกษาและเตรียมไว้บ้างแล้วเช่น ปั๊มน้ำมันระยองเพียว นครสวรรค์ ที่ดินกว่า 20 ไร่ ย่านพยุหคีรี, ปั๊มระยองเพียว ตรงข้ามฟาร์มโชคชัย เป็นต้น
|