Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 พฤศจิกายน 2549
บินไทยกำไรโตเท่าตัว             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

   
search resources

การบินไทย, บมจ.
Aviation




นายวัลลภ พุกกะณะสุต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีที่ บริษัทแอร์บัส อินดัสตรี้ จำกัด เลื่อนกำหนดส่งมอบเครื่องบิน แอร์บัส A 380-800 ซึ่งการบินไทยทำสัญญาสั่งซื้อไว้ 6 ลำออกไปอย่างน้อย 22-24 เดือน จากกำหนดเดิมที่จะส่งมอบในเดือนพ.ย. 2552 -2553 (2009-2010 ) นั้น กระทบต่อการวางแผนด้านการตลาดของบริษัทโดยทำให้ในปี 2550 บริษัทยังไม่มีแผนในการเปิดจุดบินใหม่ในแผนระยะสั้น เนื่องจากเครื่องบินไม่เพียงพอ แต่จะใช้วิธีเพิ่มเที่ยวบินในจุดบินที่มีกำไร เพราะไม่ต้องลงทุนเพิ่ม และไม่มีความเสี่ยง

ทั้งนี้ ปัญหาการเลื่อนส่งมอบเครื่องบินของแอร์บัสนั้น จะต้องรอนโยบายจากฝ่ายบริหารรวมถึงคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทชุดใหม่ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งในการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 ธ.ค. 2549 นี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร คาดว่าประมาณเดือนก.พ. 2550 น่าจะมีความชัดเจน โดยในระหว่างนี้ มีการศึกษาแผนรองรับไว้ ทั้งกรณีที่ยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือตกลงเลื่อนรับมอบเครื่องบิน พร้อมๆ กับการเจรจากับแอร์บัสถึงความชัดเจนในการส่งมอบและค่าชดเชยความเสียหายที่จะต้องจ่ายให้บริษัท ซึ่งแอร์บัสจะเสนอมาที่บอร์ดการบินไทย

"จนถึงขณะนี้ แอร์บัสยังไม่ยืนยันกำหนดส่งมอบที่แน่นอนได้ว่าเมื่อใด ซึ่งหากชัดเจนนอกจากเรื่องค่าชดเชยแล้วก็ต้องวางแผนร่วมกันใหม่ เพราะแผนเดิมจะนำ A 380 มาบินในเส้นทางไกล ที่มีผู้โดยสารมาก เช่น ลอนดอน แฟรงเฟริสต์ ปารีส ญี่ปุ่น หรือจีน หรือในบางสนามบินที่ ไม่สามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวบินได้ ก็ต้องเลี่ยงไปเพิ่มความจุของเครื่องบินแทน"นายวัลลภกล่าว

***ฟุ้งกำไร 49 เพิ่มเท่าตัว**

นายวัลลภ กล่าวว่า ผลประกอบการในปี 2549 คาดว่าบริษัทมีรายได้เพิ่มจากจากปี2548 และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6.78 พันล้านบาท เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ในขณะที่ Load Factor อยู่ในระดับ 75% ส่วนในเดือนต.ค. 2549 มี Load Factor ประมาณ 77% ซึ่งถือว่าค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม ในปี 2550 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 13-14% แต่ทั้งนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพราะมีหลายปัจจัย ทั้งที่เกาหลี อิหร่าน ฯลฯ แม้ว่าปัจจุบันระดับราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลง ซึ่งประมาณเดือนธ.ค.นี้บริษัทจะประกาศปรับลด ค่าธรรมเนียมชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) จากผู้โดยสารสำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศลง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย ส่วนเส้นทางไกล การบินไทยเก็บในระดับที่ต่ำกว่าสายการบินอื่นอยู่แล้ว ทั้งนี้หากเทียบราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น การบินไทยสามารถ เก็บค่าธรรมเนียมชดเชยได้เพียง 40% ส่วนอีก 60 % ต้องแบกรับไว้เอง

** การบินไทยพร้อมบินสมุย**

นายวัลลภกล่าวว่า ในระยะสั้นคาดว่าจะสามารถเปิดเส้นทางบินเพิ่ม คือ กรุงเทพ-สมุย ซึ่งคาดว่าจะเปิดได้วันละ 2 เที่ยวบินโดยปัญหาเรื่องขีดความสามารถของรันเวย์ กรมการขนส่งทางอากาศ ได้ให้การรับรองแล้วว่า สามารถรองรับเครื่องบิน แอร์บัส 737-400 ได้ รวมถึงมลภาวะทางเสียง ทางสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเช่นกัน เหลือเพียงการขอเพิ่ม Slot Times ซึ่งตามมาตรฐานรันเวย์เดี่ยว สามารถรับได้ 70-80 เที่ยวบินต่อวัน

โดยบริษัทพร้อมที่จะเปิดบินสมุย เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารที่มาจากยุโรปและต้องการเดินทางไปสมุยเดือนละกว่า หมื่นคน นอกจากนี้ การบินไทยยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบไอที เพื่อทำการบินร่วม (โค้ดแชร์) กับบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือนมี.ค. 2550

***เปิดดอนเมืองเอื้อประโยชน์โลว์คอสต์**

นายธีรพล โชติชนาภิบาล ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัทการบินไทยกล่าวว่า กรณีที่จะมีการเปิดใช้สนามบินดอนเมืองอีกครั้งนั้น ในส่วนของการบินไทยเห็นว่า จะต้องมีความชัดเจนเรื่องค่าบริการ และค่าใช้จ่าย ต่างๆ และต้องเปิด กว้างให้ทุกสายการบิน เพราะหากกำหนดว่าให้เฉพาะโลว์คอสต์แอร์ไลน์ น่าจะไม่ถูกต้องนัก เพราะสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (Full Service) อยู่ที่สุวรรณภูมิ เสียค่าใช้จ่ายเต็มที่ ให้กับทอท. ในขณะที่ทอท. กลับนำรายได้จากสุวรรณภูมิมาสนับสนุนดอนเมืองที่ให้บริการ โลว์คอสต์แอร์ไลน์แล้วขาดทุน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us