|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แฮปปี้ดีแทคจับมือพันธมิตรข้ามสายพันธุ์ทั้งโตโยต้า ยามาฮ่า โมโตโรล่า สร้างเครือข่ายโมบิลิตี้ อัดแคมเปญ “บัตร 60 โชคหกใส่” ที่มาพร้อมบัตรเติมเงินราคา 60 บาท สร้างตลาดแนวใหม่ในแบบรีฟิลล์ มาร์เก็ตติ้ง ที่เจาะเข้าถึงแมสมาร์เก็ตโดยตรง ส่วนยอดขายสิ้นไตรมาส 3 ทะลุเป้าถึง 3 ล้านราย ขณะที่แผนนำเข้าตลาดฯ ยันยังเป็นภายในปีนี้ และพร้อมให้ตรวจสอบเรื่องนอมินี
นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า แฮปปี้ดีแทคได้ร่วมกับพันธมิตรคือ โตโยต้า ยามาฮ่า และโมโตโรล่า เพื่อสร้างเครือข่าย Mobility โดยนำจุดเด่นของการเป็นผู้ให้บริการด้านความเคลื่อนไหวสร้าง Trend ใหม่ของบริการข้ามสายพันธุ์เพื่อลูกค้า บนจุดยืน Customer Mobility ด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหญ่ร่วมกันครั้งแรก “บัตร 60 โชคหกใส่” หลังแฮปปี้ออกบัตรเติมเงินราคาใหม่ 60 บาท จำนวน 45 ล้านใบ มูลค่า 2,700 ล้านบาท
จากความร่วมมือจากอุตสาหกรรมยานยนต์ และวงการโทรคมนาคม จะช่วยสร้างเครือข่ายมูลค่าเพิ่มแห่ง Mobility (Mobility Value Creation Cycle) สร้างความสัมพันธ์คู่ค้าต่อเนื่องสู่ลูกค้าในมุมที่แตกต่าง และจะกลายเป็นความร่วมมือระยะยาวในการทำการตลาดร่วมกันในอนาคต
พันธมิตรที่มาร่วมมือกันในครั้งนี้ล้วนเป็นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจที่เรียกว่า Mobility มีสินค้าและบริการเกี่ยวกับการเดินทางและการสื่อสารไร้สาย ที่ช่วยย่นระยะเวลาและให้ความสะดวกกับลูกค้าเป็นพื้นฐาน โดยผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากความร่วมมือในครั้งนี้จากการจัดแคมเปญดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เช่น เติมเงินมือถือแล้วยังมีโอกาสได้ขับรถกระบะโตโยต้า ขี่มอเตอร์ไซค์ยามาฮ่า และมีมือถือรุ่นใหม่ของโมโตโรล่า ซึ่งเป็นการมอบความสะดวกและรวดเร็วถึง 2 ต่อ
นอกจากการจัดชิงโชคครั้งนี้แล้วยังเป็นการโปรโมตการเติมเงินแฮปปี้ที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป็นจำนวนมากได้เป็นอย่างดี โดยแฮปปี้ได้ผลิตบัตรเติมเงินราคา 60 บาทขึ้นมาเป็นครั้งแรก เป็นรุ่นพิเศษสำหรับใช้ในการร่วมสนุกกับพันธมิตร ได้รับความสนับสนุนจากพันธมิตรในการนำภาพสินค้ามาพิมพ์ลงบนหน้าบัตรเติมเงินเป็นครั้งแรก และเป็นการเปิดแนวการทำการตลาดใหม่ซึ่งเดิมเน้นในรูปแบบ acquisition marketing เป็น refill marketing มากขึ้น ตามพัฒนาการของตลาดมือถือที่เปลี่ยนไป
เหตุผลที่แฮปปี้ออกบัตรราคา 60 บาท เพราะต้องการเจาะเข้าไปในกลุ่มแมส มาร์เก็ต เนื่องจากบัตรเติมเงินที่เข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างอย่างแมสได้คือ 50 บาท แต่เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับแคมเปญใหม่ จึงต้องออกบัตรที่มีราคาใกล้เคียงกับ 50 บาท
ส่วนวิธีการชิงโชคสามารถส่งไปชิงโชครางวัลตามภาพสินค้าที่พิมพ์บนบัตรนั้นๆ ได้ สำหรับรางวัลประกอบด้วย โตโยต้า วีโก้ 5 คัน ยามาฮ่า ฟิโน 10 คัน และโมโตโรล่า วี3 จำนวน 100 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มจากวันนี้ถึงเดือนก.พ. 2550 และในช่วง 2-3 เดือนนี้ ดีแทคจะใช้งบการตลาดประมาณ 25 ล้านบาท
“ตลาดมือถือขณะนี้ที่สำคัญไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็นการใช้งาน ปัจจัยหลักคือรายได้ ไม่ใช่ฐานลูกค้า รีฟิลล์ มาร์เก็ตติ้งจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการทำตลาด แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เน้นเรื่องฐานลูกค้า แต่เน้นในแบบฉบับของเรา”
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวและว่าสำหรับตลาดโดยร่วมของมือถือช่วงไตรมาส 4 ทั้งอุตสาหกรรมไม่โต เนื่องจากราคาค่าบริการลงมาต่ำมาก และต่ำมานานแล้ว ขณะที่การแข่งขันโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ยังมีความรุนแรง ซึ่งจะเห็นได้จากเบอร์หนึ่งกับเบอร์สามที่มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง มีโฆษณาออกมาเรื่อยๆ จนทำให้ผู้บริโภคงง
“อุตสาหกรรมโทรคมนาคมทำร้ายตัวเอง อย่างเอไอเอสกับทรูก็ยังเกทับกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ออกโฆษณาจนทำให้ตลาดงง”
ด้านยอดขายของบริการแบบเติมเงินหรือพรีเพดของดีแทค สิ้นไตรมาส 3 มียอดลูกค้าใหม่ประมาณ 3 ล้านราย เกินเป้า 2 ล้านรายที่ตั้งไว้เมื่อต้นปี ส่วนช่วงไตรมาส 4 คาดว่ายอดขายจะใกล้เคียงกับไตรมาส 3 คือประมาณ 8 แสนราย
เข้าซื้อขายในตลาดฯ ปีนี้
นายซิคเว่กล่าวถึงแผนการนำดีแทคเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนเดิมคือ ภายในสิ้นปีนี้ เพราะขั้นตอนเหลือเพียงเรื่องของรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
ส่วนเรื่องของโครงสร้างผู้ถือหุ้นในดีแทค ที่ถูกมองว่าคล้ายกับดีลเทมาเส็กกับชินคอร์ปที่เข้าข่ายเรื่องของนอมินีนั้น ซิคเว่กล่าวว่า ถึงจะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน เพราะในการถือหุ้นของดีแทคทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังไม่มีการติดต่อขอตรวจสอบจากกระทรวงพาณิชย์ ถ้าหากทางภาครัฐมีการติดต่อขอตรวจสอบก็พร้อมจะให้ตรวจสอบได้ทุกเมื่อ
|
|
 |
|
|