Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน6 พฤศจิกายน 2549
ไทยรุ่งฯเล็งเพิ่มแบรนด์ รับแผนแตกไลน์รถใหม่             
 


   
www resources

โฮมเพจ ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์

   
search resources

ไทยรุ่ง ยูเนี่ยนคาร์, บมจ.
Automotive




“ไทยรุ่งยูเนียนคาร์” เล็งเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ นอกจากชื่อรถดัดแปลง “ทีอาร์” เพื่อรองรับแผนแตกไลน์รถยนต์ใหม่ๆ สู่ตลาดมากขึ้นในปีหน้า เช่น รถลีมูซีน รถใช้ก๊าซเอ็นจีวี รถใช้งานพิเศษ และรถบัส มั่นใจประสบการณ์จัดจำหน่าย พร้อมเดินหน้าได้ทันที

นายสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นอกจากที่บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มไลน์สินค้าในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี รถใช้งานพิเศษของหน่วยงานรัฐ รถลีมูซีน และรถบัส-บรรทุกในปีหน้า บริษัทฯ ยังมีแนวทางการการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ของบริษัท ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังจากที่ในปัจจุบันมีการสร้างแบรนด์ทีอาร์ เป็นซับแบรนด์ของรถยนต์ดัดแปลงเพียงยี่ห้อเดียว

“เมื่อมีสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น เป็นไปได้ที่จะมีการสร้างตราสินค้าใหม่ขึ้นมารองรับ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของตราสินค้า และการนำไปติดตั้งกับสินค้าประเภทใด ซึ่งในอดีตไทยรุ่งฯ เคยทำตลาดแบรนด์ชีตาร์ทำตลาดรถบรรทุก หรือรถตู้ในชื่อพาสปอร์ตมาก่อน ส่วนที่เราไม่ใช้แบรนด์ที่มีอยู่ทำตลาด เพราะหากมีปัญหาก็จะได้รับผลกระทบมาก จึงมีความคิดที่จะเปิดตราสินค้าของตัวเองดีกว่า”

สำหรับความพร้อมในการขยายตราสินค้า บริษัทฯ มีพื้นฐานในเรื่องของการจัดจำหน่ายมาโดยตลอด และเคยทำตลาดรถยนต์มาหลายยี่ห้อ ตลอดช่วงของการทำธุรกิจมา 39 ปี จึงถือว่ามีความพร้อมค่อนข้างมาก และหากสินค้ามีความเหมาะสม บริษัทฯ จึงพร้อมที่จะทำตลาดภายใต้แบรนด์ของตัวเองอย่างแน่นอน

นายสมพงษ์กล่าวว่า ส่วนสินค้าใหม่ที่จะรุกตลาดในปีหน้าบริษัท มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานก๊าซธรรมชาติ ที่อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการหลายราย โดยเฉพาะจากจีนและอิตาลี ซึ่งอาจจะนำเข้ามาจากทั้ง 2 แห่ง เพื่อรองรับตลาดที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ก็มีโครงการที่จะทำรถโดยสารเอ็นจีวี ทั้งขนาดใหญ่และมินิบัส เพื่อรองรับนโยบายของขสมก. แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร

ในส่วนของรถพยาบาลเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งเป็นสินค้าที่ยังไม่มีใครทำตลาดอย่างจริงจังในไทย รวมถึงรถลีมูซีน 5 ที่นั่ง ถือว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจ และบริษัทฯ มีความพร้อมของโรงงาน ที่สามารถผลิตแชสซีและประกอบตัวถังได้ทั้งหมด เหลือเพียงแต่เครื่องยนต์ที่อาจจะต้องพิจาณาว่า จะนำเข้าจากต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งบริษัทเองต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงปีหน้า เพื่อที่จะทำให้ยอดจำหน่ายของบริษัทกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้งหนึ่ง

จากการขยายไลน์สินค้ามากขึ้น ในส่วนของการขายรถยนต์ปีหน้า คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3,000 คัน หรือเติบโตกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีนี้ ซึ่งประเมินว่ายอดจำหน่ายรถยนต์น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 -1,300 คัน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เมื่อต้นปี 30-40% เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยอดจำหน่ายรถแท็กซี่ลีมูซีนไม่เป็นไปตามคาด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us