|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ทายาทรุ่นที่ 4 คั่นกี่น้ำเต้าทอง ทุ่ม 100 ล้านบาท ปั้นธุรกิจเครื่องดื่มสมุนไพร”เฮิร์บ ทู โอ” สร้างฐานลูกค้าใหม่อายุ 30 ปี รับมือยาตำรับโบราณซบเซา ทะลวงกลุ่มคนรุ่นใหม่ยาก ไม่สามารถอ้างอิงสรรพคุณได้ กระทบยอดขายพลาดเป้าสะสมหลายปี ซุ่มพัฒนาลูกอมสมุนไพรปลายปีหน้าเปิดตัว ตั้งเป้าภายใน 3 ปี กวาดรายได้ 200 ล้านบาท
นายชวน ธรรมสุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คั่นกี่น้ำเต้าทอง จำกัด ทายาทยาตำรับโบราณยาขมตราน้ำเต้าทองรุ่นที่ 4 เปิดเผยกับ “ผู้จัดการรายวัน”ว่า จากการที่บริษัทฯดำเนินธุรกิจยาตำรับโบราณมากกว่า 104 ปี หรือก่อตั้งธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2444 แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของบริษัทฯไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ตั้งไว้ประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจากยาตำรับโบราณไม่สามารถอ้างอิงถึงสรรพคุณได้ หรือไม่มีผลทางการแพทย์มายืนยัน ซึ่งปัจจุบันมียาตำรับโบราณหลายตัวที่อยู่ในตลาดร่วม 50 ปีขึ้นไป ต่างประสบปัญหาเช่นเดียวกับยาขมน้ำเต้าทอง อาทิ ยาเสือ 11 ตัว, ยาตรา 5เจดีย์,ยาเทวี และยาขมตราใบห่อ
ดังนั้นยาขมน้ำเต้าทอง จึงวางแผนปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ โดยทุ่มงบ 100 ล้านบาทแตกโปรดักส์ไลน์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มสมุนไพรภายใต้แบรนด์ “เฮิร์บ ทู โอ” นับเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี ที่บริษัทฯได้สลัดคราบหรือภาพลักษณ์ของการธุรกิจเป็นยาออก จากเดิมโครงสร้างของบริษัทฯดำเนินธุรกิจยาตำรับโบราณ 4 ชนิด ได้แก่ กลุ่มยาขม กลุ่มยาหวาน กลุ่มอาหารสมุนไพรและเครื่องดื่มชนิดชง
โดยการปรับตัวในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการขยายฐานลูกค้าอายุ 30 ปี จากปัจจุบันฐานลูกค้าของยาขมน้ำเต้าทอง มีฐานลูกค้าอายุ 40 ปีขึ้นไปเป็นหลักการเปิดตัวเครื่องดื่มสมุนไพรเฮิร์บ ทู โอ บริษัทฯต้องการให้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่สามารถจับต้องได้ง่ายมากขึ้น โดยมีด้วยกัน 5 รสชาติ ได้แก่ มะขามป้อม อัญชัน ส้มแขก จับเลี้ยง เก๊กฮวย แปดเซียน และชาใบหม่อน โดยในช่วงแรกได้ให้บริษัท ฟู้ดแอนด์ดริ๊งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตให้ ส่วนต้นปีหน้าได้เตรียมสั่งซื้อเครื่องจักร 40 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ปลายปีหน้านี้ ซึ่งงบการตลาดวางไว้ที่ 60 ล้านบาท
ล่าสุดประเดิมจัดโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการทดลองดื่มสำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรเฮิร์บ ทู โอ วางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม โกลเด็นเพลซจัสโก้ และร้านค้าปลีกรายย่อย โดยปัจจุบันบริษัทฯเป็นผู้กระจายสินค้าเองทั้งหมด อย่างไรก็ตามนอกจากบริษัทฯจะแตกโปรดักส์ไลน์เครื่องดื่มสมุนไพร ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาลูกอมสมุนไพรภายใต้แบรนด์เฮิร์บ ทู โอ ทั้งนี้วางเป้าหมายเพื่อขยายฐานลูกค้าอายุ 20 ปีขึ้น หรือกลุ่มที่กำลังเข้าสู่วัยทำงาน โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตปลายปีนี้
นอกจากนี้บริษัทฯยังได้เตรียมแตกโปรดักส์ไลน์ในกลุ่มเครื่องดื่มชนิดชงเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีเพียงรสชาติเดียว คือ จับเลี้ยง แนวโน้มตลาดยาสมุนไพรในประเทศไทย ยังคงมีทิศทางที่ดี เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าจากธรรมชาติมากขึ้น แต่อุปสรรคของการทำตลาด คือ ยาสมุนไพรไม่สามารถขยายฐานลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ โดยปัจจุบันมียาสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิดที่ได้รับความนิยม อาทิ ขมิ้นชัน และฟ้าทลายโจร สำหรับการแตกโปรดักส์ไลน์ของยาขมน้ำเต้าทอง บริษัทฯตั้งเป้าหมายภายใน 3ปี มีผลประกอบการ 200 ล้านบาท
|
|
 |
|
|