Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน2 พฤศจิกายน 2549
กสิกรไทยบุกกองอสังหาฯรักษาแชมป์ธุรกิจกองทุน             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด

   
search resources

กสิกรไทย, บลจ.
วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ
Funds




เปิดแผนปีหน้า บลจ.กสิกรไทย เตรียมบุกกองทุนอสังหาฯ เต็มสูบ หลังดึง "วิวรรณ" มือดีเข้ามาเสริมทัพ เผยมีแผนจัดตั้งกองทุนอย่างน้อย 3 กองทุน ระบุธุรกิจอสังหาฯไทยยังมีโอกาสโตสูง ส่วนผลการดำเนินงานปีนี้ เอ็นเอวีทะลุเป้าแล้ว พร้อมส่งกองทุน LTF บุกตลาดช่วง 2 เดือนที่เหลือ

นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทมีแผนจะออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) จำนวน 3 กองทุน ซึ่งสินทรัพย์ที่ให้ความสนใจมีทั้ง อาคารสำนักงานให้เช่า โรงแรม เซอร์วิส อพาร์เมนต์ รีเทล เป็นต้น

ทั้งนี้ มองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยราคายังไม่แพงมากนัก ประกอบกับธุรกิจนี้ยังสามารถเติบโตได้อีกมากในอนาคต นอกจากนี้ อัตราค่าเช่าก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งในส่วนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์เองก็เชื่อว่าจะได้รับความสนใจและเป็นการลงทุนที่ดีในระยะยาว

"อสังหาฯ ในบ้านเรายังไม่แพงมากนัก ซึ่งในอนาคตยังมีโอกาสเติบโตได้อีกเยอะ ซึ่งในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยนิ่งนิ่ง และอยู่ในช่วงขาลงเช่นนี้ การลงทุนผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ก็จะน่าสนใจมากขึ้น"นางวิวรรณกล่าว

อย่างไรก็ตาม การลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท ถ้าเป็นไปได้อยากจะลงทุนในสินทรัพย์ประเภทซื้อขาด เพื่อป้องกันความสับสนของนักลงทุน แต่หากจำเป็นต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอายุการเช่าพื้นที่ก็สามารถลงทุนได้ ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับโลเคชั่นของสินทรัพย์นั้นๆ ด้วยว่ามีความน่าสนใจและจะสร้างผลตอบแทนได้มากน้อยแค่ไหน

นางวิวรรณ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบลจ.กสิกรไทยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี) ภายใต้การบริหารรวมแล้วประมาณ 2.39 แสนล้านบาท โดยเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 11.68% จากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2.14 แสนล้านบาทในช่วงสิ้นปีที่แล้ว ซึ่งการขยายตัวดังกล่าวถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งเป้าการเติบโตทั้งปีไว้ที่ 10% หรือมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 2.34 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมทั้งอุตสาหกรรม ล่าสุด ณ เดือนตุลาคม 2549 มีมูลค่ารวมประมาณ 9.69 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 1.98 แสนล้านบาท จากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 7.71 แสนล้านบาทในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา

นางวิวรรณกล่าวว่า สำหรับในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะเน้นทำการตลาดกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่นิยมซื้อหน่วยลงทุนกันในช่วงปลายปีมากกว่า โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทมีเงินลงทุนใหม่สำหรับกองทุน LTF และประมาณ 900 ล้านบาทจากกว่า 1,900 บัญชี ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมสำหรับกองทุน LTF แล้วประมาณ 4,396.75 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 3,516 ล้านบาท โดยทั้งปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน LTF ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท

ส่วนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 7,504.37 ล้านบาท โดยมีเงินลงทุนใหม่เพิ่มขึ้นสำหรับปีนี้ประมาณ 800 ล้านบาทจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 6,721 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสำหรับกองทุน RMF เป็น 2,000 ล้านบาทเช่นกัน

สำหรับแนวโน้มการลงทุนของกองทุน LTF และ RMF ทั้งปีนี้ เชื่อว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกองทุน LTF ที่เป็นการลงทุนระยะสั้นกว่า และยังมีฐานลูกค้าที่สามารถลงทุนได้อีกเป็นจำนวนมาก แต่เงินลงทุนใหม่ที่เข้ามาอาจจะมีจำนวนไม่มากนัก โดยในส่วนของกองทุน LTF คาดว่าทั้งปีนี้จะขยายตัวประมาณ 80-90% ส่วนกองทุน RMF คาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 30-50%

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ได้เปิดช่องทางใหม่ผ่านทางระบบอัตโนมัติ (e-channel) จำนวน 3 ช่องทางทั้ง K-ATM K-Contact และ K-Invest เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค่าที่ลงทุนผ่านกองทุน LTF และ RMF ในการซื้อขายหน่วยลงทุน นอกจากนี้ ยังได้จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุนผ่านกองทุน LTF ตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป จะได้รับกระเป๋าเก็บความร้อน-เย็น มูลค่า 850 บาทอีกด้วย

สำหรับตำแหน่งประธานกรรมการของบลจ.กสิกรไทย ที่ว่างลงหลังจากนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางวิวรรณ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจใหม่แล้ว ส่วนการสรรหาใหม่นั้น โดยส่วนตัวมองว่าคงไม่มีความจำเป็นและไม่น่าจะมีใครเข้ามาแทน เนื่องจากนายปิยสวัสดิ์เองก็จะทำหน้าที่รัฐมนตรีเพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งในที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วย

ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้น นางวิวรรณกล่าวว่า ดัชนีสิ้นปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 720-750 จุด ส่วนในปีหน้าก็น่าจะขึ้นไปถึง 850 จุดได้ แต่ถ้ามีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อว่าสิ้นปีนี้ดัชนีจะมีโอกาสปรับขึ้นไปสูงกว่า 750 จุดได้ ส่วนในปีหน้าโอกาสที่ดัชนีจะแตะ 850 ก็จะเห็นเร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอถึงกลางปีหรือสิ้นปี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us