Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน2 พฤศจิกายน 2549
ทิปโก้ทุ่มงบตลาดพันล.ปีหน้า สร้างธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจร             
 


   
www resources

โฮมเพจ ทิปโก้

   
search resources

ทิปโก้ เอฟแอนด์บี, บจก.
Soft Drink




ทิปโก้ อัดฉีดงบปีหน้า 1 พันล้านบาท สร้างอาณาจักรเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพครบวงจร ลั่นกลองลุยน้ำผลไม้ขวดเพ็ท - ลุยเครื่องดื่มสุขภาพแคธิกอรี่ใหม่เสริมเขี้ยวเล็บ ระเบิดนวัตกรรมออรา หวังกวาดรายได้ 3 พันล้านบาท ล่าสุดทุ่ม 150 ล้านบาท ลุยโค้งสุดท้าย เปิดตัวสินค้าใหม่ 8 ตัว ขนทัพน้ำผลไม้ลงเซกเมนต์ 100% -พาสเจอร์ไรซ์ ปั้นแบรนด์ใหม่จูปิเตอร์ลงน้ำผลไม้ 25% ตั้งเป้าสิ้นปีโกยรายได้ 1,500 ล้านบาท

นายบัญชา สุรัตนชัยกุล ผู้อำนวยการปฏิบัติการ ธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้ตราทิปโก้ เปิดเผยว่า ในปีหน้านี้บริษัทฯเตรียมทุ่มงบตลาด 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจากปีนี้ใช้งบ 500 ล้านบาท เพื่อเปิดตัวเครื่องดื่มน้ำผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะในรูปบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทในตลาดน้ำผลไม้กว่า 10% เพราะเป็นตลาดที่คู่แข่งรายใหญ่อย่างทรอปิคานาและสแปลชเป็นผู้ผลักดันตลาด

นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพลงในแคธิกอรี่ใหม่ รวมทั้งเปิดตัวน้ำแร่ออรา ซึ่งเป็นจะนวัตกรรม หลังจากที่ปีนี้บริษัทฯได้รีแบรนด์ดิ้งใหม่ ทั้งรูปแบบบรรจุภัณฑ์และฉลากให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

รวมทั้งเตรียมปรับด้านการกระจายสินค้าให้ความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้ให้บริษัท ดีทแฮล์ม เป็นผู้กระจายสินค้า โดยจะหันไปกระจายสินค้าในตลาดต่างจังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้ผลประกอบการปี 2550 ของบริษัทฯเป็นไปตามเป้าหมายคือ 3,000 ล้านบาท เติบโตเท่าตัวจากปี 2549 ตั้งเป้ามีรายได้ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็น น้ำผลไม้ 90% และน้ำแร่ออรา 10% จากปี 2548 มีรายได้ 1,100 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในปี 2550 มาจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทและผลิตภัณฑ์ใหม่

แนวโน้มการแข่งขันตลาดน้ำผลไม้โดยรวมมูลค่า 4,668 ล้านบาท จะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการทุ่มงบโฆษณาประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมการตลาด เพราะตลาดที่มีการเติบโตสูง โดยปีนี้เติบโตถึง 15% อีกทั้งอัตราการดื่มของคนไทยเพียง 2-3 ลิตรต่อคนต่อปีเท่านั้น ส่วนพฤติกรรมการดื่มในบ้านสัดส่วน 60% และนอกบ้านเพียง 40% เท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเปิดตัวสินค้าลงในตลาดน้ำผลไม้เพิ่มขึ้น

โดยปีหน้ามีแนวโน้มว่าตลาดน้ำผลไม้พรีเมี่ยมคิดเป็นสัดส่วน 47% ของตลาดรวม และตลาดน้ำผลไม้อีโคโนมี่สัดส่วน 37% จะเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง ส่วนตลาดน้ำผลไม้ระดับกลาง ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 8% ของตลาดจะถูกน้ำผลไม้อีโคโนมี่ช่วงชิงฐานลูกค้า เนื่องจากขายในเรื่องของความสดชื่นเช่นเดียวกัน แต่อีโคโนมี่วางราคาถูกกว่า

**เปิดสินค้าใหม่8ตัวลุยโค้งท้าย**

นายบัญชา กล่าวว่า สำหรับแผนการทำตลาดในช่วงไตรมาสที่สี่ บริษัทฯได้ทุ่มงบการตลาด 150 ล้านบาท แบ่งเป็นงบ น้ำแร่ออรา 50 ล้านบาท และน้ำผลไม้100% ราว 80-90 ล้านบาท โดยเปิดตัวสินค้าใหม่ 8 รายการ ได้แก่ น้ำพรุนผสมน้ำองุ่นแท้ 100% น้ำมะเขือเทศแท้ 100% และปิดจุดอ่อนเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดน้ำส้ม ด้วยการเปิดตัวน้ำส้มโชกุน และน้ำส้มสายน้ำผึ้ง 100% ส่งผลให้ทิปโก้เป็นแบรนด์ที่มีน้ำส้มถึง 7 สายพันธุ์

นอกจากนี้บริษัทฯยังได้เปิดตัวน้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์ทิปโก้สควีซใหม่ 2 รสชาติ ได้แก่ รวมหลากสายพันธ์เบอร์รี่ และน้ำมะม่วงผสมน้ำผลไม้รวมแท้ 100% เนื่องจากเป็นเซกเมนต์ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด และตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดของทิปโก้ สควีซ ปัจจุบันครองส่วนแบ่ง 45% จากสัดส่วนตลาดคิดเป็น 15% ของตลาดน้ำผลไม้ 100% มูลค่า 2,161 ล้านบาท

**สร้างธุรกิจขาใหม่เสริมอาณาน้ำผลไม้**

นอกจากตอกย้ำผู้นำตลาดน้ำผลไม้ 100% ซึ่งครองส่วนแบ่ง 47% อันดับสองเป็นยูนิฟ 19% และมาลี 17% แล้ว บริษัทฯยังเน้นรุกตลาดน้ำผลไม้ในเซกเมนต์ใหม่ เปิดตัวน้ำผลไม้ 25% ภายใต้ "จูปิเตอร์" ลงสู่ตลาด เนื่องจากเล็งเห็นว่าตลาดน้ำผลไม้อีโคโนมี่ยังมีช่องว่างให้ทำตลาด มีบรรจุภัณฑ์เป็นสามเหลี่ยม เจาะกลุ่มเป้าหมายเด็กในกรุงเทพฯและปริมณฑลอายุระหว่าง 5-15 ปี

ส่วนน้ำผลไม้เต้เต้ จะเน้นเจาะเด็กในตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังได้ทุ่มงบอีก 5 ล้านบาท ทำบูธจูซบาร์สควีซ 2 จุด ในงานมหกรรมพืชสวนโลก หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดร้านสควีซได้เปิดไปแล้ว 5 แห่ง ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 30 สาขา ปีหน้า จากปัจจุบันมีทั้งหมด 40 สาขา ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาสสี่ บริษัทฯยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เนเจอร์ อัพ รสชาติใหม่ น้ำนมข้าวผสมลูกเดือยและฮาเซิลนัท จากเดิมมี 3 รสชาติ ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่ง 50% จากมูลค่าตลาดเครื่องดื่มธัญญาหาร 250 ล้านบาท สภาพตลาดปีนี้โต 10%

สำหรับแผนการทำตลาดน้ำแร่ออรา บริษัทฯจะให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับน้ำแร่ เนื่องจากน้ำแร่ออราวางราคา 10 บาท สูงกว่าน้ำแร่ในตลาดแบรนด์อื่นๆ อาทิ มิเนเร่ของเนสท์เล่ ราคา 6 บาท เพราะมีค่าขนส่งที่สูงกว่าโดยโรงงานบรรจุขวดตั้งที่ จ.เชียงใหม่ ล่าสุดบริษัทได้เตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ พร้อมกันนี้ได้ทุ่มงบ 5 ล้านบาท เปิดตัวในงานเฉลิมฉลองมหกรรมพืชสวนโลกในงานราชพฤกษ์ 2549 โดยนำขบวนคาราวานออรา มหัศจรรย์แห่งน้ำแร่เย็น มาแจกทั่วจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 3 ปี จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดแทนที่มิเนเร่ ด้วยการครองส่วนแบ่งมากกว่า 50% จากปัจจุบันออรามีส่วนแบ่งเกือบ 30% มิเนเร่เกือบ 50% จากมูลค่าตลาดน้ำแร่ 500 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us