"เซ็นทรัล" ลั่นไม่ผิดสัญญาเช่าที่ร.ฟ.ท. ไม่ให้ยึดประกัน 3 ล้าน ลั่นร.ฟ.ท.อยากได้ต้องฟ้องร้องเอาส่งทนาย
เจรจาอนุกรรมการประเมินค่าเสียหายสัญญาเช่าพื้นที่ร.ฟ.ท. แจงต้องการเจรจา 3 ข้อที่คลุมเครือ
ฉีกหน้าอนุกรรมการฯส่งข้อมูลแค่ตัวเลขงบดุลปี 38-44 ด้านอนุกรรมการให้เวลาถึง 6
ก.พ.ส่งข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนสรุปตัวเลขค่าเสียหาย
วานนี้ (29 ม.ค.) ผู้แทนกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ประกอบด้วยนายสิงห์ เลขะกุล ที่ปรึกษาด้านกฎ
หมายนางสุวิมล จึงโชติกพิศิฐ รองกรรมการผู้จัด การใหญ่สายงานบริหารทรัพย์สินและดูแลลูกค้า
ได้เข้าพบคณะอนุกรรมการตรวจสอบ และประเมินความเสียหายการดัดแปลงและต่อเติมอาคารในพื้นที่ตามสัญญาเช่าที่การรถไฟแห่ง
ประเทศไทย ของบริษัทเซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด โดยนายอุทิศ ธรรมวาทิน รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะ
ประธานคณะอนุกรรมการเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เซ็นทรัลนำข้อมูลงบการเงินในช่วงปี
2538-2544 มาให้พร้อม กับปฏิเสธกรณีที่คณะกรรมการคณะกรรมการชุดที่มี พล.ต.อ.วุฑฒิชัย
ศรีรัตนวุฑฒิ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธาน สรุปผลสอบสวนว่าเซ็นทรัลทำผิด
14 ข้อ แต่ขอเจรจาใน 3 ข้อ คือ 1. ลานจอดรถติดแอร์ชั้นบน ประมาณ 3,000 ตร.กม. 2.
แผงร้านค้าด้านหน้า บริเวณสวนหย่อม 40 กว่าแผง 3. อาคารด้านหลังโรงแรมพื้นที่ประมาณ
200 ตร.กม.ซึ่งใช้สำหรับเก็บดิน ปุ๋ยและต้นไม้
ที่ประชุมได้หารือและเห็นว่าควรเปิดโอกาส ให้เซ็นทรัลส่งเอกสารข้อมูลมาให้อีกครั้งภายในวันที่
6 ก.พ.46 แม้ว่าที่ผ่านมาจะเปิดโอกาสให้มากแล้วก็ตาม เช่น เอกสารด้านสัญญารับเหมาก่อสร้างพื้น
ที่ส่วนที่ดัดแปลงเพิ่มเติม เอกสารเกี่ยวกับลูกค้าเช่า อาทิ รายชื่อลูกค้า ระยะเวลาการเช่า
และค่าเช่า ทั้งนี้ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการคำนวณค่าเสียหายที่ร.ฟ.ท. สูญเสีย
นายอุทิศกล่าวว่า คณะอนุกรรมการเปิดโอกาส ให้เซ็นทรัลได้ชี้แจงและส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณามาพอสมควรแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังวันที่ 6 ก.พ.นี้ ไม่ว่าเซ็นทรัลจะส่งเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่
เซ็นทรัลจะยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิด คณะอนุกรรมการจำเป็นต้องเร่งสรุปผลประเมินค่าเสียหายเพื่อส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาต่อไปคาดว่าภายในกลางเดือนก.พ.จะสรุปได้
เนื่อง จากอนุกรรมการได้ทำงานล่วงเลยเวลาที่ได้รับมอบหมายมาแล้ว โดยคณะอนุกรรมการมีแนวทางในการ
ประเมินอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้รับข้อมูลจากเซ็นทรัลก็ตาม
"งบการเงินที่เซ็นทรัลเอามาให้เราหาได้เอง แต่เพราะต้องการความร่วมมือจากเอกชน
ซึ่งคณะอนุกรรมการมีเวลาทำงานน้อยต้องรีบสรุป ส่วนกรณี ที่เซ็นทรัลบอกว่า ไม่มีโอกาชี้แจงในกรรมการชุดใหญ่
ผมเป็นกรรมการชุดนั้นด้วย ทราบข้อเท็จจริงทุกอย่าง ข้อสรุปที่ออกมามีเหตุผล ดังนั้น
เซ็นทรัลจะขอมาคุยกับผมคงไม่ได้แล้วเพราะกรรมการชุดใหญ่สรุปแล้วว่าผิด 14 ข้อ ตอนนี้ในฐานะเป็นอนุกรรมการมีหน้าที่ประเมินค่าเสียหายทั้งหมดที่ร.ฟ.ท.พึงได้รับ"
ก่อนหน้านี้อนุกรรมการได้ติดต่อให้เซ็นทรัล ส่งเอกสารข้อมูลและชี้แจงตั้งแต่
9 ม.ค. แต่เซ็นทรัล ขอผัดผ่อนเป็น 15 ม.ค.และ 27 ม.ค.จนมาถึงวันที่ 29 ม.ค. อย่างไรก็ตาม
เมื่อมีข้อพิพาททางแพ่ง คู่สัญญามีสิทธิ์ที่จะพูดได้ทุกประเด็น ขณะที่กรรมการ ชุดใหญ่ชี้แล้วว่าเซ็นทรัลผิดสัญญา
ส่วนอนุกรรมการ มีหน้าที่ในการประเมินค่าเสียหาย ซึ่งสิ่งที่ต้องการได้จากเซ็นทรัลคือ
เริ่มต้นของการมีรายได้จากพื้นที่ต่อเติมดัดแปลงผิดสัญญา
ยื้อริบประกัน 3 ล้านชี้ร.ฟ.ท.ต้องฟ้อง
ด้านนายสิงห์ เลขะกุล ที่ปรึกษาด้านกฎ หมาย บริษัทเซ็นทรัลกล่าวว่า ที่ผ่านมาเซ็นทรัลไม่เคยพูดหรือยอมรับว่าผิดสัญญาทั้ง
14 จุด แต่เห็นว่ามี 3 จุดที่คลุมเครือจึงต้องการเจรจาเพื่อตีความให้ถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่า
เซ็นทรัลรับว่าผิดใน 3 จุดนั้น ดังนั้นในวันนี้จึงยังไม่สามารถริบเงินประกัน 3
ล้านบาทได้ หากจะยึดต้องไปฟ้องร้องที่ศาล โดยในสัญญา ระบุว่า หากเซ็นทรัลทำผิดจุดใดเพียงจุดใดรฟท.มีสิทธิ์ยึดประกัน
แต่ขณะนี้ไม่ผิด
"เอกชนไม่ต้องการมีข้อพิพาทกับรัฐแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทต้องการให้ข้อเท็จจริงแต่ไม่เปิด
โอกาสให้ โดย 11 จุดไม่ผิดสัญญาแน่นอนเพราะ อยู่ในพื้นที่อาคาร ส่วนอีก 3 จุด นั้นอยู่นอกอาคาร
ต้องคุยกันต่อเพราะคลุมเครือ เซ็นทรัลยืนยันว่า ไม่ได้เอาเปรียบรัฐ และโครงการนี้ได้มาอย่างถูกต้อง"
นางสุวิมล จึงโชติกพิศิฐ รองกรรมการผู้จัด การใหญ่ สายงานบริหารทรัพย์สินและดูแลลูกค้า
เซ็นทรัลกล่าวว่า เมื่อกรรมการสรุปว่าเซ็นทรัลผิด 14 ข้อ จึงมาชี้แจงและต้องการเจรจาใน
3 ข้อเพื่อตี ความเพราะอยู่นอกอาคาร ซึ่งสัญญาไม่ได้เขียนไว้ ส่วนอีก 11 ข้อไม่ผิดแน่นอน
อย่างไรก็ตามสัญญาโครงการเซ็นทรัลประมูลอย่างถูกต้องและเสนอเงื่อน ไขผลตอบแทนให้ร.ฟ.ท.ดีที่สุด
และหลังหมดสัญญาทรัพย์สินที่เซ็นทรัลลงทุนไปกว่า 3,000 ล้านบาทต้องตกเป็นของร.ฟ.ท.อยู่แล้ว
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงคมนาคมกล่าวว่า กรณีที่เซ็นทรัลไม่ยอมให้ยึด
เงินประกัน 3 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นปัญหา โดยเมื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้สรุปแล้ว
ก็ต้องส่งเรื่องให้ธนาคารผู้ค้ำประกัน ซึ่งกรณีที่มีข้อโต้แย้งในอดีตส่วนใหญ่ ธนาคารจะเชื่อข้อมูลของภาครัฐมากกว่า
ซึ่งกรณีนี้ธนาคารนครหลวงเป็นผู้ค้ำประกัน อย่างไรก็ตาม เซ็นทรัลต้องการชี้แจงกับคณะ
กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ยินดีรับฟัง แต่เรื่องนี้ที่สุดก็ต้องยึดตามสัญญา
และกรรมการมีความ รอบรู้ ดังนั้นเชื่อว่าจะได้ข้อยุติแน่นอน
ส่วนการที่เซ็นทรัลไม่ยอมให้ยึดประกันและอาจต้องมีการฟ้องร้อง ซึ่งอาจจะยืดเยื้ออีกนานนั้นนายสุริยะกล่าวว่า
รอให้ถึงเวลานั้นก่อน แต่ขณะนี้มั่นใจว่าเรื่องจะต้องยุติได้เร็วที่สุด และการเจรจากับธนาคารกรณีเซ็นทรัลไม่ยอมรับผิด
กรรมการตรวจสอบแจ้งมาว่าทำได้