|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ พฤศจิกายน 2549
|
 |

สิ่งหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ Institute of Technical Education หรือ ITE ไล่เรียงตั้งแต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณาจารย์ เหล่าพนักงานไปจนถึงนักศึกษาทุกคนของที่นี่ก็คือ ITE เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่ได้รับรางวัล Singapore Quality Award หรือ SQA โดยเพิ่งได้รับในปี 2548 ที่ผ่านมานี้เอง
ITE เป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ ตั้งขึ้นในปี 2535 มีวัตถุประสงค์หลักเป็นสถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและเทคนิคเพื่อผลิตแรงงานในด้านนี้ป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ปัจจุบันผู้ที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาของสิงคโปร์จะเข้าเรียนต่อที่ ITE ในสัดส่วนถึง 25% การดำเนินงานของ ITE มีจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 2538 ซึ่งได้มีการวางแผนงานระยะ 5 ปี โดยแผนแรกกำหนดเป้าหมายที่จะสร้างให้ ITE เป็นสถาบันการศึกษาด้านเทคนิคที่ได้รับการยอมรับ
ตามด้วยแผนถัดมาในปี 2543 ได้มีการวางเป้าให้ ITE เป็นสถาบันการศึกษาด้านเทคนิคที่ได้มาตรฐานระดับโลก และปัจจุบันอยู่ในช่วงแผนระยะที่สาม ซึ่งตั้งเป้าให้ ITE ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในสถาบันการศึกษาด้านเทคนิคของโลก
การดำเนินงานเพื่อไปถึงเป้าหมายตามแผน 5 ปีที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วงทำให้ ITE ต้องมีการปรับปรุงและยกระดับคุณภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ คุณภาพบุคลากรและหลักสูตรการศึกษา จนทำให้สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสถาบันการศึกษาด้านเทคนิค ซึ่งตามปกติแล้วผู้ที่เข้าเรียนที่นี่มักจะเรียนไม่เก่ง ต่างจากผู้เรียนสายสามัญที่จะมุ่งเข้าสู่มหาวิทยาลัย แต่ในปัจจุบันผู้จบการศึกษาจาก ITE ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดแรงงาน มีอัตราการได้งานทำสูงถึง 87% มีรายได้เฉลี่ย 1,400 ดอลลาร์ต่อเดือน และ 90% ของนายจ้างมีความพอใจในตัวผู้สำเร็จการศึกษาและหลักสูตรของที่นี่
Dr.Law Song Seng ผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ITE เล่าว่า ปัจจุบันคุณภาพและมาตรฐานของ ITE อยู่ในระดับเดียวกับประเทศชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา และถึงแม้จะได้รับรางวัล SQA ที่แสดงถึงการมีมาตรฐานระดับสากลมาแล้ว แต่เป้าหมายต่อไปของ ITE คือการมุ่งสู่ผู้นำในด้านการศึกษาทางเทคนิคในระดับโลกตามแผน 5 ปีระยะที่สาม ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2552
นอกจากนี้ยังต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรตลอดเวลา เนื่องจากสภาพแวดล้อมของการทำธุรกิจและตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด สถาบันการศึกษาจึงต้องเข้าใจตลาดและสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างทันท่วงทีด้วย
|
|
 |
|
|