ห้างเซ็นทรัลปาดเหงื่อ ยอมรับปีนี้ยอดรายได้เติบโตแค่ 5% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ และยังต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี ที่เคยโตมากกว่า 10% ทุกปี เหตุปัจจัยลบกระหน่ำ ต้องทุ่มเม็ดเงินงบตลาดเพิ่ม 200 ล้านบาทเป็น 400 ล้านบาท ลุยโค้งท้ายปีนี้ เผยปีหน้าทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท รีโนเวต 3 สาขาใหญ่
นางยุวดี จิราธิวัฒน์ พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า จากปัญหาการเมือง สถานการณ์ณ์เศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กำลังซื้อและความมั่นใจของผู้บริโภคลดลงด้วย และยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อห้างเซ็นทรัลเช่นกันเหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ซึ่งคาดว่าผลประกอบการของห้างเซ็นทรัลในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตเพียง 5% เท่านั้น จากเดิมที่ช่วงต้นปีตั้งเป้าไว้ที่ 8% ซึ่งก็ยังถือว่าการเติบโตที่ตั้งไว้และที่อาจจะทำได้นั้นยังเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 7-8 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่มีการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 10% ทุกปี
โดยในช่วงไตรมาสสามที่ผ่านมามีการเติบโตประมาณ 3-5% ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่เซ็นทรัลยังมีการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องที่สามารถดึงคนและกระตุ้นกำลังซื้อได้อย่างดี เช่น การจัดงาน เซ็นทรัลอินเตอร์เนชั่นแนลวอทช์แฟร์ 2006 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม – 25 กันยายนที่ผ่านมา มียอดขายในงานประมาณ 550 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 450 ล้านบาท หรือเติบโต 18%
ผลประกอบการในส่วนของห้างเซ็นทรัลโดยรวมนั้นคาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 24,000 ล้านบาท หากรวมบิสซิเนสยูนิตต่างๆของกลุ่มเซ็นทรัลเช่น ซูเปอร์สปอร์ต เพาเวอร์บาย บีทูเอส เป็นต้น ซึ่งต้องเป็นสาขาที่มีพื้นที่เปิดบริการอยู่ในห้างเซ็นทรัลเท่านั้น จะมียอดขายรวมกันมากกว่า 42,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าหมายนั้น ก็ยังถือว่าดีแล้ว เนื่องจากฐานรายได้ของเซ็นทรัลนั้นมากอยู่แล้ว การที่จะเติบโตได้มากกว่านี้ก็ถือเป็นเรื่องยากในสถานการณ์เช่นนี้ ขณะที่ตลาดค้าปลีกของไทยโดยรวมมีการเติบโตไม่ถึง 10% และยังดีกว่าประเทศอื่นเมื่อเทียบกัน ซึ่งประเทศไทยมีการเติบโตมากที่สุดแล้วในภูมิภาคนี้ เช่น จีนเติบโตเพียง 1-2% ไม่มีประเทศใดที่เติบโตเกิน 5% เลย
สำหรับในปีหน้านั้น นางยุวดีกล่าวว่า สถานการณ์ต่างๆน่าจะดีขึ้น รวมทั้งการเปิดตัวธุรกิจใหม่ของเซ็นทรัลซึงจะมีช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม และการรีโนเวตสาขาเก่าๆ และการเปิดตัวห้างเซนใหม่ การเปิดสาขาที่สองของร้านบิวด์อะแบร์ (Build-A-Bear) น่าจะทำให้ผลประกอบการเติบโตขึ้นประมาณ 10% แต่หากไม่รวมรายได้ของห้างเซนแล้วจะเติบโตประมาณ 8%
ทั้งนี้แผนการทำตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ห้างเซ็นทรัลจะต้องทำมากขึ้นเพื่อดึงกำลังซื้อและยอดขายกลับคืนมา โดยจะทุ่มงบการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 400-500 ล้านบาท มากถึง 2 เท่าจากเดิมที่ใช้ในช่วงเดียวกันเพียงแค่ 200 ล้านบาทเท่านั้นเอง
นางยุวดี กล่าวด้วยว่า การดำเนินธุรกิจในปีหน้านั้นคาดว่าจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นเช่นเดิม ซึ่งในส่วนของแผนการตลาดปีหน้านั้น อยู่ระหว่างการจัดทำยังไม่สรุป แต่ที่ชัดเจนแล้วคือ เรื่องของการรีโนเวต โดยในปีหน้าบริษัทฯยังมีแผนที่จะทำการรีโนเวตสาขาเก่าๆที่เปิดบริการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง โดย 3 สาขาใหญ่ที่มีแผนรีโนเวตปีหน้าคือ เซ็นทรัลบางนา ปิ่นเกล้าและพระรามสาม คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณรวมกันมากกว่า 1,000 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็น สาขาบางนา งบประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนสาขา ปิ่นเกล้างบประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มพื้นทีขายอีกประมาณ 8,000 ตารางเมตร จากเดิมที่มีพื้นที่ขายประมาณ 38,000 ตารางเมตร ส่วนที่สาขาพระรามสามนั้น ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท จะทำการเพิ่มพื้นที่อีกประมาณ 5,000 ตารางเมตร จากเดิมที่มีประมาณ 25,000 ตารางเมตร ขณะที่สาขารามอินทรานั้น คาดว่าจะทำการรีโนเวตเสร็จประมารปลายปีนี้ ด้วยงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท
ส่วนสาขาใหม่ๆที่จะเปิดเพิ่มในอนาคตนั้น ซึ่งขณะนี้ล้วนแต่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคือ สาขาแจ้งวัฒนะ คาดว่าจะเปิดบริการปลายปี 2551 และสาขาพัทยาคาดว่าจะเปิดบริการประมาณปี 2552
ด้านความคืบหน้าการลงทุนต่างประเทศ นางยุวดี กล่าวว่า อยู่ระหว่างการศึกษาในรายละเอียดของแต่ละประเทศว่าจะมีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหนะจะไปในรูปแบบใด ซึ่งใกล้ลงตัวแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าตลาดแรกที่จะไปคือ ประเทศจีน เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ กำลังซื้อสูง
นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกลุ่มค้าปลีก ซีอาร์ซี กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานทูตอังกฤษเก่า ถนนเพลินจิตนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของโครงการกับทางที่ปรึกษา ยังไม่สามารถสรุปได้ในเวลานี้ คาดว่าในช่วงปลายปีนี้จะเห็นรูปร่างชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ดินผืนนี้เป็นทำเลที่ดีมา กโครงการที่จะสร้างขึ้นมาต้องมีความครบวงจรและแตกต่างจากโครงการอื่นๆ ซึ่งเราเปิดกว้างกับพันธมิตรทุกรูปแบบที่สามารถตกลงกันได้
ล่าสุดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลได้รับพระราชทานตราตั้งครุฑ หลังจากที่เปิดดำเนินธุรกิจมานานและจะครบรอบ 60 ปีในปีหน้า ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับพระราชทานตราตั้งครุฑ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือ การประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีคุณธรรมเสมอมา
|