Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน26 ตุลาคม 2549
ธปท.เผยNPLแบงก์เดือนก.ย.ลด             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
Loan




แบงก์ชาติเผยตัวเลขเอ็นพีแอลในระบบสถาบันการเงินในเดือนก.ย.พุ่งสูงขึ้นกว่า 200 ล้านบาท โดยเฉพาะยอดที่เกิดจากเอ็นพีแอลแบงก์ต่างชาติมากขึ้น ขณะที่แบงก์พาณิชย์ไทยกลับมียอดเอ็นพีแอลลดลง โดยเฉพาะแบงก์ไทยธนาคารลดลงต่ำสุดในระบบถึง 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่แบงก์ขนาดใหญ่ทั้ง"กรุงไทย-กรุงเทพ-ทหารไทย"ยังมีเอ็นพีแอลเพิ่ม

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แจ้งว่า ธปท.ได้ประกาศยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ในระบบสถาบันการเงินล่าสุด ณ สิ้นเดือนกันยายน 2549 พบว่า สถาบันการเงินในระบบมีเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 484,905.31 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.19%ของสินเชื่อรวม เมื่อเทียบกับเดือนก่อนสถาบันการเงินมีเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 484,701.31 ล้านบาท คิดเป็น 8.23%ต่อสินเชื่อรวม ทำให้ปัจจุบันยอดเอ็นพีแอลเดือนล่าสุดกลับเพิ่มขึ้นถึง 204 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.04%ต่อสินเชื่อรวม

โดยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนในระบบสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศและบริษัทเงินทุนกลับมียอดเอ็นพีแอลลดลง ขณะที่สาขาธนาคารต่างชาติและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์กลับมียอดเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธนาคารสาขาต่างชาติมีเอ็นพีแอลในเดือนกันยายนทั้งสิ้น 14,904.13 ล้านบาท คิดเป็น 2.48%ต่อสินเชื่อรวม ซึ่งเทียบกับเดือนก่อนกลับเพิ่มขึ้น 5,751.88 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 62.84%ต่อสินเชื่อรวม และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มียอดเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 453.89 ล้านบาท คิดเป็น 44.72%ต่อสินเชื่อรวม ซึ่งเพิ่มขึ้น 18.02 ล้านบาท คิดเป็น 4.13%ต่อสินเชื่อรวม เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

ขณะเดียวกันในเดือนนี้ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศมียอดเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 465,195.74 ล้านบาท คิดเป็น 8.86%ต่อสินเชื่อรวม ซึ่งลดลง 5,081.65 ล้านบาท หรือลดลง 1.08%ต่อสินเชื่อรวม เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ส่วนบริษัทเงินทุน 4,351.55 ล้านบาท คิดเป็น 6.08%ต่อสินเชื่อรวม ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนก่อนลดลง 484.25 ล้านบาท หรือลดลง 10.01%ต่อสินเชื่อรวม

ทั้งนี้ จากยอดเอ็นพีแอลของระบบสถาบันการเงินโดยรวมลดลง ส่วนหนึ่งเกิดจากเอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศลดลง โดยในเดือนกันยายนมีธนาคารจำนวน 4 แห่งมียอดเอ็นพีแอลลดลงถึง 19,537 ล้านบาท ได้แก่ ธนาคารไทยธนาคารมีเอ็นพีแอลลดลง 16,418 ล้านบาท ธนาคารนครหลวงไทย 2,303 ล้านบาท ธนาคารสินเอเชีย 477 ล้านบาท และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) 339 ล้านบาท

ส่วนธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศที่มีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 187,176 ล้านบาท ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยมีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นสูงสุดในระบบสถาบันการเงิน คือ 61,025 ล้านบาท รองลงมาธนาคารทหารไทยเพิ่มขึ้น 34,971 ล้านบาท และธนาคารกรุงเทพ 26,824 ล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 23,500 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย 13,383 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 12,354 ล้านบาท ยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์(ไทย)เพิ่มขึ้นจำนวน 10,072 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีธนาคารเกียรตินาคินที่มียอดเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นถึง 3,951 ล้านบาท ธนาคารธนชาต 566 ล้านบาท ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย 313 ล้านบาท ธนาคารสากลพาณิชย์แห่งประเทศจีน 200 ล้านบาท และธนาคารจีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย 17 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ธนาคารกรุงไทยได้เคยให้เหตุผลว่าที่ยอดเอ็นพีแอลพุ่งสูงสุดในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยนั้นเกิดจากลูกหนี้รายใหญ่ของธนาคารที่เคยได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ไหลกลับมาเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอลใหม่อีกครั้งหนึ่ง(รีเอ็นทรี) ทำให้ยอดเอ็นพีแอลของธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ในภาวะเศรษฐกิจในที่เติบโตในอัตราที่ลดลงก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลให้ภาระการชำระคืนหนี้ของลูกค้าธนาคารแต่ละแห่งลดลง ประกอบกับมาตรการต่างๆ ที่ธปท.พยายามเข้มงวดมากขึ้น เช่นเกณฑ์การจัดชั้นเอ็นพีแอลใหม่ เพื่อให้ลูกค้าของธนาคารไม่สร้างปัญหาอย่างเช่นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 เป็นส่วนสำคัญที่พยายามแก้ปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us