|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
มอคโคน่า ตามกระแสการเติบโตของกาแฟ ทรีอินวัน หลังครองใจกลุ่มลูกค้าในเมือง เร่งกำลังขยายตลาดกาแฟทรีอินวันต่างจังหวัด อัดงบกว่า 100 ล้านบาท เพื่อเปิดแนวรุกครั้งใหญ่ ด้วยการตลาด 360 องศา เข้าช่วงชิงฐานผู้บริโภคของแบรนด์คู่แข่ง
กาแฟทรีอินวัน เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เหตุผลเพราะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามามาก เห็นได้ชัดจากขนาดตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 41% ปัจจุบันขยับสัดส่วนขึ้นมาเป็น 53% ของตลาดรวมมูลค่า 7.9 พันล้านบาท(ไม่รวมกาแฟกระป๋อง) และภาพรวมตลาดปีนี้มีการเติบโต 19% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
การเติบโตของตลาดรวมทรีอินวันที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อยอดขายและรายได้ของมี กาแฟมอคโคน่ามีการเติบโตด้วยเช่นกัน แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟมอคโคน่า มีส่วนแบ่งตลาด 3% เติบโต 38% ส่วนมอคโคน่า ทรีโอ เติบโต 86% ซึ่งเป็นสถิติที่สูงสุดในตลาดทรีอินวัน และเป็นการเติบโตสูงกว่าตลาดรวมกาแฟ
ปัจจัยดังกล่าวทำให้กาแฟมอคโคน่าขึ้นเป็นสินค้าเรือธงของบริษัทซาร่าลี โดยผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นสินค้าทำรายได้ให้บริษัทในสัดส่วน 55% ตามลำดับด้วยสินค้ากลุ่มเฮาส์โฮลด์และบอดี้แคร์ สัดส่วนรายได้ 45% อย่างไรก็ตามมีการตั้งเป้าอีก 2 ปีข้างหน้า ผลิตภัณฑ์กาแฟจะมียอดขายพุ่งพรวดไปถึง 1 พันล้านบาท และแบ่งเป็นสัดส่วนทรีอินวัน 70% และกาแฟอินสแตนท์ 30%
ตัวเลขการเติบโตของมอคโคน่า ทรีโอ ที่เพิ่มขึ้นหลังจากเข้ามาในตลาด 3 ปี ส่วนใหญ่นั้นจะได้มาจากตลาดหลักคือพื้นที่ในกรุงเทพฯ โดยผลสำรวจผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตในสังคมเมืองเช่น กรุงเทพฯ พบว่า "มอคโคน่า" เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมในอันดับ2 โดยหัวใจหลักในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคคือนโยบายเชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้และสร้างประสบการณ์ร่วมที่ดีให้แบรนด์ใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค โดยให้ "มอคโคน่า ทรีโอ เอสเพรสโซ่"เป็น Star Product ในกลุ่มกาแฟสำเร็จรูป
นั่นก็เป็นความพึงพอใจของผู้บรโภคในเมืองเท่านั้น แต่ทว่าการทำตลาดของ "มอคโคน่าทรีโอ" ในต่างจังหวัดนั้น คลอบคลุมพื้นที่เพียง 15% การทำตลาดที่ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกซอกทุกมุม ทำให้นโยบายการตลาดก้าวต่อไปที่ ซาราลี ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ ตั้งเป้าขยายแนวรุกตลาดไปต่างจังหวัดให้คลอบคลุมพื้นที่ 30% ภายในปีนี้ ที่สำคัญลูกค้าตลาดกาแฟทรีอินวัน สัดส่วนมากถึง 70% อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด
ปัจจัยที่ฐานลูกค้าซึ่งเป็นตลาดหลักของมอคโคน่า ทรีโอ มาจากพื้นที่กรุงเทพฯ ยังเป็นอุปสรรคสำหรับการขยายตลาดให้คลอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะผู้บริโภคมีการรับรู้ว่าแบรนด์แม่คือ "มอคโคน่า" เป็นกาแฟระดับพรีเมียม ที่เป็นสินค้ามีราคาแพง ซึ่งเป็นช่องว่างทำให้ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ ภารณี เชิดวิศวพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซาร่าลี (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า
"ความเป็นพรีเมียมแบรนด์ทำให้บริษัทต้องดำเนินการตลาดเพื่อเปลี่ยนการรับรู้ของผู้บริโภคในต่างจังหวัด และต้องทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค โดยการทำตลาดจะทำทั้ง 2 รูปแบบกลยุทธ์ทั้ง Push และ Pull Strategy คือการกระจายสินค้าให้ทั่วถึงทุกช่องทางร้านค้า และการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ให้ตัวสินค้า"
แต่ระยะนี้อยู่ระหว่าง Pull Strategy เพื่อสร้างการรับรู้ตัวสินค้าและแบรนด์ มอคโคน่า ทรีโอ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค เนื่องจากตลาดกาแฟ ทรีอินวัน ผู้บริโภคไม่มี Brand Loyalty หรือความภักดีในตัวแบรนด์ ซึ่งในจุดนี้ถือเป็นข้อด้อยที่ในช่วงที่ผ่านมากาแฟ "มอคโคน่า" ไม่มีการทำตลาด โฆษณา และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ การสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จัก ยังเป็นหัวรบที่สำคัญและมีประสิทธิภาพในการขยายฐานลูกค้าเข้าไปเจาะตลาดต่างจังหวัด และทำให้สินค้าเข้าไปวางขายในร้านค้า เพราะแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคคือ จุดแข็งอันดับแรก ที่ทำให้เจ้าของร้านจะเลือกสินค้าไปวางขายในร้าน ซึ่งจะมีสินค้าวางขายในร้านเพียง 1-2 แบรนด์เท่านั้น
การให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ในปีนี้ จึงทุ่มงบการตลาดประมาณ 100-150 ล้านบาท เพื่อทำการตลาด 360 องศา ผลักดันให้แบรนด์ "มอคโคน่า ทรีโอ เอสเพรสโซ่" เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค พร้อมด้วยคอนเซปต์ "Paint the Town Green"ซึ่งเป็นแนวคิดการทำประชาสัมพันธ์และใช้สื่อโฆษณาที่เน้นสื่อโทรทัศน์และสื่อนอกสถานที่ (Out door Media) สื่อวิทยุ ส่วนการจัดกิจกรรมจัดคอนเสิร์ตในต่างจังหวัด จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคเพื่อทำให้รับรู้ตัวสินค้าและแบรนด์ได้จำนวนมาก 5-6 พันคน
แนวทางการตลาด ภายใต้คอนเซปต์ "Paint the Town Green"ซึ่งเป็นสื่อโทรทัศน์ ล่าสุดมีการเปิดตัวแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ "เข้มไปกับทุกความมุ่งมั่น" พร้อมกับพรีเซ็นเตอร์ "ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช" ซึ่งเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ และมีความมุ่งมั่นในการดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จมาสร้างประสบการณ์ร่วมไปกับแบรนด์ "มอคโคน่า ทรีโอ เอสเพรสโซ่" โดยจะมีภาพยนตร์โฆษณา 2 ชุดคือ ชุด "รสชาติของความสำเร็จ (Taste of Success)" และชุด "สิ่งดีๆเป็นของผู้ที่ไม่หยุดค้นหา(Try Best)"
ภาพยนตร์โฆษณาของ "มอคโคน่า ทรีโอ" ชุดใหม่ มีวิธีการสื่อสารการตลาดที่แตกต่างจากเดิม โดยใช้แนวทางโฆษณาที่มีการผสมผสานกัน 2 รูปแบบคือ Emotional ที่พูดถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จ และ Functional ของเครื่องดื่มกาแฟ ซึ่งที่ผ่านมาการสื่อสารการตลาดของสินค้าประเภทกาแฟ โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้ฟังชัลนัลมากกว่า Emtional เนื่องจากเข้าถึงคนไทยได้ง่ายกว่า
ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ยังเป็นการสร้างความต่อเนื่องจากแนวภาพยนตร์โฆษณาชุดเดิมที่เป็น Un Scrip ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโฆษณาที่สื่อเข้าไปถึง Functional ของกาแฟโดยตรงที่ให้ Benifit ทางด้านตื่นตัว กระปรี่ กระเปร่า โดยไม่ได้ยัดเยียดการขายให้กับคนดู
ทั้งนี้ก่อนวางคอนเซปต์ภาพยนตร์โฆษณามอคโคน่า ทรีโอ ชุดใหม่ มีการวิจัยตลาดกาแฟทรีอินวันสำเพื่อเตรียมความพร้อมในบุกตลาดต่างจังหวัด โดยส่งทีมวิจัยเข้าไปศึกษารูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคในพื้นที่ 60 ครัวเรือน เพื่อค้นหาพฤติกรรมการดื่มกาแฟอย่างใกล้ชิด
ผลการวิจัยพบว่า กาแฟทรีอินวันที่ชูจุดขายทางด้านราคาจะเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ผู้บริโภคมีการซื้อสินค้าเปลี่ยนแบรนด์ไปมา โดยมีเนสกาแฟ เป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาด 60% ตามลำดับด้วย ซูเปอร์มิกซ์ส่วนแบ่งตลาด 12% และมอคโคน่า ทรีโอ 8% ส่วนกรณีผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวกับราคาเห็นได้ชัดจากการเติบโตในตลาดอย่างรวดเร็ว หลังวางตลาดมา 3 ปีของกาแฟ ซูเปอร์มิกซ์ ซึ่งเป็นแบรนด์สิงค์โปร์ ที่ใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองเจาะตลาดหลักมาจากภาคใต้ โดยชูจุดขายด้านราคาที่ถูกกว่ากาแฟทรีอินวันในท้องตลาดประมาณ 15-20% เข้ามาแข่งขันในตลาด
ส่วนทางด้านรสชาติ ผู้บริโภคสัดส่วน 70% ดื่มกาแฟเข้มข้น รสชาติหวาน ซึ่งส่วนผสมนอกจากใส่กาแฟแล้ว ต้องเติมครีม และน้ำตาล ส่วนช่วงเวลา คือ ดื่มก่อนออกไปทำงานช่วงเช้า และเย็น ซึ่งเหมือนพฤติกรรมการดื่มกาแฟของคนในกรุงเทพฯ
ตามพฤติกรรมของคอกาแฟในต่างจังหวัดที่นิยมดื่มกาแฟรสชาติเข้มข้น ทำให้แนวทางการทำตลาดของของ มอคโคน่า มีการวางตำแหน่งทางการตลาด โดยแบ่งพอร์ตสินค้า ภายใต้อัมเบลล่าแบรนด์ ทรีโอ ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยกาแฟ " ทรีโอ คาปูชิโน่" และ "ทรีโอ ซีเรียล พลัส" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟผสมเกล็ดธัญพืช และตอนนี้อยู่ระหว่างทำมาร์เก็ตเทสต์ เน้นจับตลาดคนทำงาน ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ขณะที่ "ทรีโอ เอสเพรสโซ่"ซองสีเขียว ซึ่งเป็นกาแฟทรีอินวัน ซึ่งมีรสชาติเข้มข้น เป็นเรือธงหลักในการขยายตลาดและสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่างหวัด
อย่างไรก็ตาม นอกจากภาพยนตร์โฆษณาที่สามารถสื่อสารได้เข้าถึงลูกค้า ผสานกับแบรนด์และสินค้าซึ่งมีความแข็งแกร่ง จะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพแล้ว กิจกรรมการจัดบูธชิม เพื่อให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ในทดลองสินค้ายังเป็นใบเบิกทางที่สำคัญอันดับต้นๆของการขยายแนวรุกตลาด โดยในห้างสรรพสินค้าต่างจังหวัดจะเป็นสนามชิงชัยสำคัญ ที่ผู้เล่นหลายๆแบรนด์ในตลาดกาแฟทรีอินวันให้ความสนใจ จัดบูธชงชิมจำนวนมากลงมาประชันกัน เพราะเป็นกลยุทธ์หลักที่รองจากโฆษณา
สำหรับ Push Strategy เพื่อกระจายสินค้าให้ทั่วถึงทุกช่องทางร้านค้า เป็นกลยุทธ์การตลาดก้าวต่อไปหลังดำเนินการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ให้ตัวสินค้าแบบเต็มรูปแบบ 360 องศา ภารณี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บอกว่า
ปัจจุบัน มอคโคน่ามีความแข็งแกร่งในช่องทางโมเดอร์นเทรดในกรุงเทพฯ นอกจากนั้นในช่องทางการขายนี้ยังไม่น่าห่วงเพราะครองส่วนแบ่งเป็นอันดับสองของตลาด แต่ทว่าการขยายตลาดเพื่อกระจายสินค้าเข้าไปให้ทั่วถึงในช่องทางต่างจังหวัด โดยรถแวนส่งสินค้า 100 คัน เพื่อเข้าร้านค้าขนาดเล็กๆซึ่งมียอดขายไม่มากนัก เป็นประเด็นสำคัญที่มอคโคน่า ต้องพยายามสร้าง Brand Awareness เพื่อให้ร้านค้า รู้จัก ชอบ และซื้อสินค้าไปขายในร้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกเพียง 1 แบรนด์เท่านั้น อย่างไรก็ตามการประกาศอย่างเต็มตัวที่จะเบนหัวรบเพื่อมาช่วงชิงตลาดต่างจังหวัดของมอคโคน่า ทรีโอ ขณะที่ภาพรวมตลาดกาแฟทรีอินวัน มีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 5 แบรนด์นั้น เชื่อว่าคู่แข่งจะเคลื่อนทัพตามมาประลองชัยในไม่ช้า
|
|
 |
|
|