ลีสซิ่งกสิกรไทยมั่นใจสิ้นปียอดขายรถยนต์ทั้งระบบโต 7.3 แสนคันได้ คาดเดือนธันวาคมนี้จัดงานมอเตอร์โชว์ช่วยกระตุ้นยอด ระบุแผนปีหน้าเร่งรุกเปิดสาขาตั้งเป้าเพิ่มสินเชื่อใหม่อีก 100% หลังแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลง และภาวะการเมืองเริ่มคลี่คลาย
นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาวะอัตราดอกเบี้ย และราคาน้ำมัน ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาว่า เริ่มมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ปัญหาทางการเมืองเริ่มคลี่คลายลงก็ยังส่งต่อยอดการขายรถยนต์ในปัจจุบันที่ยังทรงตัวอยู่ โดย ณ ปัจจุบัน ยอดขายรถยนต์ทั้งระบบได้ปรับตัวลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หลังจากนี้ไปเมื่อย่างเข้าสู่หน้าหนาวซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลที่ขายรถยนต์ได้สูงสุด โดยเฉพาะเดือนธ.ค.จะมีการจัดมอเตอร์โชว์ เพราะบริษัทรถยนต์จะเร่งทำการตลาดปลายปี มีทั้งแคมเปญดอกเบี้ย 0% แถมประกันภัยชั้นหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่โบนัสบริษัทต่างๆ ออก เพราะฉะนั้นจึงเชื่อว่ายอดขายรถยนต์จะเพิ่ม และทำให้ยอดขายรถยนต์ทั้งระบบในสิ้นปีเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 730,000 คัน
“ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เชื่อว่ายอดการขายรถยนต์น่าจะดีขึ้นเนื่องจากในเดือนนี้จะมีการจัดมอเตอร์โชว์โชว์ ขณะเดียวกันในปลายปีค่ายรถยนต์ต่างต้องรีบปิดงบการตลาด จึงทำให้น่าจะมีการออกแคมเปญมากระตุ้นการซื้อรถ” นายอิสระ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของลิสซิ่งกสิกรไทย ตั้งแต่บริษัทเปิดให้บริการสินเชื่อมา 13 เดือน มีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท เฉลี่ยปล่อยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยในช่วงเดือนธ.ค.บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 2,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ยอดสินเชื่อปลายปีอยู่ที่ 17,000-18,000 ล้านบาทขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอลอยู่ที่ 0.5% ของพอร์ตสินเชื่อรวม โดยปีนี้ตั้งเป้าคุมเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 0.5% โดยในปีหน้าจะคุมไม่ให้เกิน 1% ส่วนแผนงานระยะยาวคุมเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 2%
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อเพิ่ม จากปีนี้ 100% โดยจะปล่อยสินเชื่อใหม่ 12,000-14,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะบริษัทมีแผนขยายสาขาในต่างจังหวัดปีหน้า 8แห่ง และแต่ละแห่งจะมีสาขาลูกข่าย 3-6 แห่ง นอกจากนี้ในสิ้นปีนี้ บริษัทจะมีสาขาต่างจังหวัด 2 แห่ง คือ ชลบุรี และหาดใหญ่ โดยชลบุรีมีสาขาลูกข่ายอยู่ 4 แห่ง หาดใหญ่มีสาขาลูกข่ายอยู่ 5 แห่ง
ส่วนในปีหน้าบริษัทมีแผนจะรุกเปิดสาขาต่างจังหวัดเต็มที่ โดยทุกจังหวัดจะมีสาขาของบริษัทตั้งอยู่เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อได้ โดยสัดส่วนจะแบ่งธุรกรรมต่างจังหวัด 50% ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 50% จากปัจจุบัน สัดส่วนที่ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ 55% ดีลเลอร์ 20% รถมือสอง 5% ที่เหลือเป็นลูกค้ารายใหญ่ ทั้งนี้ตามแผนงานแล้ว รถมือสองจะเพิ่มเป็น 10%
“หากธนาคารมีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทุกจังหวัดจะส่งผลให้ขยายธุรกิจได้มากขึ้นโดย ปัจจุบันบริษัทยังมั่นใจมีมาร์เก็ตแชร์ หรือ ส่วนแบ่งการครองตลาดติด 1 ใน 10 ในอีก 3ปีข้างหน้า และอีก 5 ปีติด1ใน3จากการปล่อยสินเชื่อที่ผ่านมามั่นใจว่าทำได้แน่นอน ส่วนนโยบายเน้นสู้ราคาเต็มที่ บริการครบวงจร แต่ลูกค้าต้องมีเครดิต และต้องผ่านกระบวนการอนุมัติสินเชื่อของบริษัท” นายอิสระกล่าว
|