|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"เค-แลนด์" เลื่อนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯไปเป็นปี 51 หลังปัจจัยลบปีนี้เพียบ ฉุดตลาดหุ้นผันผวนมาก แต่มองมุมกลับเป็นผลดี เพราะไม่ต้องเร่งการเติบโตในภาวะที่ตลาดชะลอตัว เผยปีนี้ยอดขายต่ำกว่าเป้า 30% พร้อมดึงทุนสิงค์โปรบุกตลาดคอนโดฯอีก 2-3 โครงการในปี 2550 ทั้งคอนโดฯระดับบน และระดับล่าง 1-2 ล้านบาท ยึดแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก
นายธงชัย คุณากรปรมัตถุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด หรือ เค แลนด์ ในกลุ่มบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่สถานการณ์ความอึมครึมในเรื่องการเมือง ภาวะเศรษฐกิจและความไม่นิ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯในปีนี้ ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจเลื่อนเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคาดว่าจะเข้าตลาดในช่วงปลายปีหน้าหรือต้นปี 2551 แทน แต่นับว่าเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะไม่ต้องเร่งการเติบโตมากนัก
และถึงแม้บริษัทฯจะเลื่อนเข้าตลาดหุ้น แต่แผนงานต่างๆยังคงดำเนินการตามเดิม การเปิดตัวโครงการยังเป็นไปตามปกติ โดยในไตรมาส 3 ปีนี้ จะเปิดตัวโครงการอีก 2-3 โครงการ มูลค่าประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการแรกเป็นทาวน์เฮาส์ภายใต้ชื่อโครงการ เออร์เบิน สาทร เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน จำนวน 175 ยูนิต ราคา 4.3 ล้านบาทขึ้นไป บนเนื้อที่ 22 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 900 ล้านบาท และได้ทำการก่อสร้างไปแล้ว 111 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 40-50 ยูนิต
โครงการเดอะ แกรนด์ พระราม 2 พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว ที่ดินแปลงดังกล่าวมี 600 ไร่ โดยจะแบ่งเฟส การพัฒนา ปัจจุบันพัฒนาไปแล้ว 100 ไร่ และโครงการเดอะ พาร์ค พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว บนเนื้อที่ 80 ไร่ ซึ่งได้มีการพัฒนาไปก่อนหน้านี้แล้วบางส่วน โดยทั้งสองโครงการหลังมีมูลค่าโครงการละประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท
"การทำตลาดของบริษัท ยังจะเน้นตลาดพรีเมี่ยมหรือตลาดเฉพาะกลุ่มเหมือนเดิม ราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท เนื่องจากผลการสำรวจพบว่า ยังมีช่องว่างทางการตลาดค่อนข้างมาก คือประมาณ 20% ซึ่งตลาดดังกล่าวปัจจุบันมีผู้ประกอบการทำน้อยรายและในอนาคตจะยิ่งลดลงไปอีก เพราะวิ่งไปทำตลาดกลางล่างตามกำลังซื้อของผู้บริโภคกันหมด" นายธงชัยกล่าว
ทั้งนี้ในส่วนของยอดขายในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมียอดขายรวม 700-800 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ประมาณ 30% แต่ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะปีนี้ปัจจัยลบมีหลายประการทุกคนต่างประสบปัญหาเช่นเดี่ยวกัน
นายธงชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ในปี2550 บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมอีก 2-3 โครงการ เน้นทำเลใกล้โครงข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอส เจาะตลาดลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับบนและกลาง โดยระดับกลางราคา 1-2 ล้านบาทและตลาดระดับบน ซึ่งมากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้กำลังเจรจาซื้อที่ดินอยู่ โดยจะดำเนินการร่วมกับกลุ่มผู้ร่วมทุนเดิม เฟรเซอร์แอนด์นีฟ จากสิงคโปร
|
|
 |
|
|