Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 ตุลาคม 2549
ธปท.ห่วงยอดสินเชื่อแบงก์ฮวบผ่อนเกณฑ์ปล่อยกู้-ยันไม่ปูดNPL             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
Loan




แบงก์ชาติแจงเหตุผ่อนเกณฑ์การลงทุน-ให้สินเชื่อกับผู้เกี่ยวข้องของธนาคารพาณิชย์และบริษัทลูก ระบุเพื่อให้เอื้อต่อการแข่งขัน-ยืดหยุนในทางปฏิบัติ หลังพบว่าปี 43 เทียบกับปี 49 สินเชื่อนี้ลดลงกว่า 6 หมื่นล้านบาท มั่นใจมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวดและมีคณะกรรมการอิสระดูอีกชุดจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาเหมือนช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

นางธาริษา วัฒนเกสรองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน และรักษาการแทนผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ธปท.ผ่อนผันเกณฑ์การลงทุนหรือให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ให้กับผู้ถือหุ้นหรือผู้เกี่ยวข้องกับธนาคารนั้น ก็เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในทางปฏิบัติมากขึ้น โดยการให้สินเชื่อหรือลงทุนมีการผ่อนผันให้ 3 กรณี ได้แก่ 1.การให้สินเชื่อหรือลงทุนในกิจการที่ธนาคารพาณิชย์ถือหุ้นโดยตรงตั้งแต่ 75%ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วเฉพาะบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ(Credit Institutions) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับแบบรวมกลุ่ม (Solo Consolidation) 2.การให้สินเชื่อแก่หรือลงทุนในบริษัทจำกัดที่กระทรวงการคลังหรือส่วนราชการมีอำนาจควบคุมกิจการหรือถือหุ้นเกิน 10%ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว

และ3.การให้สินเชื่อแก่หรือลงทุนในกิจการที่ธนาคารพาณิชย์ หรือกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์นั้นมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง หรือให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์นั้น เฉพาะลูกค้ารายเดิมที่เคยผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์มาแล้ว ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมหรือขอวงเงินสินเชื่อใหม่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์ไม่ให้สัตยาบันด้วยมติเป็นเอกฉันท์จะถือว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ปฏิบัติตามที่ ธปท. กำหนดการให้สินเชื่อแก่หรือลงทุนในกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องและ ธปท. จะสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ยกเลิกวงเงินดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ออกจดหมายเวียนถึงธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจของสาขาธนาคารต่างประเทศเกี่ยวกับการผ่อนผันการให้สินเชื่อแก่หรือลงทุนในกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องและการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารพาณิชย์สามารถมอบอำนาจให้คณะกรรมการสินเชื่อหรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อหรือการลงทุนในกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องตามเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์กำหนด แล้วค่อยนำสินเชื่อหรือการลงทุนนั้นเข้าขอรับสัตยาบันจากคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์ในการประชุมครั้งถัดไปและได้รับมติเป็นเอกฉันท์ทุกกรณี

ด้านนายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า การอนุมัติสินเชื่อหรือการลงทุนในกิจการที่มีประโยชน์โดยให้คณะกรรมการสินเชื่อหรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณาก่อนแล้วค่อยขอรับสัตยาบันจากคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์ในภายหลังนั้น เป็นการปรับกฎเกณฑ์ให้ธุรกิจพาณิชย์สามารถแข่งขันกันปล่อยสินเชื่อได้สะดวกขึ้น

ขณะเดียวกันในช่วงอดีตที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์นิยมทำธุรกิจการเงินกับบุคคลที่ไว้ใจได้ แต่เมื่อธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังมากขึ้น ทำให้การอนุมัติสินเชื่อให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถือเป็นการสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์แห่งนั้นได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังเชื่อว่าบริษัทต่างๆ ในภาคธุรกิจที่ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มาได้ ถือว่ามีก็มีหลักธรรมาภิบาลที่ดีพอสมควรในการดำเนินธุรกิจในระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่สร้างปัญหาให้กับธนาคารพาณิชย์ในภายหลัง

“เรื่องที่แบงก์ชาติอนุมัติให้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่รุนแรง ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ต่างชาติก็มีการใช้มาก่อนเราก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร เพราะหากมีการปล่อยสินเชื่อให้กับพวกที่เกี่ยวข้องกับแบงก์พาณิชย์รายนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวกรรมการแบงก์ หรือผู้ที่รู้จักกับผู้จัดการใหญ่ ก็มีบอร์ดกรรมการใหญ่และกรรมการอิสระดูอีกชั้นหนึ่ง ก่อนพิจารณาอนุมัติสินเชื่ออยู่ดี ถือว่าโปร่งใส อย่างไรก็ตามการปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ช่วยให้แบงก์พาณิชย์สามารถแข่งขันปล่อยสินเชื่อให้มีอย่างต่อเนื่องมากขึ้น”

ทั้งนี้ หากมีการเทียบตัวเลขยอดการให้สินเชื่อแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องของสถาบันการเงินระหว่างเดือนกรกฎาคม 2543 ซึ่งเป็นช่วงแรกที่ธปท.เริ่มมีการเก็บตัวเลขดังกล่าวกับตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2549 พบว่า สินเชื่อแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องในระบบสถาบันการเงินลดลงถึง 60,224.38 ล้านบาท หรือลดลง 23.60% โดยในเดือนสิงหาคม 2549 สถาบันการเงินมีการอนุมัติยอดสินเชื่อแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 195,011.90 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.31% โดยธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศมีการอนุมัติยอดสินเชื่อแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องมากที่สุดในระบบสถาบันการเงินอยู่ที่ 185,033.15 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.56% รองลงมาสาขาธนาคารต่างประเทศ 9,927.90 ล้านบาท คิดเป็น 1.62% และบริษัทเงินทุน 50.85 ล้านบาท คิดเป็น 0.07%

แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนกรกฎาคม 2543 สถาบันการเงินมีการปล่อยสินเชื่อให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 255,236.28 ล้านบาท คิดเป็น 4.93% แบ่งเป็นส่วนของธนาคารพาณิชย์เอกชน 123,385.76 ล้านบาท คิดเป็น 4.66% ธนาคารพาณิชย์รัฐ 122,004.09 ล้านบาท คิดเป็น 7.33% ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติ 4,364.23 ล้านบาท คิดเป็น 0.69% บริษัทเงินทุน 5,051.93 ล้านบาท คิดเป็น 3.21% กิจการวิเทศธนกิจ 207.26 ล้านบาท คิดเป็น 0.41% และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 223.01 ล้านบาท คิดเป็น 6.54%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us