|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บิ๊กบล.บีฟิทชี้ 4 นักลงทุนรายใหญ่ ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ติดล็อกไม่สามารถขายหุ้นออกได้ภายในระยะเวลา 2 ปี เล็งกระจายหุ้นสัปดาแรกพ.ย.นี้ คาดจะสรุปราคาจองปลายต.ค. เผยเตรียมนำเงินระดมทุนไปขยายการปล่อยมาร์จิ้นเพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าปีหน้าโกยมาร์เกตแชร์อยู่ในระดับ 4% เล็งเปิดสาขาเพิ่ม 3 แห่ง"ปิ่นเกล้า-โคราช-เชียงใหม่"เดือนพ.ย.นี้
นายสุวิช รัตนยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท จำกัด(มหาชน)หรือ BSEC เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ว่าภายในปลายเดือนตุลาคมนี้คาดว่าจะสามารถสรุปราคาจองได้ และคาดว่าภายในสัปดาห์แรกจะสามารถขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรกหรือ IPOได้ หลังจากนั้นอีกประมาณ10-14 วันหุ้นจะเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้
ทั้งนี้ โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบล.บีฟิทนั้น ภายหลังไอพีโอจะมีกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาถือหุ้น 4 รายเนื่องจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ดังกล่าวได้เข้ามาซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิแปลงสภาพจากบริษัทฟินันซ่า หรือ FNS ในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อนักลงทุนรายใหญ่ได้มีการแปลงสภาพหุ้นกู้ ก็จะทำให้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย นายยืนยง พันธุ์วงศ์กล่อม ถือหุ้น 7.41%,นายสมเกียรติ วงศ์คุณทรัพย์ ถือหุ้น 7.41%,นางสาวยุพา การชฏิล ถือหุ้น 6.07% และนายชาตรี มหัทธนาดุลย์ ถือหุ้น 4.10% โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้ง 4 รายจะไม่สามารถขายหุ้นออกมาได้เป็นเวลา 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 เป็นต้นไป
บล.บีฟิท เตรียมเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปประมาณ 200 ล้านหุ้น ซึ่งได้แบ่งออกมา 40 ล้านหุ้นเพื่อจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT ซึ่งเป็นบริษัทแม่ โดยได้กำหนดสัดส่วนที่จะได้รับการจัดสรร 5 หุ้นบง.กรุงเทพธนาทร สามารถซื้อหุ้นบล.บีฟิทได้ 1 หุ้น ในราคาเดียวกับราคาจองที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งถ้าในส่วนนี้จัดสรรไม่หมดยังเหลืออยู่ก็จะนำไปรวมกับหุ้นที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหรืออันเดอร์ไรเตอร์จำนวน160 ล้านหุ้นสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ 4 รายดังกล่าวจะได้รับการจัดสรรหุ้นหรือไม่นั้น
นายสุวิชกล่าวว่า ถ้าเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบง.กรุงเทพธนาทร ก็จะได้รับการจัดสรรด้วย ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้และการที่นักลงทุนรายใหญ่ทั้ง 4 รายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบล.บีฟิทด้วยเช่นกัน ก็จะได้รับการจัดสรรหุ้นในฐานะลูกค้าด้วยเช่นกัน โดยบริษัทจะจัดสรรตามมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละราย
ทั้งนี้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะนำไปขยายเงินกองทุน ในแง่ของเครดิตบาลานซ์ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถปล่อยบัญชีมาร์จิ้นให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งตามเกณฑ์กำหนดไว้ในระดับ 5 เท่าของเงินกองทุน โดยปัจจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 600-700 ล้านบาทดังนั้นจึงสามารถปล่อยมาร์จิ้นได้ประมาณ 3 พันล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้ง ซึ่งในอดีตบริษัทมีสัดส่วนการซื้อขายทางด้านอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้งประมาณ 40% แต่เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้มีการปรับระบบ ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายด้านอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้ง ทำให้สัดส่วนลดลงเหลือ 25% ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยบริษัทได้ตั้งเป้าว่าจะมีมาร์เกตแชร์ภายในไตรมาส 4 อยู่ในระดับ 4% ซึ่งใน 9 เดือนแรกบริษัทมีมาร์เกตแชร์อยู่ในระดับ 3.63% ดังนั้นทั้งปีอาจจะไม่ถึง 4% อย่างไรก็ตามภายในปีหน้า บริษัทตั้งเป้าว่าทั้งปีจะมีมาร์เกตแชร์อยู่ในระดับ 4% และจะเป็นโบรกเกอร์ที่มีมาร์เกตแชร์สูงสุดติด 1 ใน 10
ในส่วนของงานด้านวาณิชธนกิจนั้น หลังจากที่ได้ทีมนายวิเชียร เอื้อสงวนกุลที่ย้ายมาจากบล.ซีมิโก้เข้ามาร่วมงานนั้น คาดว่าภายในปีนี้จะมีการนำบริษัทไทยง้วนเมทัลสตีลเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และการขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปหรือ PO ของบริษัทเอเชียเมทัล จำกัด(มหาชน)หรือ AMC จะช่วยทำให้บริษัทมีรายได้เสริมเข้ามาเพิ่มขึ้นอีก นอกเหนือจากรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
|
|
 |
|
|