Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 ตุลาคม 2549
4ขาใหญ่ติดล็อกบล.บีฟิท2ปี             
 


   
search resources

Funds
บีฟิท, บล.




บิ๊กบล.บีฟิทชี้ 4 นักลงทุนรายใหญ่ ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ติดล็อกไม่สามารถขายหุ้นออกได้ภายในระยะเวลา 2 ปี เล็งกระจายหุ้นสัปดาแรกพ.ย.นี้ คาดจะสรุปราคาจองปลายต.ค. เผยเตรียมนำเงินระดมทุนไปขยายการปล่อยมาร์จิ้นเพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าปีหน้าโกยมาร์เกตแชร์อยู่ในระดับ 4% เล็งเปิดสาขาเพิ่ม 3 แห่ง"ปิ่นเกล้า-โคราช-เชียงใหม่"เดือนพ.ย.นี้

นายสุวิช รัตนยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท จำกัด(มหาชน)หรือ BSEC เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ว่าภายในปลายเดือนตุลาคมนี้คาดว่าจะสามารถสรุปราคาจองได้ และคาดว่าภายในสัปดาห์แรกจะสามารถขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรกหรือ IPOได้ หลังจากนั้นอีกประมาณ10-14 วันหุ้นจะเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้

ทั้งนี้ โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบล.บีฟิทนั้น ภายหลังไอพีโอจะมีกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาถือหุ้น 4 รายเนื่องจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ดังกล่าวได้เข้ามาซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิแปลงสภาพจากบริษัทฟินันซ่า หรือ FNS ในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อนักลงทุนรายใหญ่ได้มีการแปลงสภาพหุ้นกู้ ก็จะทำให้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย นายยืนยง พันธุ์วงศ์กล่อม ถือหุ้น 7.41%,นายสมเกียรติ วงศ์คุณทรัพย์ ถือหุ้น 7.41%,นางสาวยุพา การชฏิล ถือหุ้น 6.07% และนายชาตรี มหัทธนาดุลย์ ถือหุ้น 4.10% โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้ง 4 รายจะไม่สามารถขายหุ้นออกมาได้เป็นเวลา 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 เป็นต้นไป

บล.บีฟิท เตรียมเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปประมาณ 200 ล้านหุ้น ซึ่งได้แบ่งออกมา 40 ล้านหุ้นเพื่อจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT ซึ่งเป็นบริษัทแม่ โดยได้กำหนดสัดส่วนที่จะได้รับการจัดสรร 5 หุ้นบง.กรุงเทพธนาทร สามารถซื้อหุ้นบล.บีฟิทได้ 1 หุ้น ในราคาเดียวกับราคาจองที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งถ้าในส่วนนี้จัดสรรไม่หมดยังเหลืออยู่ก็จะนำไปรวมกับหุ้นที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหรืออันเดอร์ไรเตอร์จำนวน160 ล้านหุ้นสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ 4 รายดังกล่าวจะได้รับการจัดสรรหุ้นหรือไม่นั้น

นายสุวิชกล่าวว่า ถ้าเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบง.กรุงเทพธนาทร ก็จะได้รับการจัดสรรด้วย ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้และการที่นักลงทุนรายใหญ่ทั้ง 4 รายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบล.บีฟิทด้วยเช่นกัน ก็จะได้รับการจัดสรรหุ้นในฐานะลูกค้าด้วยเช่นกัน โดยบริษัทจะจัดสรรตามมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละราย

ทั้งนี้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะนำไปขยายเงินกองทุน ในแง่ของเครดิตบาลานซ์ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถปล่อยบัญชีมาร์จิ้นให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งตามเกณฑ์กำหนดไว้ในระดับ 5 เท่าของเงินกองทุน โดยปัจจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 600-700 ล้านบาทดังนั้นจึงสามารถปล่อยมาร์จิ้นได้ประมาณ 3 พันล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้ง ซึ่งในอดีตบริษัทมีสัดส่วนการซื้อขายทางด้านอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้งประมาณ 40% แต่เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้มีการปรับระบบ ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายด้านอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้ง ทำให้สัดส่วนลดลงเหลือ 25% ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยบริษัทได้ตั้งเป้าว่าจะมีมาร์เกตแชร์ภายในไตรมาส 4 อยู่ในระดับ 4% ซึ่งใน 9 เดือนแรกบริษัทมีมาร์เกตแชร์อยู่ในระดับ 3.63% ดังนั้นทั้งปีอาจจะไม่ถึง 4% อย่างไรก็ตามภายในปีหน้า บริษัทตั้งเป้าว่าทั้งปีจะมีมาร์เกตแชร์อยู่ในระดับ 4% และจะเป็นโบรกเกอร์ที่มีมาร์เกตแชร์สูงสุดติด 1 ใน 10

ในส่วนของงานด้านวาณิชธนกิจนั้น หลังจากที่ได้ทีมนายวิเชียร เอื้อสงวนกุลที่ย้ายมาจากบล.ซีมิโก้เข้ามาร่วมงานนั้น คาดว่าภายในปีนี้จะมีการนำบริษัทไทยง้วนเมทัลสตีลเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และการขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปหรือ PO ของบริษัทเอเชียเมทัล จำกัด(มหาชน)หรือ AMC จะช่วยทำให้บริษัทมีรายได้เสริมเข้ามาเพิ่มขึ้นอีก นอกเหนือจากรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us