|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สสส.เสนอคลังเก็บภาษีสุราเต็มเพดานโดยเฉพาะเหล้าขาว-เบียร์ ร่วมมาตรการห้ามโฆษณาเหล้าทุกสื่อ 24 ชั่วโมงลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งัดข้อมูลสู้บริษัทเหล้า ให้เลิกอ้างห้ามโฆษณาไม่ได้ผล ชี้ชัดนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มสัมพันธ์กับยอดโฆษณา ผอ.ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ระบุโฆษณาเหล้าสร้างภาพเชิงบวกดึงเด็กดื่มเพราะมีค่านิยมผิด ด้านเครือข่ายงดเหล้าฯ บุกให้กำลังใจ รมว.สธ.วันนี้
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผอ.สำนักสร้างเสริมสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การที่กลุ่มธุรกิจสุรา อ้างว่า การห้ามโฆษณาจะไม่ได้ผล เพราะโฆษณาใช้เพื่อการแย่งส่วนแบ่งการตลาดระหว่างผู้ค้าด้วยกันเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มการดื่ม และยังมีช่องทางสื่อที่ควบคุมไม่ได้นั้น ไม่เป็นความจริง หลักการที่นักวิชาการตลาดรู้ดี คือ การโฆษณาและการตลาดด้านอื่น เช่น ราคา การวางจำหน่าย มีผลทั้งการแย่งส่วนแบ่งตลาดและการขยายตลาดใหม่ อีกทั้งข้อเท็จจริงของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย ยืนยันเรื่องนี้ได้ชัดเจน คนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวใน 14 ปี คือ ในช่วงปี 2532-2546 เฉพาะเบียร์เพิ่มถึง 8 เท่าตัวในช่วงเวลาเดียวกัน
“การเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ช่วงนั้นสัมพันธ์โดยตรงกับยอดโฆษณาสินค้าแอลกอฮอล์อย่างปฏิเสธไม่ได้ ส่วนสื่ออื่น เช่น จากการถ่ายทอดสด หรือจากอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ ที่ยังไม่ได้ห้าม เพราะไม่มีเทคโนโลยีเพียงพอ แต่จากประสบการณ์ห้ามโฆษณาบุหรี่ ชี้ชัดว่า เป็นเพียงช่องทางสื่อเล็กๆ ไม่ได้มีอิทธิพลสูง เปรียบเสมือนเรือรั่ว เราต้องอุดรูใหญ่ที่ทำได้ก่อน การมาชี้รูรั่วเล็กเพื่อไม่ให้แก้ปัญหาใหญ่ เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล
ส่วนที่ว่าเหล้าขาวขายได้มากโดยไม่ต้องโฆษณา เกิดจากการผูกขาด และมีราคาต่ำจากการกำหนดเพดานภาษีไว้ต่ำเกินไป ทางแก้คือ การขึ้นภาษี ปัญหาวิกฤตคนไทยเมาติดระดับโลก ต้องใช้หลายๆ มาตรการร่วมกัน นอกจากกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ออกมาตรการห้ามโฆษณาแล้ว กระทรวงการคลังควรได้ร่วมนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของนายกรัฐมนตรี ด้วยการพิจารณาขึ้นภาษีประเภทสุราที่ยังมีอัตราภาษีไม่เต็มเพดานตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 โดยเฉพาะสุราขาวและเบียร์ด้วย
ขณะที่ นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผอ.ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลทำให้มีนักดื่มหน้าใหม่ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งมีผลการวิจัยสนับสนุนชัดเจน นอกจากนี้การโฆษณาสินค้าที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ หรือผูกเรื่องด้วยด้านบวกนั้น ถือว่าการโฆษณามีผลต่อเด็กโดยตรง ปัจจุบันมีเบียร์ และสุราที่ใช้ความต้องการของเด็กวัยรุ่นมาผูกเรื่อง เช่น ดื่มแล้วมีความสนุกสนาน เฮฮา หรูหรามีระดับ มีเสน่ห์ทางเพศ มีความสำเร็จ มีมิตรภาพ เป็นการโฆษณาจูงใจ และสร้างค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง
หรือแม้แต่นำเสนอเรื่องเชิงทำความดี ให้เด็กรู้สึกว่าสินค้าชนิดนั้นทำความดี เด็กจะเกิดศรัทธากับตัวสินค้า เช่น การบริจาคผ้าห่ม หรือสนับสนุนฟุตบอลโลก ซึ่งมีการสำรวจพบว่าเด็กจะรู้สึกว่าควรสนับสนุนสินค้าเหล่านั้นเป็นการตอบแทนมากกว่าผู้ใหญ่หากห้ามไม่ให้มีการโฆษณา ก็จะทำให้ไม่มีแรงจูงใจกับเด็ก ความสนใจเรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จะลดน้อยลง
ส่วนการกำหนดอายุผู้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จาก 21 ปี เป็น 25 ปี ก็สำคัญเพราะเด็กไม่มีวิจารณญาณเพียงพอ เมื่อเด็กดื่มแล้วก็มีโอกาสไปก่อเหตุตีกัน ข่มขืน อุบัติเหตุมากกว่าวัยผู้ใหญ่ การกำหนดอายุจะทำให้การเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลำบากขึ้น
ด้านนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กล่าวว่า ขอสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข เพราะจะช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้กลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่ ตัดวงจรการรับรู้ ยั่วยุ ให้อยากรู้อยากลอง เนื่องจากเด็กถูกชักจูงได้ เนื่องจากสุรานำมาซึ่งความสูญเสีย ทำลายชีวิต ทำลายสถาบันครอบครัว ทั้งนี้ คงต้องดำเนินมาตรการทางกฎหมายและสังคมอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย
นางอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ แกนนำครอบครัวอาสาเคลื่อนไหวสังคม กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรงดเหล้า 84 องค์กรทั่วประเทศ อาทิ เครือข่ายลดอุบัติเหตุ เครือข่ายพ่อแม่ เครือข่ายมัธยมต้านภัยสุรายาสูบ เครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์สังคม สถาบันบุญนิยม จะเดินทางไปที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข สนับสนุนให้ดำเนินมาตรการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขอให้มั่นใจ อย่าสนใจกับข้ออ้างของฝ่ายธุรกิจเหล้า ฝ่ายโฆษณา ขอให้เชื่อว่า พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ทั่วประเทศไทย ส่งกำลังใจให้อย่างเต็มที่
ภก.มานิตย์ อรุณากูร รองเลขาธิการสำนักงานอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการการเชิญผู้เชิญผู้เกี่ยวข้องมารับฟังนโยบายห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันนี้(16 ต.ค.) ว่า เป็นการชี้แจงสถานการให้ทราบ พร้อมทั้งพิจารณามาตรการจำกัดการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โดยเชิญทั้งผู้ประกอบการ เอ็นจีโอ บุคลหน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอต่างๆ ที่เป็นโยชน์ เพื่อให้เขามีส่วนร่วมในการออกประกาศควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“แนวทางคงเป็นไปตามที่รัฐมนตรีได้ออกเป็นนโยบายไปแล้ว แต่ผู้ประกอบการ หรือหน่วยงานก็สามารถที่จะเสนอได้เลย ช่วยกันดูว่ามีช่องโหว่ตรงไหนจุดใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบังคับใช้ที่อาจไม่คลอบคลุมสื่อทุกประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เราก็พยายามจะให้ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งก็ยินดีรับมาพิจารณา”ภก.มานิตย์กล่าว
|
|
 |
|
|