|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
*ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขานรับนายรัฐมนตรีคนใหม่ แม้เป็นทหาร แต่ภาพลักษณ์โปร่งใส น่าเชื่อถือ นำพาประเทศพ้นวิกฤต
*มั่นใจเศรษฐกิจพุ่งทะยาน อสังหาริมทรัพย์โงหัว หากได้สุดยอดทีมเศรษฐกิจมือฉมัง
*เชื่อแม้เป็นรัฐบาลชั่วคราวก็สานต่อโครงการรถไฟฟ้าได้ตามแผนเดิม
แม้ว่าปัจจุบันสภาวะการทางการเมืองได้คลี่คลายลง จนถึงขั้นได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ 24 ของประเทศ คือพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาแล้ว
โดยในภาคธุรกิจเอกชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผู้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับนับถือจากหลายฝ่าย ทั้งข้าราชการ ทหาร พลเรือน ที่สำคัญมีภาพลักาณ์ที่โปร่งใส และเป็นนักบริหาร ที่น่าจะนำพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ไปได้ รวมถึงน่าจะแก้ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดในภาคใต้ได้ ซึ่งจะทำให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น กำลังซื้อกลับมา รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากความสั่นคลอนทางการเมือง จนทำให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุน และผู้ซื้อลังเลที่จะตัดสินใจซื้อ
ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ตนเห็นด้วยและรู้สึกยอมรับในตัว พล.อ. สุรยุทธ์ ที่เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งในสายตาของคนไทยส่วนใหญ่ที่รู้ประวัติ และหน้าที่การงานจะเข้าใจและยอมรับ พล.อ.สุรยุทธ์ ได้ไม่ยาก ในขณะที่ในสายตาของต่างชาติอาจจะยังไม่เข้าใจ และมองในแง่ลบว่า คปค. เอาทหารด้วยกันมาบริหารประเทศ จึงต้องอาศัยระยะเวลาที่จะให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าตัวตนของ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ก็มีความหวังอยากให้ มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล เข้ามาทีมดูแลเศรษฐกิจ เนื่องจากผลงานที่มีผ่านมาเป็นที่พอน่าพอใจ ซึ่งหากการฟอร์มทีมของรัฐบาลชั่วคราวมาจากการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม ก็น่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้น
ในแง่ของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มองว่า ไม่น่าจะเกิดความล่าช้า รวมทั้งเนื้อหาที่ปรับปรุงก็น่าจะมีความเหมาะสม และเป็นธรรม เนื่องจากภาคนักวิชาการและภาคประชาชนก็ได้ให้ความสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
สิ่งที่กังวลใจมากกว่า คือ เมกะโปรเจค ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรื่องการศึกษา ซึ่งถ้าวางตัวผู้ที่มาดูแลอย่างเหมาะสม ระบบเศรษฐกิจก็จะสามารถขับเคลื่อนไปได้ แต่เบื้องต้นก็มั่นใจว่าปัญหาภาคใต้ พล.อ.สุรยุทธ์ มีความเข้าใจดี และน่าจะเข้ามาแก้ปัญหาได้ ส่วนเมกะโปรเจคแท้จริงแผนการทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่รอให้เกิดการประมูลเท่านั้นเอง ซึ่งในช่วง 1 ปีของรัฐบาลชั่วคราวก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้ได้ก่อน
ด้านอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็นสำหรับตัวนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ เนื่องจากต้องรอดูหน้าตาของทีมเศรษฐกิจก่อน แต่ในเบื้องต้น พล.อ.สุรยุทธ์ก็เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เนื่องจากมีประวัติที่ดี มีความโปร่งใส แม้จะเคยเป็นทหารมาก่อน แต่ก็มีความเป็นพลเรือนในตัว น่าจะเป็นผู้ประสานความเข้าใจของทุกฝ่ายได้ แต่ทั้งนี้ต้องรอดูอีก 3-4 เดือน ถึงจะเห็นทิศทางการทำงาน แต่ส่วนตัวแล้วมีความมั่นใจว่า คปค.จะรักษาสัญญา เพราะที่ผ่านมา คปค. กล่าวว่าอีก 2 สัปดาห์ จะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ก็ทำตามที่พูดจริงๆ
แต่สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหา คือ ความเชื่อมั่นของต่างประเทศ เพราะระบบเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลกมาก เช่น การส่งออก การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัญหาระยะสั้นที่รัฐบาลชั่วคราวจะต้องแก้ให้ได้
สำหรับผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของ เอพี ไม่มากเท่าที่คาด โดยยอดขายในช่วง 2 สัปดาห์หลังเกิดเหตุการณ์รัฐประหารก็ยังปกติ มียอดขายเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้เล็กน้อย คาดว่ามาจากความคลี่คลายทางการเมือง โดยสองสัปดาห์มียอดขายประมาณ 400 ล้านบาท
ขณะที่สหัส ตันติคุณ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. เอสซี แอสเสท แสดงความเห็นว่า การเข้ามารับตำแหน่งของ พล.อ.สุรยุทธ์น่าจะไม่มีปัญหา เพราะโดยพื้นฐานก็เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาก่อนแล้ว แต่สิ่งที่คาดหวังมากกว่า คือ อยากให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีรัฐบาลมากำหนดทิศทาง และนโยบายเศรษฐกิจโดยเร็ว เพราะมองว่ารัฐบาลชั่วคราวคงจะผลักดันเรื่องการปฏิรูปการเมืองมากกว่า ส่วนในเรื่องของเศรษฐกิจควรจะมาจากรัฐบาลชุดที่มาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งเมกะโปรเจคต้องเป็นการดำเนินนโยบายระยะยาวมากกว่า ทั้งนี้สิ่งที่คาดหวัง คือ อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนว่าจะทำอะไร เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจที่จะสามารถคาดการณ์ภาวะตลาด และสามารถวางแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐได้
อิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บจก. กานดาพร็อพเพอร์ตี้ และอุปนายกสมาคมบ้านจัดสรร กล่าวว่า ส่วนตัวมองในเชิงบวกมากกว่า เพราะหลังจากมีความชัดเจนในตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้ เพราะเป็นคนดีมีความตั้งใจ มีบารมี ซึ่งน่าจะขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายได้ไม่ยากที่จะดูแลระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศกล้าที่จะเข้ามาลงทุนมากกว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาในช่วงรัฐบาลทักษิณ รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็จะมีทิศทางที่ดีขึ้น ถ้าหากผู้บริโภคมีความมั่นใจในรายได้ มีงานทำ ไม่ตกงาน ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อกลับคืนมาก็จะไปช่วยดันให้ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น
ชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ. ปริญสิริ มองว่า ภาพรวมของตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วถือว่าเหมาะสม และมีความเป็นกลาง แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูคณะรัฐมนตรีที่จะเข้ามาดูในเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจก่อน ส่วนภาพรวมของการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศนั้นในระยะสั้นอาจต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ต้องรอดูสถานการณ์ในระยะยาวช่วง 6 เดือน หรือ 1 ปี ซึ่งก็อาจจะเห็นผลที่ชัดเจนขึ้น
|
|
 |
|
|