Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์9 ตุลาคม 2549
"ตราเด็กสมบูรณ์" ชูคอนเทสต์มาร์เก็ตติ้งสร้างแบรนด์ ขยายฐานลูกค้าในอนาคต             
 


   
search resources

Food and Beverage
หยั่น หว่อ หยุ่น, บจก.
Marketing




แม้ว่าพฤติกรรมของบริโภคในตลาดเครื่องปรุงรสจะมีความภักดีต่อแบรนด์มาก (Brand Royalty) และมีการสวิตชิ่งแบรนด์ไปหาสินค้าคู่แข่งแทบไม่มี แต่การออกมาเคลื่อนไหวทางการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์ทำให้เข้าใกล้กับผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้นก็เป็นอีกกลยุทธ์ที่หยั่น หว่อ หยุ่นให้ความสำคัญในการทำตลาด

เมื่อเร็วๆนี้ซีอิ๊วขาว ตราเด็กสมบูรณ์ มีการเคลื่อนไหวในตลาดที่ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างแบรนด์หลากหลายโครงการ ที่วางเป้าหมายเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นรุ่นใหม่ที่ครอบคลุมลูกค้าในสถาบันศึกษาทุกกลุ่มอายุ ทั้งการพัฒนาฝีมือการปรุงอาหารสำหรับยอดพ่อครัวตัวน้อย ผ่านโครงการ "เด็กสมบูรณ์ยอดกุ๊กรุ่นจิ๋ว”ปลูกฝังให้เด็กไทยรักการทำอาหาร ทั้งยังวางรากฐานของแบรนด์ในระดับเยาวชนให้คุ้นเคยกับสินค้าในเครือหยั่นหว่อหยุ่น

ล่าสุดมีการทำโครงการใหม่ ที่ตอบโจทย์กับการสร้างแบรนด์ในระดับกลุ่มนิสิต นักศึกษาเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดเวที "เด็กสมบูรณ์ เวิลด์ ฟู้ด ชาเลนจ์ 2006 " ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อค้นหาสุดยอดฝีมือการปรุงอาหารไทยแนวฟิวชั่นในแบบฉบับของตนเอง เพื่อมอบโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีการแข่งขันพ่อครัว แม่ครัวระดับสากล

สมหวัง ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หยั่นหว่อหยุ่น จำกัด บอกว่า ลูกค้าหลักของ ผลิตภัณฑ์ ตราเด็กสมบูรณ์คือกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ดังนั้นขบวนการสร้างแบรนด์กับคนรุ่นใหม่เพื่อตลาดในอนาคตเป็นสิ่งที่บริษัทจะต้องเดินหน้าต่อไป

ประกอบกับ ในวันนี้ธุรกิจของ "หยั่นหว่อหยุ่น" ได้อยู่นอกเหนือขอบเขตสงครามซีอิ๋วแล้ว เนื่องจากมีการขยายไลน์สินค้าที่เข้าไปในตลาดซอสหอยนางรม ที่ตลาดรวมมูลค่า 900 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 7% และตราเด็กสมบูรณ์ ครองส่วนแบ่งตลาด 20% เป็นอันดับ 2 ของตลาด

รวมถึงการรับบทบาทเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์ "แม็กชอพ" ที่เข้าไปจับตลาดซอสผัด โดยมีผู้เล่นหลักๆคือคนอร์และโรซ่า ทั้งนี้ ซอสผัดเป็นตลาดใหม่มีโอกาสทางการขายสูง เพราะสินค้าตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนเมืองที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ซึ่งการขยายขอบเขตสินค้าทำให้ชื่อของตราเด็กสมบูรณ์ สินค้าแบรนด์ไทยในวันนี้

ที่สำคัญ การโลดแล่นในตลาดซีอิ้วขาวที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมากว่า 20 ปีของตราเด็กสมบูรณ์ ครองส่วนแบ่งตลาด 80% ของตลาดรวมมูลค่า 800 ล้านบาท ในวันนี้มีความแตกต่างจากในอดีตจากสิ้นเชิง

สภาพการแข่งขันในตลาดเริ่มทวีความเข้มข้นมากขึ้น มีผู้เล่นหน้าใหม่ๆเข้ามาร่วมชิงแชร์ในตลาดเครื่องปรุงรส ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเค้กก้อนใหญ่ โดยตลาดรวมมีมูลค่ามากถึง 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นซอสปรุงรส เช่น ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสหอยนางรม และเต้าเจี๊ยว 70% และ 30% เป็นเครื่องจิ้มเช่น ซอสพริก น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มสุกี้

อีกทั้งสภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหาร ยังมีการแข่งขันทำโปรโมชั่น แคมเปญจัดชิงโชค จับรางวัลค่อนข้างถี่ ภาวะตลาดดังกล่าว ตราเด็กสมบูรณ์ก็ไม่ได้กระโดดลงไปเล่นสงครามโปรโมชั่น แต่แก้เกม ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งสร้างแบรนด์เพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้าใหม่ และยังคงโฟกัสสินค้าในกลุ่มซีอิ๋วขาวเห็ดหอม เต้าเจี้ยว รวมทั้งขยายตลาดเป็นซีอิ๋วขาวระดับพรีเมี่ยม โดยพัฒนาแบรนด์ ซีอิ๋วขาว "เด็กสมบูรณ์ทอง" ขึ้นมาเป็น Golden series ที่ใช้เวลาหมัก 12 เดือน

นอกจากแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะเป็นจุดแข็งที่ได้เปรียบคู่แข่งในตลาดผู้บริโภคในครัวเรือน แต่ตลาดกลุ่มอุตสาหกรรม (Food Service)นั้น มาตรฐานรับรองที่เชื่อถือได้ทำให้รสชาติมีความคงที่ และข้อต่อรองทางด้านราคายังเป็นสิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจซื้อเป็นอันดับต้นๆ โดยตลาดเครื่องปรุงรสส่วนใหญ่ยังเป็นตลาดผู้บริโภค 80% และตลาดภาคอุตสาหกรรม 20 %

ทั้งนี้ ปีนี้มีการทุ่มงบการตลาด 100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบสำหรับการออกหนังโฆษณา เชิญชวนให้คนกินเจในช่วงเทศกาล 30 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 20 ล้านบาท "คาดว่าช่วงฤดูการขายจะสร้างยอดขายให้เข้าเป้าที่วางไว้ โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาทำยอดขายได้แล้วประมาณ 60 % จากเป้าหมาย1.2 พันล้านบาทในปีนี้"สมหวังกล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us