Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2546
Steelcase             
 

   
related stories

สิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน
เก้าอี้ทำงานตัวละ 7 หมื่น

   
search resources

Steelcase




เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน โดยมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลก มาตั้งแต่ปี 1974 (2517) และเป็น 1 ในบริษัทที่ติดอยู่ในการจัดอันดับ Fortune 500 ของนิตยสาร Fortune อยู่ในปัจจุบัน

Steelcase ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1912 (2455) ในเมือง Grand Rapids มลรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดย Peter M. Wege, Sr. และ Walter Idema กับผู้ร่วมหุ้นคนอื่นๆ อีก 10 คน

ในครั้งแรกของการก่อตั้ง ได้ใช้ชื่อบริษัทว่า Metal Office Furniture Company มีพนักงานและช่างฝีมือจำนวน 15 คน เพื่อผลิตตู้เก็บเอกสารที่ใช้ภายในสำนักงาน ภายใต้ยี่ห้อ Steelcase และสามารถทำยอดขายในปีแรกได้ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ในอีก 2 ปีต่อมา ได้เริ่มขยายประเภทสินค้า โดยผลิตตู้เหล็กทนไฟเพิ่มขึ้น และสามารถทำยอดขายครั้งแรกได้ถึง 200 ตู้ โดยขายให้กับ Customs House Tower ซึ่งเป็นตึกระฟ้าแห่งแรกในเมืองบอสตันเพียงเจ้าเดียว

สิ่งที่ Steelcase มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง คือการที่ได้เข้าไปมีบทบาทในประวัติศาสตร์ช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในการลงนามในเอกสารยอมแพ้สงคราม ที่ทำบนเรือ USS Missouri ระหว่างนายพล Douglas MacArthur กับตัวแทนของจักรพรรดิญี่ปุ่น เป็นการเซ็นเอกสารกันบนโต๊ะของ Steelcase

ในปี 1954 (2497) บริษัท Metal Office Furniture Company ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Steelcase ตามชื่อยี่ห้อสินค้า และเริ่มขยายกิจการออกนอกสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก โดยการตั้งสำนักงานในเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา

ตั้งแต่ทศวรรษ 1970-1980 เป็นช่วงที่ Steelcase
มีการขยายตัวอย่างมาก โดยได้เข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายแห่งในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการเข้ามาร่วมทุนในสัดส่วน 50% ในบริษัท Kurogane Ltd., ในเมือง โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1973 (2516) ซึ่งถือเป็นการขยายตัวเข้ามาในย่านเอเชียเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นจึงได้เริ่มขยายตัวเข้าไปในทวีปยุโรป เริ่มจากในฝรั่งเศส และต่อเนื่องเข้ามา
ในตะวันออกกลาง

ปี 1984 (2527) ได้เปลี่ยนนิยามของบริษัท จากผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมในการทำงาน และใช้นิยามนี้เป็นจุดขายมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้น 2 ปี ได้ตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้น เพื่อชูจุดเด่นของนิยามบริษัทที่เปลี่ยนแปลงใหม่

ปัจจุบัน Steelcase เป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานครบวงจร ตั้งแต่ระบบสำนักงาน ระบบไฟฟ้า และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีโรงงานผลิตที่เป็นเครือข่ายมากกว่า 40 แห่งทั่วโลก และมี Dealer มากกว่า 800 ราย

ในปี 2545 ที่ผ่านมา Steelcase สามารถทำยอดขายได้ รวม 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 130,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขยอดขายที่สูงกว่าคู่แข่งอันดับรองลงมาถึง 2 เท่า โดยครองส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกาประมาณ 22% และในยุโรป 13% แต่สำหรับตลาดย่านเอเชีย Steelcase ยังมีสัดส่วนที่น้อยมาก โดยมียอดขายเพียงประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นจึงมีเป้าหมายที่จะบุกตลาดในย่านนี้เป็นหลัก โดยเตรียม ลงทุนประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เหมาะสมสำหรับคนเอเชียและตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มยอดขายในภูมิภาคนี้ขึ้นอีก 10-15% ในปีนี้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us