Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 ตุลาคม 2549
PA ลุ้นเงินก้อนโต 1.7 พันล้านบาท ขายที่ดินบนสมุยให้กลุ่มเลแมนฯ             
 


   
www resources

โฮมเพจ แนเชอรัล พาร์ค

   
search resources

เลแมน บราเดอร์ส
แนเชอรัล พาร์ค, บมจ.
แปซิฟิค แอสเซ็ทส์, บมจ.
Real Estate




บอร์ดแปซิฟิค แอสเซ็ทส์ฯ ที่มีเอ็นพาร์คถือหุ้นใหญ่ 36.40% เดินหน้าขายทรัพย์สิน ล่าสุดตัดสินใจขายที่ดินและสิทธิการเช่าที่ดินบนเกาะสมุยให้แก่ เลแมน บราเดอร์สฯ คาดธุรกรรมการขายครั้งนี้มีรายได้ถึง 1,175 ล้านบาท ขณะที่ราคามูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 647.5 ล้านบาท ระบุการเข้าทำสัญญาต้องผ่าน 3 ข้อบังคับ ในระยะ 90 วัน คาดรายได้จะชำระหนี้สถาบันการเงินและเป็นทุนหมุนเวียนขยายธุรกิจ จับตาตัวเลขหนี้สินต่อทุนลดลงต่อเนื่อง

นายเถาถวัลย์ ศุภวานิช กรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ จำกัด (มหาชน) มีบริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นพาร์ค ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 36.40% เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 14/2549 เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขายที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างเนื้อที่รวม 131-0-10.3 ไร่ และขาย (โอน) สิทธิการเช่าที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างเนื้อที่รวม 7-2-6.9 ไร่ ซึ่งที่ดินทั้งหมดตั้งอยู่ ณ ตำบลบ่อผุด อำเภอ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ให้แก่ผู้ซื้อ คือ บริษัท เลแมน บราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด และ/หรือ บุคคลที่บริษัท เลแมน บราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด กำหนด โดยรายการดังกล่าว ผู้จะซื้อไม่เข้าเกณฑ์ เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ รายการซื้อขายดังกล่าว บริษัทฯ กำหนดราคาไว้ที่ 1,175 ล้านบาท ซึ่งการเข้าทำสัญญาขายทรัพย์สินดังกล่าวจะมีเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญ ได้แก่ 1. ผู้จะซื้อจะต้องได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อน 2. บริษัทฯ และผู้จะซื้อจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าที่ดิน ในการโอนสิทธิการเช่าที่ดินจากบริษัทฯ ให้แก่ผู้จะซื้อก่อน และ 3. ผู้จะซื้อพอใจผลการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) ของผู้จะขายและทรัพย์สินที่ขาย โดยหากเงื่อนไขบังคับก่อนดังกล่าวข้างต้น ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จได้ภายใน 90 วันนับแต่วันทำสัญญาขายทรัพย์สิน บริษัทฯ และผู้จะซื้อตกลงให้สัญญาขายทรัพย์สินเป็นอันสิ้นสุดลง

สำหรับการชำระเงินนั้น ผู้จะซื้อจะชำระราคาให้แก่บริษัทฯ ในวันทำการซื้อขาย (Closing Date) โดยหักเงินประกัน (Retention) ไว้เป็นจำนวนเงิน 117.5 ล้านบาท มีกำหนดเวลา 12 เดือน เพื่อเป็นหลักประกันค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่อาจเกิดจากข้อเรียกร้องต่างๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ซื้อดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้จะซื้อจะออกหนังสือค้ำประกันในมูลค่าเท่ากับเงินประกันเพื่อคืนแก่บริษัทฯเมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว

"การทำรายการดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ พิจารณาแล้วเห็นว่า น่าจะเป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างสูงต่อบริษัท ด้วยเหตุผลคือราคาเสนอซื้อสินทรัพย์เป็นราคาที่สูงถึง 1,175 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์ที่จำหน่ายไปดังกล่าวเท่ากับ 647.5 ล้านบาท ดังนั้นในการเข้าทำรายการในครั้งนี้ จะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและภาระทางการเงินต่อบริษัท นอกจากนั้น จะทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีความพร้อมเพื่อมองหาโอกาสการลงทุนในอนาคตในธุรกิจต่อไป" นายเถาถวัลย์ กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องขายทรัพย์สิน

อนึ่ง มูลค่าของสินทรัพย์ที่จำหน่ายไป ณ วันที่ 30 มิ.ย. 49 เท่ากับ 647.5 ล้านบาท โดยบริษัท ไทยประเมินราคา ลินน์ ฟิลลิปส์ จำกัด เป็นผู้ประเมินราคาอิสระได้ประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ เฉพาะที่ดิน 131-0-10.3 ไร่ ไว้ประมาณ 655 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารจากเอ็นพาร์คระบุว่า ในฐานะผู้ถือหุ้นยังคงมีแผนที่จะขายหุ้นในบริษัทแปซิฟิคฯ ออกไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มดุสิตธานีฯได้เข้ามาเจรจาซื้อหุ้น แต่ติดเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องล้มเลิกแผนดังกล่าว สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ของปี 49 บริษัทมียอดรายได้รวม 212 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 48 มียอดรายได้รวม 19. ล้านบาท หนี้สินรวมลดลงจาก 1,380 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 48 เหลือ 1,196 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย.49 ลดลง 184 ล้านบาท เนื่องจากชำระหนี้เจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง ส่งผลให้หนี้สินต่อทุนลดจาก 0.50 เท่ามาเหลือ 0.44 เท่า ขณะที่สินทรัพย์รวมลดลงจาก 4,124 ล้านบาท ณ สิ้นธ.ค. 48 มาอยู่ที่ 3,911 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย.49   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us