บอร์ดแปซิฟิค แอสเซ็ทส์ฯ ที่มีเอ็นพาร์คถือหุ้นใหญ่ 36.40% เดินหน้าขายทรัพย์สิน ล่าสุดตัดสินใจขายที่ดินและสิทธิการเช่าที่ดินบนเกาะสมุยให้แก่ เลแมน บราเดอร์สฯ คาดธุรกรรมการขายครั้งนี้มีรายได้ถึง 1,175 ล้านบาท ขณะที่ราคามูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 647.5 ล้านบาท ระบุการเข้าทำสัญญาต้องผ่าน 3 ข้อบังคับ ในระยะ 90 วัน คาดรายได้จะชำระหนี้สถาบันการเงินและเป็นทุนหมุนเวียนขยายธุรกิจ จับตาตัวเลขหนี้สินต่อทุนลดลงต่อเนื่อง
นายเถาถวัลย์ ศุภวานิช กรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ จำกัด (มหาชน) มีบริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นพาร์ค ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 36.40% เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 14/2549 เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขายที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างเนื้อที่รวม 131-0-10.3 ไร่ และขาย (โอน) สิทธิการเช่าที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างเนื้อที่รวม 7-2-6.9 ไร่ ซึ่งที่ดินทั้งหมดตั้งอยู่ ณ ตำบลบ่อผุด อำเภอ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ให้แก่ผู้ซื้อ คือ บริษัท เลแมน บราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด และ/หรือ บุคคลที่บริษัท เลแมน บราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด กำหนด โดยรายการดังกล่าว ผู้จะซื้อไม่เข้าเกณฑ์ เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ รายการซื้อขายดังกล่าว บริษัทฯ กำหนดราคาไว้ที่ 1,175 ล้านบาท ซึ่งการเข้าทำสัญญาขายทรัพย์สินดังกล่าวจะมีเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญ ได้แก่ 1. ผู้จะซื้อจะต้องได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อน 2. บริษัทฯ และผู้จะซื้อจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าที่ดิน ในการโอนสิทธิการเช่าที่ดินจากบริษัทฯ ให้แก่ผู้จะซื้อก่อน และ 3. ผู้จะซื้อพอใจผลการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) ของผู้จะขายและทรัพย์สินที่ขาย โดยหากเงื่อนไขบังคับก่อนดังกล่าวข้างต้น ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จได้ภายใน 90 วันนับแต่วันทำสัญญาขายทรัพย์สิน บริษัทฯ และผู้จะซื้อตกลงให้สัญญาขายทรัพย์สินเป็นอันสิ้นสุดลง
สำหรับการชำระเงินนั้น ผู้จะซื้อจะชำระราคาให้แก่บริษัทฯ ในวันทำการซื้อขาย (Closing Date) โดยหักเงินประกัน (Retention) ไว้เป็นจำนวนเงิน 117.5 ล้านบาท มีกำหนดเวลา 12 เดือน เพื่อเป็นหลักประกันค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่อาจเกิดจากข้อเรียกร้องต่างๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ซื้อดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้จะซื้อจะออกหนังสือค้ำประกันในมูลค่าเท่ากับเงินประกันเพื่อคืนแก่บริษัทฯเมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว
"การทำรายการดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ พิจารณาแล้วเห็นว่า น่าจะเป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างสูงต่อบริษัท ด้วยเหตุผลคือราคาเสนอซื้อสินทรัพย์เป็นราคาที่สูงถึง 1,175 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์ที่จำหน่ายไปดังกล่าวเท่ากับ 647.5 ล้านบาท ดังนั้นในการเข้าทำรายการในครั้งนี้ จะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและภาระทางการเงินต่อบริษัท นอกจากนั้น จะทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีความพร้อมเพื่อมองหาโอกาสการลงทุนในอนาคตในธุรกิจต่อไป" นายเถาถวัลย์ กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องขายทรัพย์สิน
อนึ่ง มูลค่าของสินทรัพย์ที่จำหน่ายไป ณ วันที่ 30 มิ.ย. 49 เท่ากับ 647.5 ล้านบาท โดยบริษัท ไทยประเมินราคา ลินน์ ฟิลลิปส์ จำกัด เป็นผู้ประเมินราคาอิสระได้ประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ เฉพาะที่ดิน 131-0-10.3 ไร่ ไว้ประมาณ 655 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารจากเอ็นพาร์คระบุว่า ในฐานะผู้ถือหุ้นยังคงมีแผนที่จะขายหุ้นในบริษัทแปซิฟิคฯ ออกไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มดุสิตธานีฯได้เข้ามาเจรจาซื้อหุ้น แต่ติดเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องล้มเลิกแผนดังกล่าว สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ของปี 49 บริษัทมียอดรายได้รวม 212 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 48 มียอดรายได้รวม 19. ล้านบาท หนี้สินรวมลดลงจาก 1,380 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 48 เหลือ 1,196 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย.49 ลดลง 184 ล้านบาท เนื่องจากชำระหนี้เจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง ส่งผลให้หนี้สินต่อทุนลดจาก 0.50 เท่ามาเหลือ 0.44 เท่า ขณะที่สินทรัพย์รวมลดลงจาก 4,124 ล้านบาท ณ สิ้นธ.ค. 48 มาอยู่ที่ 3,911 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย.49
|