|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ไทยธนาคารยันเหตุปฏิรูประบอบการปกครองฯไม่กระทบแผนขายหุ้นเพิ่มทุนแบงก์ให้กับ TPG Newbridge คาดสรุปผลชัดเจนได้ภายในไตรมาสแรกปีหน้า หลังได้รับคำตอบรับคำร้องขอขยายเพดานหุ้นต่างชาติจากแบงก์ชาติแล้ว เผยยังมีแผนระดมทุนเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่2 ให้มาอยู่ที่ 3-4% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 1% กว่าอีกรอบ
นายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) (BT) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับ TPG Newbridge ภายหลังจากการเหตุการณ์ยึดอำนาจของคณะปฏิรูประบอบการปกครองฯเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ธนาคารชะลอแผนการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ TPG Newbridge เนื่องจากเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในครั้งนี้ และคาดว่าข้อสรุปดังกล่าวจะจบได้ไม่เกินไตรมาส 1 ปี 2550 โดยหลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าวก็จะทำให้ BIS ของธนาคารมาอยู่ที่12% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 9% โดยเป็นเงินกองทุนขั้นที่ หนึ่ง 7% กว่า และเงินกองทุนขั้นที่สอง 1% กว่า
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 12/2549 ที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2549 ได้มีมติอนุมัติให้ธนาคารดำเนินการเจรจาอย่างเฉพาะเจาะจงกับกองทุน TPG Newbridge เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ TPG Newbridge จะเข้ามาลงทุนในธนาคารในสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกิน 24.99%
“เราเชื่อว่าดีลดังกล่าวยังสามารถเดินไปตามแผนเดิมที่วางไว้ได้ แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนก็คงต้องรอดูการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ก่อน อย่างไรก็ตามเราไม่ได้กังวลใจหากนักลงทุนดังกล่าวไม่สนใจซื้อหุ้นของธนาคาร เนื่องจากธนาคารยังมีนักลงทุนรายอื่นอีกหลายรายที่ยังสนใจเข้ามาร่วมธุรกิจ” นายพีรศิลป์ กล่าว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคารกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์การยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองฯ ก็มีนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะกองทุนจากสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นผู้ที่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคาร ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งธนาคารได้อธิบายและชี้แจงให้นักลงทุนเข้าใจ โดยธนาคารยังเชื่อว่า นักลงทุนยังคงมั่นใจในการที่จะเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินของธนาคาร
นอกจากนี้ ในอนาคตธนาคารยังมีแผนที่จะระดมทุนเพื่อมาเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 ให้มาอยู่ที่ 3-4% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 1% กว่า ซึ่งเชื่อว่าการเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 จะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาหุ้นได้ ส่วนจะออกเป็นโปรดักส์ไหนขณะนี้ยังอยู่ในช่วงวางแผนอยู่ ซึ่งคงต้องรอจังหวะสถานการณ์ที่เหมาะสมด้วยว่าจะออกได้ในช่วงไหน
“ในอนาคตเรามีแผนจะเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 แต่จะออกมาในรูปแบบไหนก็ต้องพิจารณาอีกที ซึ่งต้องรอดูจังหวะเวลาที่เหมาะสมก่อนด้วย” นายพีรศิลป์กล่าว
ส่วนราคาหุ้นเพิ่มทุนใหม่ที่ธนาคารได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและจะขายให้กับนักลงทุนสถาบันทั้งแบบเฉพาะเจาะจง และนักลงทุนทั่วไป หุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นมิ.ย. 49 ที่ราคาอยู่ที่ 6.70 บาท ซึ่งราคาที่เสนอขายจะต้องอิงกับราคาซื้อขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นธนาคารในตลาดรวม 14 วันทำการ และราคาต้องไม่น้อยกว่า 90% ของราคาตลาด โดยการขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว ธนาคารจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 12 เดือน นับจากที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติ
สำหรับกรณีการที่ธนาคารขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอขยายเพดานการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ โดยขอให้นักลงทุนสถาบันรายเดียวถือหุ้นได้ไม่เกิน 24.99% พร้อมทั้งขอขยายเพดานการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 25% เป็น 49% ว่าวานนี้ (3 ต.ค.) ธปท.ได้ทำหนังสือตอบรับมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และหลังจากนี้ธปท. จะส่งหนังสือการพิจารณาดังกล่าวให้กระทรวงการคลังอนุมัติ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของกระทรวงการคลังที่จะเป็นผู้อนุมัติ
|
|
 |
|
|