Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2549








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2549
Jazz With View             
โดย สุภัทธา สุขชู
 


   
www resources

โฮมเพจ โรงแรม Millenium Hilton

   
search resources

Musics
โรงแรม Millenium Hilton
Three Sixty (360)




สำหรับคนรักแจ๊ซ การเสาะหาแจ๊ซบาร์ดีๆ สักแห่งในกรุงเทพฯ อาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้ากำลังมองหาแจ๊ซบาร์ชิลๆ ที่มีวิวงามๆ ของกรุงเทพฯ เป็นม่านสายตา อาจหาไม่ได้ง่ายๆ แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องพลิกแผ่นดิน เพราะบาร์อย่างที่ว่า ผุดขึ้นมาแล้วในกรุงเทพฯ

ลิฟต์แก้วที่เบื้องหน้าฉายทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มุมมองเริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ จนถึงชั้นสูงสุด ชั้น 32 ของโรงแรม Millenium Hilton อันเป็นที่ตั้งของ Three Sixty (360) แจ๊ซเลาจน์ริมน้ำที่อยู่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ

ทรีซิกตี้ เป็นเลาจน์สไตล์อเมริกันแจ๊ซที่โดดเด่นด้วยวิวพานอรามิก เห็นกรุงเทพฯ ได้ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มองกรุงเทพฯ ได้ทั้ง 360 องศาสมกับชื่อสถานที่ และบน ความสูงเพียง 130 เมตร จึงยังพอมองเห็นรายละเอียดของตึกรามได้อย่างชัดเจน (ยกเว้น วันฝนตกหรือหมอกหนา)

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนส่วนหักโค้งของแม่น้ำพอดี ฟากหนึ่งจึงได้เพลินตาไปกับ "ซิตี้วิว" ที่เต็มไปด้วยวิวของตึกสูง ขณะที่อีกฟากกลับได้อิ่มใจกับวิวยอดแหลมประปราย ของวัดวาอารามบนฝั่งธนบุรี รวมทั้งพระปรางค์วัดอรุณ ตลอดจนยอดเจดีย์ พระปรางค์ และยอดพระมณฑปในวัดพระแก้วที่ส่องแสงระยิบระยับเบื้องล่าง

เลาจน์แห่งนี้เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็น เพื่อให้ลูกค้าได้ขึ้นมาสัมผัส กับแสงสีส้มของฟากฟ้ากรุงเทพฯ ยามโพล้เพล้ จนเมื่อแสงสุดท้ายของวันหมดไป แสงสี ที่สว่างไสวจากตึกรามก็เริ่มเปิดฉากยามราตรีของกรุงเทพฯ ยิ่งดึกขึ้นแสงไฟในเลาจน์ก็จะถูกดีมให้มืดลง เพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศภายนอกได้มากขึ้น

ถ้าวิวเป็นเหมือน "พระเอก" แจ๊ซ ก็เป็น "นางเอก" ของที่นี่

ทรีซิกตี้ได้ทำสัญญากับ Dewar เอเย่นต์ในต่างประเทศผู้จัดหานักร้องแจ๊ซที่มีความสามารถชื่อเสียง และเป็นที่นิยม เวียนมาร้องที่นี่ทุก 3-6 เดือน นักร้องคนปัจจุบัน คือ Mickki Brown นักร้องสาวผิวสีชาวอเมริกันที่เคยเรียกแขกมากมายให้กับโรงแรม แชงกรีล่าในฮ่องกงมาแล้ว ซึ่งการแสดงจะเริ่มตั้งแต่ 3 ทุ่มจนถึงเลาจน์ปิดในเวลาตีหนึ่ง

การตกแต่งภายในและไลต์ติ้งของทรีซิกตี้เป็น สไตล์ contemporary design ที่เน้นสร้างบรรยากาศ แบบ "cozy" คืออบอุ่นเป็นกันเอง แต่ก็ทิ้งสเปซระหว่างโต๊ะเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศ ที่รีแลกซ์ แต่ก็ยังซ่อนความสง่าสไตล์ผู้บริหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าของแบรนด์ Hilton คุ้นเคยดี

แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเลาจน์อนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรำคาญใจและอึดอัด ด้วยกระจกใสรอบด้านที่เบนออกทำให้ดูกว้างขวางโปร่งตา พื้นที่ถูกจัดแบ่งไม่ให้แออัดหนาแน่น และเพดานสูงโปร่งโล่งสบาย จึงถ่ายเทอากาศได้ดีกว่าเลาจน์บาร์หลายแห่ง

สำหรับเครื่องดื่มที่จะเป็น "สีสัน" แต่งเติมค่ำคืน และชั่วขณะแห่งความผ่อนคลายให้กับแขกของทรีซิกตี้ คงหนีไม่พ้นบรรดาเครื่องดื่มที่มีให้เลือกเกือบร้อยเมนู เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ม็อกเทล ค็อกเทล เตกิล่า รัม จิน ไวน์ แชมเปญ คอนยัค วอดก้า เป็นต้น

ดริ้งก์ที่นี่มีจุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลายของค็อกเทล ทั้งมาร์ตินี่ค็อกเทล แชมเปญค็อกเทล คอนยัคค็อกเทล สาเกค็อกเทล ฯลฯ สนนราคาตั้งแต่ 260-690 บาทต่อแก้ว (ยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ) โดยเมนูที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ดริ้งก์ก็คือ Three-sixty สีฟ้าสดใสตัดกับสีแดงเชอรี่ และยังมี Red Jazz สีแดงร้อนแรงเพิ่มความคึกคัก ซึ่งเป็นสเปเชียลดริ้งก์ที่ไม่มีในเมนู

ทรีซิกตี้ยังเพิ่มความแตกต่างด้วยบริการผสมค็อกเทลที่โต๊ะเมื่อแขกสั่งบริการนี้ โดยบาร์เทนดี้สาวจะจัดเตรียมส่วนผสมทั้งหมดมาวางแสดงที่โต๊ะ จากนั้นก็โชว์การผสมและเชคก่อนเสิร์ฟ

นอกจากนี้ยังมีมุมซิการ์ที่คัดสรรซิการ์ชั้นดีจากคิวบา มาบริการให้แขกได้ลองลิ้ม

แต่หากหวังจะมาฝากท้อง (ให้อิ่ม) ที่นี่อาจจะต้องผิดหวัง เนื่องจากที่นี่เน้นดริ้งก์เป็นหลัก ส่วนเมนูอาหารเป็นเพียงของว่างทานเล่นเบาๆ (แต่ราคาไม่เบา) เพื่อเสริม รสชาติของดริ้งก์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งมีทั้งฟัวกราส์ (ตับ) คาเวียร์ หอยนางรม ริสสอทโท (ข้าวอิตาลี) ปรุงโดยเชฟชาวอิตาลี

ทรีซิกตี้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ 1 มีนาคม (ก่อนที่ โรงแรม Millennium Hilton เปิดตัวอย่างเป็นทางการ) ผู้จัดการเลาจน์ให้ข้อมูลว่า ตลอด 7 เดือนมีแขกค่อนข้างเยอะ วันธรรมดามีแขกเฉลี่ย 100 คนต่อคืน ส่วนวันศุกร์-อาทิตย์ มีแขกเต็มความจุ 200 ที่นั่ง หมุนเวียนมาเรื่อยๆ โดยจะเริ่มแน่นตั้งแต่ 4 ทุ่ม

แขกของทรีซิกตี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ในวัยทำงาน มีทั้งที่ชอบมานั่งปล่อยใจไปกับแจ๊ซ และปล่อยอารมณ์ไปกับทิวทัศน์ตามลำพัง มาเป็นกลุ่มเพื่อนฝูงแบบชิลๆ และมากันเป็นคู่ ดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติก ซึ่งผู้จัดการเลาจน์ กระซิบว่าเคยมีคนมาขอแต่งงานกันที่นี่แล้วด้วย

กว่า 60% เป็นลูกค้าภายนอกที่มักมานั่งพักผ่อนหลังมื้อเย็น โดยส่วนมากนิยมมาทานข้าวที่ร้านอาหารอื่นของโรงแรมก่อนแล้วก็ขึ้นมาชิลต่อที่นี่ โดยส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าคนไทย และลูกค้าที่เป็นชาว ต่างชาติ

"คนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับการทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในโมเมนต์พิเศษ ยิ่งทุกวันนี้สไตล์การทำงานค่อน ข้าง tough ช่วงเวลาผ่อนคลายจึงมีความหมาย และคนรุ่นใหม่ก็ชอบ ที่จะมีสถานที่ที่เก๋ๆ สบายๆ เป็นตัวเอง และเหมาะจะไปแฮงก์เอาต์กับเพื่อนฝูง เราหวังว่า ที่นี่น่าจะเป็น "my place" ของใครหลายคนได้" ปานสิริ รุ่งรัตน์ธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ได้แวะไปทรีซิกตี้ สิ่งที่แรกที่อยากแนะนำให้ทำ (ถ้าคนไม่แน่นจนเกินไป) นั่นก็คือ เดินสำรวจให้ทั่วเสียก่อนว่า วันนี้ มุมไหนดูสวยที่สุด และวิวกรุงเทพฯ ในแบบไหนที่เหมาะกับอารมณ์ประจำวันนั้นมากที่สุด...ซึ่งแต่ละครั้งอาจจะไม่ซ้ำกันเลยก็เป็นได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us