|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ ตุลาคม 2549
|
 |

หลายสิบปีมาแล้ว นักลงทุนผู้มีอันจะกินในต่างประเทศ อย่างอเมริกา ต่างมีเครื่องมือทางการเงินหลากหลาย เช่นอนุพันธ์ที่ถูกพัฒนาให้ทรงพลังขึ้นอย่างมากมาย โดยบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล ซึ่งคอยให้บริการจัดโครงสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินขึ้นมาใช้สนองตอบความต้องการสร้างความมั่งคั่งอย่างไม่รู้จบให้แก่ผู้ลงทุนแต่ละรายที่มีสไตล์ลงทุนเป็นของตัวเอง และต้องการกระโดดข้ามข้อจำกัดทั้งด้านรูปแบบการลงทุน เงื่อนไขเวลาหรือความเสี่ยงที่อาจจะแผ่ตัวขวางทั่วตลาดได้ในอนาคต
สำหรับที่เมืองไทย กลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนักที่มีสไตล์ลงทุนเป็นแบบฉบับเฉพาะตัว กำลังจะมีโอกาสได้เครื่องมือทางการเงินมาใช้เป็นสปริงบอร์ด โดดข้ามข้อจำกัดในแบบเดียวกันนี้แล้ว หลัง SCB Quant บลจ.ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวทำธุรกิจให้คำแนะนำปรึกษาการลงทุน และบริหารเงินทองเฉพาะกลุ่มนักลงทุนส่วนบุคคล และนักลงทุนสถาบันมาแล้วเป็นเวลา 10 เดือน และตอนนี้กลายเป็นผู้ให้บริการรายแรกในไทยที่เข้ามารุกตลาดสนองความต้องการให้คนในกลุ่มนี้เป็นการเฉพาะ
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปริทรรศน์ เหลืองอุทัย กรรมการผู้จัดการ SCB Quant ได้เปิดตัวนวัตกรรมทางการเงิน การลงทุนรูปแบบอนุพันธ์ซึ่งมีตัวหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาใช้อ้างอิงหรือหุ้นเทียมใน 10 รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ถูกตั้งชื่อของตามนักคณิตศาสตร์ระดับโลก อย่างแม็กซ์เวลล์, นิวตัน, ปาสคอล, โคชี่, เบอร์นูลี่ และยูคลิด เป็นต้น
"ตอนนี้ยังไม่มีใครเปิดให้บริการอย่างเรา แต่หากจะมีใครเป็นคู่แข่งเราตอนนี้ ผมว่า TFEX คือคู่แข่งของเรา" ปริทรรศน์กล่าว
โดยกรรมการผู้จัดการ SCB Quant ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงคุณสมบัติด้านดีจากการใช้เครื่องมืออันทรงพลานุภาพนี้ ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองเงินต้นให้นักลงทุนสูงถึง 90% ซึ่งจะมีธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารต่างชาติ เข้ามาทำหน้าที่นี้ให้
ทั้งยังย้ำถึงโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนที่มีระดับสูงจาก 8-200% และอิสระที่มากขึ้นของผู้ลงทุนในการเลือกเวลา และอายุการลงทุนได้เอง แถมยังมีอิสระในการจัดโครงสร้างผลตอบแทนได้เองตามระดับที่ต้องการ เพื่อเลือกรูปแบบเครื่องมือที่สอดคล้องกับมุมมองส่วนตัวของผู้ลงทุนในตลาดทั้งขาขึ้นขาลง หรือไร้ทิศทาง และยังมีข้อดีเรื่องการยกเว้นภาษีกำไรส่วนต่างราคาหุ้นให้อีกต่างหาก
บริการใหม่นี้ได้ผ่านการทดลองใช้ในกลุ่มลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการทดสอบของ SCB Quant ไปแล้ว โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มทดลองจะอยู่ในอนุพันธ์ปาสคอล ซึ่งปริทรรศน์บอกว่าเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลกอีกด้วย โดยอนุพันธ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และอาศัยการสร้างรายได้จากอัตราผลตอบแทนในการขายหุ้น upside ณ ระดับราคาสูงสุดในตลาด
ส่วนอีกตัวที่รับความนิยมคืออนุพันธ์นิวตัน ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่มีมุมมองตลาดฯ ในเชิงลบ และเชื่อว่าราคาหุ้นที่ตนชื่นชอบจะปรับตัวลดลงได้อีกในอนาคต โดยผู้ลงทุนจะต้องกำหนดระดับราคาแนวรับแนวต้านเทียบราคาหุ้นอ้างอิงหรือหุ้นเทียมของตนด้วย
ด้านเงื่อนไขในการรับบริการนี้ ผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีไว้ที่ SCB Quant ขั้นต่ำ 5 ล้านบาท และการลงทุนสามารถทยอยทำได้เรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังไม่คงเปิดเผยถึงราคาค่าธรรมเนียมการให้บริการ
|
|
 |
|
|