Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2549








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2549
Citiloan เจาะไข่แดงรากหญ้า             
โดย สุจินดา มหสุภาชัย
 

   
related stories

แนวรบที่ "เปิด" แล้ว
อารยา ภู่พานิช คนไทยสู้เขาได้
Growth Opportunity at HSBC

   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารซิตี้แบงก์

   
search resources

ธนาคารซิตี้แบงก์
Loan




เงินกู้รายวัน อาจเคยเป็นที่พึ่งทางการเงินของชาวบ้านร้านตลาดส่วนใหญ่ในไทย การบุกตลาดเปิดสาขาในแหล่งชุมชนรายย่อยของ Citiloan คือการเจาะเข้าไปตรงกลางไข่แดงของฐานลูกค้ารายย่อยที่เป็นรากหญ้าโดยตรง

ในประเทศไทยอาจมีสถาบันการเงินเพียงไม่กี่แห่ง ที่จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ในฐานะผู้เล่นในตลาด ที่สามารถเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าเงินกู้ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มทุกระดับอย่างซิตี้แบงก์ ธนาคารชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา

แต่ชื่อเสียงอีกด้านที่โด่งดังไม่แพ้กันคือ ซิตี้แบงก์เป็นธนาคารในระดับสากลที่มีเครือข่ายทั่วโลก มีเทคโนโลยีก้าวหน้าที่นำมาใช้สนับสนุนการให้บริการ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าการเงินเฉพาะด้าน

แถมด้วยบุคลากรที่มีความสามารถบริหารจัดการธุรกิจทั้งในภาวะปกติและในยามวิกฤติ หรือจะเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่ม ในฐานะที่พวกเขาเป็นสาขาโรงเรียนสำหรับนักธนาคารและนักการเงินในแต่ละท้องถิ่นที่ซิตี้กรุ๊ปเข้าไปทำธุรกิจ ซึ่งพร้อมจะส่งเสริมการเรียนรู้และสนับสนุนพัฒนาการ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตทางอาชีพให้แก่พนักงานประจำสาขาท้องถิ่นทุกคนที่มีศักยภาพ และซิตี้กรุ๊ปก็พร้อมจะโปรโมตโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นและอายุ

อย่าง วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล ซึ่งหลังร่วมงานกับซิตี้แบงก์สาขาเมืองไทยมาได้ 5 ปี ก็ได้รับโปรโมตให้ไปดำรงตำแหน่ง Securities Country Manager ซิตี้แบงก์ ประจำฮ่องกงและจีน เป็นเวลาถึง 3 ปี ก่อนที่ซิตี้แบงก์ประเทศไทยจะดึงตัวกลับเพื่อให้รับตำแหน่ง Vice President Cash, Trade, Treasury Service & Global Securities Service Head ซิตี้แบงก์ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ ในฐานะผู้ดูแลธุรกิจบริหารเงินสด เทรดไฟแนนซ์ และหลักทรัพย์ เมื่อปลายปี 2548

สำหรับการทำธุรกิจของซิตี้กรุ๊ปในไทยนั้น อดีตคนไทยอาจเคยคุ้นกับภาพซิตี้แบงก์ในฐานะผู้นำในการให้บริการสินเชื่อ บัตรเครดิต ซึ่งมีกลุ่มลูกค้ากว้างใหญ่ในตลาดมากมายยิ่งกว่าสถาบันการเงินแห่งอื่น ทั้งที่มีสาขาเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย จากก้าวเข้าไปเจาะตลาดเปิดตัวให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าทั้งในระดับบน และคนระดับกลางซึ่งเป็นพนักงานกินเงินเดือนประจำ

จนเมื่อปีเศษๆ มานี้ ซิตี้กรุ๊ปจึงได้ออกสินค้าตัวใหม่ในไทย เพื่อมุ่งเจาะฐานตลาดกลุ่มคนระดับรากหญ้า อันเป็นประชากรที่อยู่ในฐานล่างของพีระมิด จนทำให้คนกลุ่มนี้เริ่มมีโอกาสเข้ามาเป็นลูกค้าในธุรกิจของซิตี้กรุ๊ป นามว่า "สินเชื่อซิตี้โลน" ซึ่งเป็นการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลรายย่อย ที่แตกแขนงออกมาจากสินเชื่อกลุ่มเช่าซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรแก่ลูกค้าที่เป็นบริษัท และเช่าซื้อรถยนต์แก่ลูกค้ารายย่อย อันเป็น ธุรกิจในความดูแลของบริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด อีกหนึ่งกิจการในเครือซิตี้กรุ๊ป ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2530

หากจะหยิบยกตัวอย่างบุคลากรทั่วโลกจากซิตี้แบงก์ที่มีความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินมาใช้เป็นต้นแบบนำไปประยุกต์ใช้ได้ในตลาดที่กว้างระดับโลกภายในกลุ่มแล้ว เงินกู้ซิตี้โลนน่าจะเข้าข่าย

ในขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ไทย) ได้กลายเป็นโมเดลที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับสาขาในประเทศต่างๆ ของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด กรุ๊ปนั้น สินเชื่อซิตี้โลนจากค่ายซิตี้กรุ๊ปในไทย ก็ถือเป็นสินเชื่อที่ถูกประยุกต์ขึ้นจากเงินกู้ขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งพัฒนาโดยซิตี้กรุ๊ปสาขาประเทศอินเดียมานานหลายปีแล้ว

จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจ non-bank สามารถยื่นขอใบอนุญาตเพื่อทำธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ซิตี้กรุ๊ปสาขาประเทศไทยจึงได้โอกาสที่จะนำรูปแบบการให้บริการจากอินเดียเข้ามาปรับให้ลงตัวกับความต้องการเงินกู้ของกลุ่มรากหญ้าในเมืองไทย ซึ่งยังไม่มีสถาบันการเงินใดแสดงความสนใจในบริการเงินกู้เบี้ยหัวแตกแบบนี้

โดยคอนเซ็ปต์แต่เดิมของอินเดีย สินเชื่อซิตี้โลนนี้มีไว้เพื่อเสนอบริการทางการเงินแบบครอบคลุมในทุกกลุ่มของผู้ที่มีรายได้ต่ำตั้งแต่พอประมาณ ไปจนถึงกลุ่มที่มีรายได้ต่ำอย่างที่สุด ซึ่งดีมานด์เหล่านี้มีอยู่ท่วมตลาดโดยไม่ต้องลงแรงกระตุ้นมาก โดยไล่จากกลุ่มผู้มีอาชีพอิสระ อย่างช่างรับซ่อมรองเท้าที่มีเพียงโต๊ะตัวเล็กๆ ตั้งคอยบริการแก่ผู้ที่สัญจรผ่านไป-มาบนทางเดินท้องถนน หรือกลุ่มพ่อค้าแม่ขายซึ่งมีแผงร้านค้าอยู่ตามตลาดสด และกลุ่มคนทำงานกินเงินเดือนเล็กน้อยแค่พอประทังชีวิตเดือนละไม่กี่พันบาท

เมื่อมองกลับมายังโลเกชั่น ที่ตั้งสาขาซิตี้โลนในเมืองไทยแล้ว จะพบว่ามีความสอดคล้องตามแนวทางสินเชื่อภารตะคอนเซ็ปต์นี้อยู่ค่อนข้างมาก เพราะยุทธศาสตร์การตั้งสาขาเน้นเปิดตัวบนถนนใหญ่ย่านชุมชนใกล้ตลาด โดยกระจายอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กลุ่มเป้าหมายพวกพ่อค้าแม่ขายเมืองไทย ที่พฤติกรรมในอดีตอาจมีความคุ้นเคยกับการกู้ยืมเงินนอกระบบ โดยอาศัยบริการแบบประชิดติดหน้าแผงจากเจ้าหนี้เงินกู้รายวัน ซึ่งต้องคอยตระเวนเดินบริการปล่อยเงินกู้ เก็บดอก เก็บต้น และทวงหนี้เป็นประจำอยู่แล้วในแต่ละวัน

แม้ซิตี้โลนจะประยุกต์มาจากสินเชื่อขนาดจิ๋วของแดนโรตี แต่สไตล์การทำธุรกิจนี้ก็ยังคงเน้นท่วงท่าเนิบนาบเติบโตช้าๆ แต่มั่นคง และต้องให้บริการที่ตรงตัวเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างไม่กระโตกกระตาก ตามแบบฉบับ non-bank ที่มาจากฝั่งตะวันตก

ในแง่การทำตลาด สินเชื่อซิตี้โลนไม่มีภาพตื่นเต้นหวือหวาออกมาให้เห็นดังเช่นการทำตลาดที่สุดแสนครึกโครมจาก non-bank ค่ายอื่นๆ ที่มีในไทย ไม่ว่าจะเป็นอิออน, อีซี่บาย, เคทีซี หรือแคปิตอล โอเค ซึ่งใช้กลยุทธ์เชิงรุกมุ่งหวังผลเชิงปริมาณ ตามแบบอย่าง non-bank ฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งอิออนได้นำเข้ามาวางไว้เป็นต้นแบบในเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน

ขนาดฐานสินเชื่อของซิตี้โลนหลังเปิดตัวมาได้ปีเศษๆ จากการใช้สูตรสำเร็จทางการตลาดที่อาศัยเงื่อนไขกำหนดรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขอสินเชื่อไว้ที่ตั้งแต่ 4,000-7,000 บาทต่อเดือนนั้น จึงอาจดูว่ายังไม่ใหญ่มากนัก เพราะยอดสินเชื่อรวมยังไม่แตะถึงหลัก 5,000 ล้านบาทในปัจจุบัน

หากมองในแง่อัตราการเติบโตของสินเชื่อโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อเดือนแล้ว ก็ถือว่าซิตี้โลนทำผลงานได้ไม่น้อย คือเติบโตได้อย่างไม่มีตก 10% ต่อเดือนโดยเฉลี่ย แต่ก็ยังถือว่าเล็กกว่ามากเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลบนพื้นฐานตัวเลขที่เคยประมาณกันไว้ว่าคนไทยที่มีรายได้ระหว่าง 4,000-7,000 บาทต่อเดือนนั้น มีอยู่สูงถึงกว่า 90%

ซิตี้โลนจึงยังมีโอกาสอีกมากในการก้าวให้ลึกเข้าไปในตลาดนี้

ขณะที่การเปลี่ยนเชิงพฤติกรรมใช้จ่ายและสไตล์การใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ ที่แม้จะมีรายได้เพียงเล็กน้อยในแต่ละเดือน แต่ยังไงก็เลิกไม่ได้กับพฤติกรรมกู้เงิน มาเป็นทุนจับจ่ายซื้อหาข้าวของสนองความต้องการส่วนตัวที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ผสมกับนโยบายรัฐบาลก่อน ที่ต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มรากหญ้า ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อแผนการรุกขยายสินเชื่อค่ายซิตี้โลนได้เป็นอย่างดี เพราะซิตี้โลนตั้งใจไว้ว่าในระยะยาวจะกระจายสาขาบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เป้าหมายทั่วไทย ซึ่งมีจำนวนมากมายถึง 100 แห่ง จากปัจจุบันที่เปิดมาได้เพียงแค่ไม่กี่สิบสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ด้วยความที่เป็น non-bank ซึ่งเคลื่อนทัพมาจากฝั่งตะวันตก มาตรการป้องกันภัยความเสี่ยงจากการเกิดหนี้เสียของซิตี้โลน จึงถูกจัดวางไว้เป็นอย่างเข้มงวด ตามรายงานตัวเลขหนี้เสียของซิตี้โลนที่ส่งถึงธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า ตัวเลขหนี้เสียมีปรากฏให้เห็นเพียงแค่ไม่ถึง 1%

แต่ระบบติดตามทวงหนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันความเสี่ยงของซิตี้โลน กลับดูเหมือนว่ากำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเวลานี้ จากคนในแวดวงกลุ่มลูกหนี้ที่ถูกตามทวงหนี้แบบถึงลูกถึงคนของเจ้าหน้าที่บริษัทเทรด คอลเลกชั่น จำกัด ที่เข้ามารับจ้างติดตามทวงหนี้ทั่วราชอาณาจักรให้กับซิตี้โลน

ปริมาณความเดือดร้อนในประเด็นการถูกติดตามทวงหนี้จากลูกหนี้ซิตี้โลนที่ได้พากันเข้ามา post ข้อความบนเว็บไซต์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (www.consumerthai.org) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์คับแค้นใจจากการเป็นลูกหนี้ non-bank ค่ายนี้ ดูเหมือนจะมีมากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับลูกหนี้ non-bank ค่ายอื่นๆ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us