|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แบงก์กรุงศรีฯเตรียมปรับองค์กรพร้อมรับพันธมิตรจีอี มั่นใจหลังร่วมธุรกิจจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธนาคารมากขึ้น โดยเฉพาะด้านลูกค้ารายย่อย ประกาศพร้อมลุยธุรกิจทุกด้านในปีหน้าหลังการควบรวมเสร็จ เล็งปรับสัดส่วนการขยายสินเชื่อ เน้นเพิ่มรายย่อย
นายพงศ์พินิต เดชะคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในระหว่างที่ธนาคารรอการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 ก.ย.นี้ เพื่อขอมติอนุมัติกรณีการร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท จีอี แคปปิตอลนั้น ธนาคารได้เตรียมปรับองค์กรภายในด้านต่างๆ โดยได้แจ้งไปยังสาขาต่างๆ ถึงแนวโน้มในอนาคตด้านการทำงาน รวมถึงการที่จะนำผลิตภัณฑ์ของจีอีฯและธนาคารมี มาร่วมกันเพื่อเสนอลูกค้า หรือการสำรวจตลาดและเก็บข้อมูลผ่านระบบซีอาร์เอ็ม เพื่อนำเสนอสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนี้ เพื่อให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
“เราก็คงช่วยกันทำงานมากขึ้น ทีมการทำงานต่างๆทั้งคู่ของเราก็รู้จักกันมานานแล้ว ใครเก่งด้านไหนก็ทำด้านนั้น อย่างในส่วนของธนาคารเองมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศก็จะมาพิจารณาว่าจะเอาผลิตภัณฑ์ตัวใดเข้าไปขายในแต่ละสาขาเพื่อเจาะให้ตรงกับกลุ่มลูกค้า เป็นต้น”กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยากล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารมั่นใจว่าการที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับจีอีฯ จะสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธนาคารมากขึ้น ซึ่งยังจะส่งผลต่อแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินงานที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีรูปธรรมที่ชัดเจน และเชื่อว่าจะทำให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จทั้ง 2 ฝ่าย เพราะการเข้ามาร่วมธุรกิจของจีอีฯ จะทำให้เกิดโอกาสในเชิงการทำธุรกิจและความเข้มแข็งที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจีอีมีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจ ขณะที่ธนาคารเองก็มีสาขา 524 สาขา อีกทั้งภายในสิ้นปียังมีนโยบายจะเพิ่มสาขาเป็น 540 -550 สาขา ส่วนแนวโน้มอัตราการเติบโตไปจะอยู่ในระดับไหนนั้นคงยังไม่สามารถตอบได้ ซึ่งคงต้องรอให้คณะกรรมการอนุมัติ พร้อมทั้งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนต่างๆก่อน
“การแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ในปีหน้าแน่นอนคงต้องมีความดุเดือดเหมือนกับปีที่ผ่านๆมา ส่วนเงินฝากก็คงมีการแข่งขันไม่ดุเดือด แต่ก็คงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละแบงก์ด้วย ในส่วนของแบงก์เราเองในปีหน้าแม้การร่วมพันธมิตรกับจีอีฯจะเสร็จสมบูรณ์แล้วการแข่งขันจะเป็นอย่างไรคงยังตอบไม่ได้ เนื่องจากแบงก์อื่นเขาก็มีพันธมิตรเหมือนกัน แต่ในปีหน้าเราก็คงเน้นเรื่องความแข็งแกร่ง มั่นคง และมีกำไรด้วย”นายพงศ์พินิตกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าธนาคารจะหันมารุกธุรกิจในทุกกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เพราะธนาคารมีความชำนาญด้านลูกค้ารายใหญ่และกลุ่มวิสหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขณะที่จีอีฯชำนาญด้านกลุ่มลูกค้ารายย่อย จะทำให้ธนาคารขยายธุรกิจไปในทุกด้านได้ทั้งหมด โดยปัจจุปันธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อกลุ่มลูกค้ารายใหญ่มากกว่า 40% เอสเอ็มอี 30 % รายย่อย 14-15% ที่เหลือเป็นตลาดต่างประเทศ ดังนั้น หลังจากที่จีอีฯ เข้ามาจะรุกตลาดรายย่อยเพิ่มขึ้น โดยในปีหน้าสัดส่วนการขยายสินเชื่อของธนาคาคงต้องมีการปรับเปลี่ยนออกไปจากเดิม
|
|
 |
|
|