|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“อาร์เอสยู เฮลท์แคร์” เผยธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็กกำลังแย่ เหตุเจอโรงพยาบาลขนาดใหญ่แย่งซื้อตัวแพทย์ เร่ขายกิจการด่วน เผยมีติดต่อเข้ามาหลายราย มองใน 3 ปีสยายปีกลุยธุรกิจโรงพยาบาลแน่ ล่าสุดควักกระเป๋า 150 ล้านบาท ผุดศูนย์ อาร์เอสยู เฮลท์แคร์ อีก 3 ศูนย์ หวังกวาดรายได้รวมในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท พร้อมโฟกัสลูกค้าต่างชาติที่ 30% ใน 5 ปี
นายอภิวัฒิ อุไรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอสยู เฮลท์แคร์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านสุขภาพเฉพาะทางซึ่งเป็นธุรกิจในกลุ่มมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็ก ไม่เกิน 100 เตียงในขณะนี้ กำลังตกอยู่ในภาวะลำบาก เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจากโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะดึงลูกค้าให้มีจำนวนลดลงแล้ว ยังรวมไปถึงแพทย์ที่นิยมอยู่โรงพยาบาลขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากกว่า จึงทำให้เกิดปัญหาการซื้อตัวแพทย์อยู่ในขณะนี้
ดังนั้นโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็กหลายรายในขณะนี้ จึงมีความประสงค์ที่จะขายกิจการหรือต้องการให้มีผู้เข้าไปช่วยบริหารจัดการโรงพยาบาลให้ใหม่ ที่ผ่านมาหลังจากที่บริษัทฯได้เปิดให้บริการศูนย์ทันตกรรมครบวงจรหรือ เด็นทัล เซนเตอร์ ณ อาคารวานิช ถนน เพชรบุรี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีโรงพยาบาลเอกชนและคลินิก รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ราย ติดต่อเข้ามาขอให้ทางบริษัทฯเข้าไปเทคโอเวอร์ หรือขอให้เข้าไปบริหารจัดการให้นั้นเอง
“การเปิดโรงพยาบาลนั้น ถือเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่จะช่วยเสริมกับศูนย์บริการสุขภาพกว่า 4 สาขาในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าสู่ธุรกิจโรงพยาบาลได้หลัง 3 ปีนับจากนี้ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องมีการลงทุนสูงอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหากจะต้องเปิดให้บริการจริง บริษัทฯจะเน้นเข้าไปซื้อกิจการโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการอยู่ก่อนแล้วมากกว่า”
โดยในปีนี้บริษัทฯจะเน้นเปิดศูนย์บริการมากกว่า โดยในช่วงปลายปีนี้บริษัทฯได้จัดสรรงบลงทุนกว่า 150 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์ให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ดูแลสุขภาพ หรือ เฮลท์แคร์ เซ็นเตอร์ ในเดือนตุลาคม ศูนย์รักษาตา หรือ อาย เซ็นเตอร์ ในเดือนพฤศจิกายน และศูนย์สายตาและคอนแทคเลนส์ หรือ วิชั่น แอน คอนเทค เลนส์ เซ็นเตอร์ ในสิ้นปีนี้ โดยทั้ง 3 ศูนย์ จะเปิดให้บริการที่ อาคารฟินิกส์ สุขุมวิท 31 คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ใน 3 ปีแรก
ทั้งนี้บริษัทฯได้จัดสรรงบประมาณทางการตลาดสำหรับแต่ละศูนย์ประมาณ 1 ล้านบาท สำหรับการประชาสัมพันธ์ พร้องทั้งหาช่องทางเรียกฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าจากต่างประเทศนั้น ในขณะนี้ทางบริษัทฯได้เตรียมเจรจาปรึกษากับทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อจัดแพกเกจท่องเที่ยวรวมกับการตรวจสุขภาพรวมเข้าไปด้วย เพื่อดึงลูกค้านักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสุขภาพเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 % เป็น 30% ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้
ส่วนลูกค้าในประเทศไทยนั้น บริษัทฯจะใช้กลยุทธ์เจาะไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง จับกลุ่มลูกค้าภายในองค์กร ลูกค้าประกัน โรงเรียน และมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เชื่อว่าสิ้นปีจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ 3 ปี บริษัทฯจะไม่มีการลงทุนเพิ่มหรือขยายศูนย์แต่อย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อดูสถานการณ์และการตอบรับทั้ง 4 ศูนย์ ที่ให้บริการอยู่ ซึ่งถ้าหากได้รับการตอบรับที่ดี บริษัทฯเตรียมที่จะขยายบริการเพิ่มขึ้น รวมทั้งเปิดศูนย์ให้บริการเกี่ยวกับสุขภาพอีก อาทิ เช่น ศูนย์ลดความอ้วน หรือศูนย์เพื่อการเลิกบุหรี่ เป็นต้น
|
|
 |
|
|