| |
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากประเทศเกษตรกรรมเป็นประเทศอุตสากรรมเริ่มต้นอย่างจริงจังในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ มีการขยายตัวของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันมูลค่าของผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรมก็เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีสัดส่วนมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเทียบกับขนาดของเศรษฐกิจ ในอีกด้านหนึ่งมูลค่าผลผลิตทางด้านการเกษตรแม้นเติบโตแต่เมื่อเทียบกับขนาดของเศรษฐกิจและขนาดของภาคอุตสาหกรรม เป็นสัดส่วนที่ลดลงต่อเนื่อง
กระบวนการเปลี่ยนประเทศให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ทุนนิยม แต่ไทยก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการก้าวกระโดดทางอุตสาหกรรมครั้งใหญ่เพราะไม่สามารถพัฒนาองค์รู้และเทคโนโลยีของตัวเอง ส่วนใหญ่จะพึ่งพิงการนำเข้า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและมีความเสียหายในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรมยังคงทำหน้าที่รองรับปัญหาให้เบาบางลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเป็นแหล่งรองรับคนว่างงานจากภาคอุตสาหกรรม
เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงครึ่งปีแรกปีหน้า สถานการณ์เรื่องการจ้างงานยังไม่น่าวิตกมากนัก อัตราการว่างงานในไตรมาสสองปีนี้ยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ ๑.๖๗ หรือ ประมาณ ๖ แสนคน อัตราการว่างงานใกล้เคียงกับไตรมาสสี่ปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ระดับร้อยละ ๑.๔๗ เป็นที่น่าสังเกตว่า ระดับการศึกษาที่มีผู้ว่างงานสูงสุด คือ ระดับอุดมศึกษา สะท้อนระบบการศึกษายังไม่สามารถผลิตบุคคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานได้ดีนัก
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๔๙ มีการเลิกกิจการจำนวน ๗,๘๑๓ ราย และ เลิกจ้างพนักงาน ๖๖,๐๑๕ คน โดยที่ร้อยละ ๘๘ เป็นกิจการขนาดเล็กที่ไม่สามารถปรับตัวได้กับสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุด
ทางด้านค่าครองชีพของแรงงานไทยต้องถือว่ามีแรงกดดันมากเพราะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย ๗ เดือนแรกอยู่ที่ร้อยละ ๕.๗ แต่แนวโน้มกดดันค่าครองชีพดีขึ้นโดยที่อัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมปรับลงมาอยู่ที่ร้อยละ ๓.๘ แม้นค่าครองชีพสูงขึ้นแต่โอกาสที่แรงงานจะได้รับการปรับเพิ่มค่าแรงมากๆมีค่อนข้างจำกัด เพราะผู้ประกอบการเองก็เจอกับภาวะการชะลอของยอดขาย และต้นทุนการผลิตอื่นๆก็เพิ่มขึ้น
สิ่งที่ฝ่ายแรงงานและฝ่ายผู้ประกอบการจะต้องช่วยกัน คือ การเพิ่มผลิตภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หากความสามารถการแข่งขันถดถอยในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ย่อมทำให้สถานการณ์ของกิจการยิ่งยุ่งยากขึ้นอีก และ อาจนำมาสู่การลดขนาดองค์กร หรือ การเลิกจ้างได้
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ไปบรรยายให้กับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารกรมหลายท่าน ล้วนให้ข้อมูลตรงกันว่า สถานการณ์การเลิกจ้างและไม่จ่ายค่าชดเชยเริ่มเกิดขึ้นอีกแล้ว แต่ยังไม่หนักหนาสาหัสเท่าช่วงวิกฤติปี ๔๐ เท่านั้นเอง
มักมีความเข้าใจผิดในหมู่ผู้นำประเทศที่ไม่ได้เอาใจใส่ปัญหาแรงงานอย่างจริงจัง มักมองปัญหาแรงงานเป็นส่วนควบของปัญหาทางเศรษฐกิจ บรรดาผู้นำประเทศเหล่านี้โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนาทางเศรษฐกิจ เวลามีนโยบายสาธารณะทางด้านแรงงานจึงมิได้เอาคนงานหรือแรงงานเป็นตัวตั้งสถานการณ์ของแรงงานจึงผูกอยู่กับการขึ้นๆลงๆของเศรษฐกิจ เศรษฐกิจดี แรงงานย่อมดี เศรษฐกิจแย่ แรงงานก็ต้องยอมรับสภาพ เราจะเห็นว่า และข้อสรุปนี้เป็นเพียงมายาคติ
เพราะการวิจัยเชิงประจักษ์ได้พิสูจน์ว่า หลายครั้งเศรษฐกิจเติบโตดี แต่แรงงานก็ไม่ได้รับอานิสงฆ์จากการเติบโตเท่าไหร่นัก และในบางอุตสาหกรรมที่มีระบบจ้างเหมาค่าแรง และ Outsource กลับทำให้แรงงานถูกเอารัดเอาเปรียบ ลิดรอน เบียดบังสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามกฎหมาย
ความพยายามในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม นำมาสู่หาวิธีการจัดการลดต้นทุนทางด้านแรงงาน แนวคิดในการ Outsource เป็นสิ่งที่ดำเนินการอย่างแพร่หลายในโลกธุรกิจ หากห้ามไม่ให้ภาคธุรกิจจ้างงานแบบ Outsource ก็คงจะแข่งขันกับธุรกิจต่างชาติยาก
ในอีกด้านหนึ่ง การให้มีการจ้างงานแบบยืดหยุ่นแบบเหมาช่วง ก็ต้องมีจัดระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม ไม่เช่นนั้นแล้ว ลูกจ้างในระบบการจ้างงานแบบเหมาช่วงก็จะถูกเอาเปรียบมากเกินไป ไม่มีสวัสดิการและหลักประกันใดๆในการทำงานเลย สังคมต้องกระชับให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจนำมาสู่การแบ่งปันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ที่เป็นเจ้าของทุนและเจ้าของแรงงาน ทำให้เช่นนี้ย่อมเกิดความสงบสุขทางเศรษฐกิจและสังคม ครับ
|
|
 |
|
|