Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ 7 กันยายน 2549








 
นิตยสารผู้จัดการ7 กันยายน 2549
'ออมสิน' โต้หนี้พันล้านยังไม่สูญพร้อมปล่อยกู้สนองนโยบายรัฐต่อ             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารออมสิน

   
search resources

ธนาคารออมสิน
Loan




แบงก์ออมสินออกโรงโต้สตง.ลั่นหนี้เน่าจากโครงการธนาคารประชาชนจำนวน 1.1 พันล้าน ยังไม่สูญทั้งก้อน อยู่ระหว่างติดตาม ส่วนหนี้ 200 ล้าน ที่ค้างเกิน 24 เดือน ทำใจตัดออกจากบัญชี ยันเดินหน้าปล่อยกู้ให้ประชาชนต่อ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี รองผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ดำเนินการตรวจสอบการตัดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในโครงการธนาคารประชาชนว่า เอ็นพีแอลที่เกิดขึ้นจากโครงการธนาคารประชาชนมีจำนวน 1,100 ล้านบาท ตามที่ตกเป็นข่าวจริง โดยว่า 40% เป็นหนี้คงค้างจากการดำเนินโครงการธนาคารประชาชนตั้งแต่ปี 2544 จำนวนถึง 400 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารได้พยายามที่จะติดตามเรียกเก็บหนี้จำนวนดังกล่าว แต่เนื่องจากเป็นการปล่อยสินเชื่อสำหรับประชาชนรายย่อยที่มีจำนวนสูงถึง 80,000 ราย และกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคทำให้การติดตามหนี้สินเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้ดำเนินการตัดหนี้เสียจากโครงการนี้ไปแล้วเป็นจำนวน 10 ล้านบาท

“ยอดหนี้คงค้างของโครงการธนาคารประชาชนในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7 พันล้านบาท และมียอดหนี้เสียซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจำนวน 1.1 พันล้านบาท หรือประมาณ 16% ของยอดสินเชื่อ โดยการติดตามหนี้ของโครงการนี้จะมีความยุ่งยากกว่าการติดตามหนี้ประเภทอื่นๆ เนื่องจากเป็นสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงที่อยู่และสถานที่ประกอบอาชีพบ่อย จึงทำให้การติดตามเร่งรดหนี้สินยากขึ้น” นายวรวิทย์กล่าว

ส่วนลูกหนี้ที่มียอดหนี้คงค้างมากกว่า 24 เดือน มีมูลหนี้สูงถึง 200 ล้านบาท เป็นจำนวนลูกค้า 20,000 ราย ธนาคารยังไม่ได้เลิกการติดตามหนี้สินดังกล่าว แต่มีแนวโน้มว่าอาจตัดออกไปจากบัญชีเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถไปเรียกเก็บเงินได้ เพราะเมื่อพิจารณาจากสภาพความเป็นอยู่และภาระต่างๆ ของลูกหนี้ทำให้ธนาคารต้องพิจารณาตัดหนี้ของลูกหนี้ในกลุ่มนี้ไป

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ในภาพรวมแล้ว ธนาคารออมสินเห็นว่าสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนรากหญ้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนไปประกอบอาชีพได้ สำหรับการติดตามหนี้ที่ค้างชำระเกิน 6 เดือน และพนักงานธนาคารออมสินไม่สามารถติดต่อได้ ก็จะว่าจ้างบริษัทเอกชนให้ติดตามหนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามในภาพรวมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารออมสินที่มียอดกว่า 300,000 ล้านบาทแล้ว เอ็นพีแอลในภาพรวมก็ยังอยู่ในระดับไม่เกิน 4%เท่านั้น

สำหรับภาพรวมการปล่อยสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนนั้น ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อมาจนถึงขณะนี้รวม 5 ปี มียอดสินเชื่อรวมกว่า 30,000 ล้านบาท และได้ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปประกอบอาชีพได้กว่า 1.2 ล้านราย ปัจจุบันสินเชื่อนี้มียอดสินเชื่อหมุนเวียนคงค้างประมาณ 6,800 ล้านบาท

ด้านนายยงยุทธ ตะริโย รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ดูแลสายสาขา กล่าวว่า ธนาคารยังคงเดินหน้าสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนต่อไป โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น และจากการสำรวจเครดิตบูโร ยังพบว่า อดีตลูกค้าธนาคารออมสินตามโครงการสินเชื่อธนาคารประชาชนบางส่วน กลายเป็นบุคคลที่มีเครดิต และได้มีโอกาสไปใช้บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เช่น อิออนธนทรัพย์ โอเคแคช เป็นต้น

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) กล่าวว่า เมื่อพิจารณาตามหลักแล้วนโยบายธนาคารประชาชนถือเป็นเรื่องที่ดี แต่วิธีการที่ธนาคารเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ได้ตามเป้านั้นทำให้การวิเคราะห์สินเชื่อเพื่อปล่อยกู้นั้นไม่มีความรอบคอบ ซึ่งผู้กู้บางส่วนไม่ได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้เป็นทุนจึงไม่เกิดการหมุนเวียนของเงินในขณะเดียวกันรายได้กลับไม่เพิ่มขึ้นผู้กู้จึงไม่มีการชำระคืนเงินต้นแล้วเกิดเป็นหนี้เอ็นพีแอลดังกล่าว

“วิธีการที่สถาบันการเงินทำเพื่อให้ตัวเลขเอ็นพีแอลออกมาน้อยๆ ก็คือปล่อยกู้เพิ่มให้กับลูกค้าเพื่อนำมาใช้หนี้เดิม ส่วนเอ็นพีแอลที่เกิดกับธนาคารประชาชนนี้เป็นผลมาจากการเร่งปล่อยกู้ในช่วงแรกๆ ที่เปิดตัวโครงการ ซึ่งเมื่อดูจากอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือนเฉลี่ยแล้วสูงถึง 23% ต่อปี แม้จะมีหนี้เสียเกิดขึ้นถึงกว่า 17% แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ได้รับก็ยังคุ้มต้นทุนทั้งหมดอยู่ แต่สตง.มีหน้าที่ต้องตรวจสอบก็ต้องดำเนินการตรวจสอบไป” แหล่งข่าวกล่าว

ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานข่าวจากสตง.ได้ตรวจพบว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐโดยเฉพาะธนาคารออมสินได้ทำการตัดหนี้เสียหรือ NPL จากโครงการธนาคารประชาชนที่มีอยู่ประมาณ 17% ของพอร์ตสินเชื่อรวมกว่า 6,000 ล้านบาท หรือจำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ควรจะตกมาเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินแต่ธนาคารออมสินกลับเน้นสนองนโยบายประชานิยมของรัฐบาลทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินส่วนนี้ได้

โดยหนี้เสียจำนวนกว่า 1,000 ล้านบาทดังกล่าว เกิดจากการที่ประชาชนกู้ยืมจากโครงการธนาคารประชาชนและธนาคารออมสินไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาลูกหนี้แต่ละรายจะพบว่าเป็นรายย่อยและวงเงินในการกู้ยืมไม่สูงมากนัก แต่เมื่อรวมกันทั้งประเทศแล้วทำให้เม็ดเงินขยับมาสูงถึง 1,000 ล้านบาท ถึงถือเป็นความเสียหายของผลประโยชน์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับประเทศชาติ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us