|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ขานรับนโยบายบริษัทแม่ในการทำการตลาดภายใต้กลยุทธ์ Blue Ocean Strategy ด้วยการลอนช์ Time Machine TV หรือทีวีที่มีเทคโนโลยี DVR (Digital Video Recorder) พร้อมด้วยฮาร์ดดิสก็ในตัวทำให้สามารถบันทึกรายการทีวีได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องบันทึก เพื่อขยายฐานลูกค้าไฮเอนด์ และเลี่ยงสงครามราคา
แอลจีเดินกลยุทธ์ Blue Ocean ด้วยการลอนช์ Time Machine TV หรือทีวีที่มีระบบบันทึกภายในตัวโดยมุ่งกลุ่มเป้าหมายระดับไฮเอนด์และสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในเมืองที่ไม่ค่อยมีเวลาโดย Time Machine TV เป็นการเชื่อมตลาดทีวีและตลาดเครื่องบันทึกดีวีดีเข้าด้วยกัน แต่ต่างกันตรงที่ Time Machine TV ทำได้แค่บันทึกลงฮาร์ดดิสก์ในทีวีแต่ไม่สามารถบันทึกลงแผ่นได้อย่างเครื่องบันทึกดีวีดี ซึ่งทำให้ไม่มีปัญหาในการถูกฟ้องว่าเป็นเครื่องมือรองรับการละเมิดลิขสิทธิ์
แอลจีลอนช์ทีวีที่เป็น Time Machine TV 3 รุ่นด้วยกันโดยเป็นพลาสม่าทีวี 2 รุ่น และ แอลซีดีทีวี 1 รุ่น โดยพลาสม่า 50 นิ้ว รุ่น 50 PB 2 RR มีราคา 119,000 บาท ขณะที่ราคาในท้องตลาดอยู่ที่ 120,000-149,000 บาท พลาสม่า 42 นิ้ว รุ่น 42 PC 1 RRราคา 79,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เท่ากับคู่แข่งแต่ว่าคู่แข่งไม่มีระบบบันทึกในตัว ส่วนแอลซีดีทีวี 42 นิ้ว มีราคา 89,900 บาท
คุณสมบัติที่โดดเด่นของ Time Machine TV คือการมีฮาร์ดดิสก์ความจุ 80 GB ทำให้สามารถบันทึกรายการได้ 40 ชั่วโมงสำหรับคุณภาพระดับธรรมดา และบันทึกคุณภาพละเอียดได้ 20 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถหยุดรายการสดแล้วกลับมาชมในภายหลังได้ รวมถึงการตัดตอนรายการที่บันทึกไว้ออกไปบางส่วน เช่นในส่วนที่ไม่เหมาะกับเด็กก็สามารถลบทิ้งได้ อย่างไรก็ดีแม้ Time Machine TV จะไม่สามารถบันทึกลงแผ่นได้แต่สามารถรับข้อมูลจากภายนอกได้โดยผ่านช่องรับสัญญาณเอวี ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะนำ Time Machine TV รุ่นที่มี X Studio ที่รองรับการ์ดข้อมูล 9 ชนิด และมีแผนที่จะทำช่องต่อ USB ทำให้รับสัญญาณจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆได้สะดวกยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นกล้องวิดีโอ กล้องดิจิตอล ตลอดจนคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ
ปีนี้แอลจีใช้งบการตลาดในกลุ่มเอวี 100 ล้านบาท โดยกว่า 90% จะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Time Machine TV โดยแบ่งเป็นงบโฆษณา 30% และงบกิจกรรมการตลาด 70% ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่ใช้เพียง 60% เนื่องจากแอลจีได้การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและพบว่ากว่า 80% มีการตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย ดังนั้นบริษัทจึงเน้นการทำกิจกรรมและโรดโชว์ไปตามช่องทางต่างๆเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภค ซึ่งในหลายๆครั้งที่มีการโรดโชว์สามารถสร้างยอดขายได้
อย่างไรก็ดีแม้ Time Machine TV จะมีราคาในระดับเดียวกับท้องตลาดแต่ทว่ายังถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่ค่อนไปทางไฮเอนด์ ดังนั้นจึงต้องมีการเลือกช่องทางจำหน่ายให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายโดยแอลจีจะนำ Time Machine TV เข้าสู่ดีลเลอร์ประมาณ 50 แห่งที่มีศักยภาพในการจำหน่ายสินค้าไฮเอนด์ จากที่มีอยู่ทั้งหมด 500 ราย ขณะที่โมเดิร์นเทรดก็จะจำหน่ายผ่าน เพาเวอร์บาย และโฮมโปร โดยรวมแล้วตลาดหลักจะอยู่ในกรุงเทพฯ 70% ที่เหลือ 30% จะกระจายไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ
ทั้งนี้แอลจีตั้งเป้าว่า Time Machine TV ซึ่งเป็น Blue Ocean Products ที่สำคัญของปีนี้จะทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดพลาสม่าทีวีเพิ่มจาก 25% เป็น 27-30% ส่วนแอลซีดีทีวีซึ่งมี Time Machine TV อยู่รุ่นเดียว คงยังไม่สามารถผลักดันยอดขายได้มากนัก แต่จะอาศัยไลน์อัพของสินค้าที่มีอยู่ในการสร้างตลาดไปก่อน รวมถึงการทำโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับช่องทางจำหน่ายซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดแอลซีดีทีวีเพิ่มจาก 4% เป็น 15%
นอกจากนี้แอลจียังมีแผนที่จะการทำการตลาดร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆเช่นยูบีซี เคเบิ้ลทีวี ทีวีดาวเทียม เพื่อขยายตลาด Time Machine TV ไปสู่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเนื่องจากมีผังรายการที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง แต่ผู้บริโภคไม่สามารถรอดูได้ก็จะใช้ Time Machine TV เพื่อบันทึกรายการโปรดได้เพียงแค่เลือกเวลาและช่องสัญญาณจากนั้นก็สแตนบายเอาไว้ เครื่องก็จะบันทึกอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ย่อยคือ Value Marketing Engine (VME) หรือการให้ความสำคัญกับการลงทุนและวางแผนการตลาดอย่างชัดเจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดและสร้างความโดดเด่นให้กับตัวสินค้ามากขึ้น
"ในตลาดโลกตอนนี้เรายังไม่มีคู่แข่งโดยตรงที่บิลต์อินระบบบันทึกเข้าไปในทีวี จะมีก็เป็นแบบแยกกล่องซึ่งทำให้มีการเดินทางของสัญญาณที่มากกว่าซึ่งส่งผลให้คุณภาพด้อยลงไป เราจึงเชื่อมั่นว่า Blue Ocean Products ตัวนี้จะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าคู่แข่งยังไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้ในเวลาอันสั้นนี้ และเราก็คาดว่า Time Machine TV จะมีสัดส่วนสูงถึง 30-40% ของยอดจำหน่ายทีวีปกติ" ฉันท์ชาย พันธุฟัก ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ด้านภาพและเสียง แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าว
Blue Ocean ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้รับการกล่าวขานกันอย่างมากในยุคที่การแข่งขันรุนแรง โดยกลยุทธ์ดังกล่าวเน้นในเรื่องของการสร้างตลาดใหม่เพื่อเลี่ยงสงครามราคา และช่วยชะลอความถดถอยของราคาสินค้าไม่ให้ตกต่ำเร็วเกินไป รวมถึงการหาแนวทางในการลดต้นทุนเพื่อทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ซึ่งในช่วงต้นปีแอลจีก็ได้ประกาศกลยุทธ์ดังกล่าวพร้อมกับการเพิ่มฟังก์ชั่นคาราโอเกะให้กับเครื่องเสียง New Karaoke System (NKS) ซึ่งมีลูกเล่นในการปรับจังหวะ ปรับคีย์ รวมถึงโปรแกรมการให้คะแนนกับผู้ร้อง โดยเครื่องเสียงรุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชั่น NKS จะบรรจุเพลงของแกรมมี่กว่า 2,000 เพลง เป็นการขยายฐานจากคนที่ชอบฟังเพลงมาสู่คนที่ชอบร้องเพลง โดยแอลจีตั้งเป้าว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะผลักดันให้บริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดเครื่องเสียงเพิ่มจาก 10% เป็น 12% ในปีนี้ ส่วนการทำตลาด Time Machine TV นั้น แอลจีตั้งเป้าว่าจะสามารถผลักดันให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากทีวีไฮเอนด์เพิ่มเป็น 30%
สำหรับในกลุ่มสินค้าที่ยังไม่สามารถเข้าสู่กลยุทธ์ Blue Ocean ได้ ก็จะเน้นการเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานที่มากขึ้น เช่น เครื่องเล่น DVD ที่สามารถอ่านแผ่น DivX ได้ การเพิ่มฟังก์ชั่นคาราโอเกะ หรือฟังก์ชั่นในการปรับเสียง 2.1 แชนนอล ให้เป็น 5.1 แชนนอล อย่างไรก็ดีในการทำการตลาดสำหรับสินค้าที่ไม่ได้เป็น Blue Ocean จำเป็นจะต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาด้วยเนื่องจากมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยจะเห็นได้ชัดจากเครื่องบันทึกดีวีดีที่แอลจีทำรุ่นราคา 9,990 บาทสู่ตลาด ในขณะที่ราคาระดับแบรนด์เนมส่วนใหญ่ยังอยู่ในหลักหมื่นกว่าบาทถึงสองหมื่นบาทขึ้นไป
|
|
 |
|
|