|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ลุ้นหุ้นไทยโมบายเตรียมเคาะราคาจบที่ราคาพันล้านหรือไม่ บอร์ด กสท นัดบอร์ดทีโอที ถกมูลค่าหุ้น 30 สิงหาคมนี้ ปลัดไกรสร นั่งแท่นไกล่เกลี่ย พนักงานรอลุ้นให้จบโดยเร็วหวั่นถูกยึดคลื่นสามจีหากยื้อไปมา ขณะเดียวกันบอร์ด กสท เห็นชอบลงทุนเคเบิลใต้น้ำใยแก้วกับ 9 ประเทศ ขึ้นฝั่งอเมริกา มูลค่า 3,600 ล้าน
นายพิศาล จอโภชาอุดม รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่าที่ประชุมกรรมการ (บอร์ด) ได้มีมติเห็นชอบให้มีการเจรจาเรื่องมูลค่าที่เหมาะสมของ บริษัท เอซีที โมบาล์ย และกิจการร่วมค้าไทยโมบาย (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทยโมบาย 1900) กับ บริษัท ทีโอที ให้ได้ข้อสรุปและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย โดยบอร์ดจะเข้าหารือร่วมกันกับบอร์ดทีโอทีในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ โดยมีนายไกรสร พรสุธี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธานฯ ซึ่งทำหน้าที่ในฐานะประธานบอร์ดไทยโมบาย เพื่อหารือในข้อสรุปในมูลค่าหุ้น
“ทางบอร์ดต้องการให้เรื่องปัญหามูลค่าหุ้นไทยโมบายจบลงให้ชัดเจนพอใจกันทั้งสองฝ่าย ถึงแม้ก่อนหน้านี้บอร์ดชุดเก่าจะเคยลงมติยอมซื้อขายหุ้นให้แล้ว แต่การเจรจาในเรื่องมูลค่าในธุรกิจไม่ชัดเจน จึงทำให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ”
สำหรับการเจรจาครั้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจาก น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการ รมว.ไอซีที ให้เข้ามาสางปัญหาให้เกิดข้อสรุประหว่างทั้งสองหน่วยงาน และต้องการให้ธุรกิจไทยโมบาย สามารถเดินหน้าให้บริการแก่ประชาชนได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทีโอทีมีข้อเสนอซื้อไทยโมบาย 1900 ในสัดส่วนหุ้นที่กสท ถืออยู่ 42% ในราคา 1,310 ล้านบาท พร้อมสิทธิคลื่นความถี่ โดยทีโอทีได้อ้างถึงการแบกภาระหนี้สินที่เกิดจากการจ้างบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น ทำระบบบิลลิ่ง 1,400 ล้านบาท บริษัทซีเมนส์ ในการนำซื้ออุปกรณ์จำนวน 700 ล้านบาท และยังไม่รวมถึงภาระหนี้สินจากการบริหารธุรกิจอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทาง บอร์ด กสท พร้อมรับและยินดีที่จะขาย เพื่อให้เกิดข้อยุติและเป็นการลดการลงทุนซ้ำซ้อน ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีเสนอขายหุ้นเป็นมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท
แหล่งข่าวจากไทยโมบาย กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว เพราะในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียงแค่กว่า 1 แสนราย ซึ่งผลมาจากที่ไทยโมบายไม่ได้มีกิจกรรมทางการตลาดในการสร้างลูกค้าใหม่มาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ด้วยเหตุที่ธุรกิจจากการร่วมทุนไม่มีความชัดเจน จึงทำให้ฝ่ายบริหารทีโอทีไม่กล้านำเงินเข้ามาลงทุนหรือสนับสนุนได้ ดังนั้นการให้บริการจึงอยู่ในลักษณะพยุงหรือประคองตัวให้อยู่รอดไปได้
“พนักงานไทยโมบายต่างรอลุ้นกับเรื่องนี้ เพราะอยากให้ทุกอย่างเดินหน้า เดินตามแผนที่เคยวางไว้ หากยังเป็นอย่างนี้อาจจะส่งผลให้ กทช. เข้ามาดูถึงสิทธิการบริหารคลื่นความถี่ 3 จี รวมถึงค่าบำรุงรักษาเลขหมายที่ในอนาคตก็จะต้องจ่ายให้ กทช. หรือไม่เช่นนั้นต้องอาจส่งคืนได้”
นายพิศาล กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีเห็นชอบให้ กสท ดำเนินโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว ASIA AMERICA GATEWAY (AAG) ร่วมกับภาคีสมาชิก 9 ประเทศ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท โดย กสท จะใช้วงเงินลงทุนจากรายได้ของตนเอง เป็นจำนวน 3,600 ล้านบาท โดยเห็นว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้ กสท เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในการให้บริการโทรคมนาคมของภูมิภาคนี้ต่อไป และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในด้านบริการสื่อสารระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ กสท จะต้องนำเสนอโครงการเข้าขออนุมัติวงเงินจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ โดยจะดำเนินการผ่านกระทรวงไอซีที สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้รับทราบถึงการเพิ่มขยายวงจรเกตเวย์จากสถานีเคเบิลใต้น้ำไปหาจุดเชื่อมต่อในประเทศสมาชิก
“การลงทุนครั้งนี้จะช่วยให้ กสท รองรับในด้านทราฟิกที่ไปยังอเมริกาได้ดีขึ้นรวมถึงจุดอื่นๆ ที่เป็นสมาชิก ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับโอเปอเรเตอร์ที่เข้ามาเชื่อมต่อวงจร หรือผู้ที่จะให้บริการสื่อสารรายใหม่ โดยโครงการนี้จะใช้เวลาดำเนินการปีครึ่งแล้วเสร็จได้ หาก ครม.อนุมัติได้ก็จะดำเนินการทันที”
|
|
 |
|
|