|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ปตท.เคมิคอล ชะลอการออกหุ้นกู้ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยหันไปกู้เงินระยะสั้น 1 หมื่นล้านบาทภายในปีนี้ หลังประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปีหน้าจะต่ำลง โดยวงเงินกู้ดังกล่าวจะนำไปใช้ในโครงการอีเทนแครกเกอร์และส่วนขยายเม็ดพลาสติก HDPE ของบริษัท BPE อีก 2 แสนตัน ยืนยันบริษัทมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลต่อไป 4 ปีข้างหน้าแม้ว่าจะลงทุนค่อนข้างมากในช่วงนี้
นายอดิเทพ พิศาลบุตร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTCH เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดหาเงินกู้ระยะสั้นวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทภายในปีนี้ เพื่อนำไปใช้ลงทุนใน 2 บริษัทย่อย คือ บริษัท พีทีที โพลิเอทธิลีน (PTTPE) และบริษัท บางกอกโพลีเอททิลีน (BPE) แทนการออกหุ้นกู้วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทตามแผนเดิม เนื่องจากมองว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อจากนี้อาจจะปรับลดลง โดยบริษัทฯ มีภาระที่ต้องใช้เงินลงทุนในโครงการอีเทนแครกเกอร์ 1 ขนาด 1 ล้านตัน ประมาณ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ
"เรื่องหุ้นกู้ บริษัทกำลังรอดูดอกเบี้ยซึ่งในวงการมองแนวโน้มปีหน้าว่าดอกเบี้ยจะลดลง ดูแล้วปีนี้คงจะออกเป็น Short Term 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ในโครงการไปก่อน ส่วนเงินเพิ่มทุนก็คิดว่าจะเข้ามาประมาณเดือนตุลาคมนี้ หลังประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อย แม้ว่าบริษัทฯจะมีการลงทุนค่อนข้างมากในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า แต่บริษัทยังมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 30% ในช่วง 4 ปีข้างหน้า"
นางพันธ์ทิพ อึ้งผาสุข รองกรรมการผู้จัดการ สายวางแผนและพัฒนา บริษัท ปตท.เคมิคอล กล่าวว่า โครงการอีเทนแครกเกอร์ของ PTTPE คาดว่าจะได้ผู้รับเหมาก่อสร้างภายในสิ้นก.ย.นี้ และจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 4/2552 โดยมูลค่าการลงทุนโครงการที่เพิ่มสูงขึ้นจาก 960 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ มาจากต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นทั้งปูนซีเมนต์และเหล็ก โดยมีผลตอบแทนการลงทุนไม่ต่ำกว่า 15% บนสมมติฐานว่าราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นผลตอบแทนก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงที่เหมาะสมถือเป็นช่วงขาขึ้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ประกอบกับราคาค่าก่อสร้าง และวัตถุดิบในปัจจุบันมีความชัดเจน รวมทั้งบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก (HDPE) ของ BPE เพิ่มขึ้นอีก 2 แสนตัน/ปี จากปัจจุบัน 2.5 แสนตัน/ปี คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 2-3 เดือน และใช้เงินลงทุนไม่มาก ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี
ขณะนี้ ราคาเอทิลีนได้ปรับตัวขึ้นไปสูงถึง 1,200-1,300 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งถือว่าเป็นราคาสูงสุดในรอบ 10 ปี เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และตลาดมีความต้องการสูง โดยเฉพาะจากจีน ขณะเดียวกันครึ่งปีหลังนี้จะมีโรงงานปิดซ่อมบำรุงมาก จึงคาดว่าราคาเอทิลีนจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้จนถึงสิ้นปี และทำให้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ในครึ่งปีหลังปรับเพิ่มขึ้นเป็น 600 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน จากครึ่งปีแรกที่มีราคาส่วนต่างประมาณ 500 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน
|
|
 |
|
|