|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ดีแทคหวังเติบโตตลาดโพสต์เพดแบบยั่งยืน วางกลยุทธ์เลี่ยงการเผชิญหน้าด้านราคา หันหาบริการสร้างรายได้เสริม รายได้หลักด้านวอยซ์ จับมือการบินไทยเปิดโปรแกรม DTAC Roaming 2 Mile เปลี่ยนยอดการใช้โทร.โรมมิ่ง 10 บาทเป็น 1 ไมล์สะสม พร้อมรุกโทรต่างประเทศ ขอไลเซ่นต์เกตเวย์ประเภท 3 จากกทช.
นายสันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่าในตลาดโพสต์เพด ดีแทคไม่ได้มุ่งเป้าที่จะเป็นผู้นำตลาดในด้านจำนวนลูกค้าเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1.85 ล้านราย แต่มีเป้าหมายให้ลูกค้าอยู่ในระบบอย่างยั่งยืน โดยรักษาระดับการแข่งขัน ลดการเผชิญหน้าด้านราคา นำเสนอปัจจัยที่แตกต่าง ให้เข้าทดลองใช้ เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น
ในปี 2549 ดีแทคต้องการปิดยอดจำนวนลูกค้าโพสต์เพดที่ระดับ 2 ล้านราย ถึงแม้ภาพรวมจะมีลักษณะเหมือนยังคงเติบโต แต่การเติบโตนั้นยังมีอัตราที่ติดลบอยู่ ไม่สอดคล้องกับสัดส่วนประชากรและกลุ่มผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้ยังคงเข้าใจว่าระบบพรีเพด นั้นมีความคุ้มค่า สะดวกต่อการใช้มากกว่าเมื่อเทียบกัน ดังนั้นในส่วนนี้ดีแทคจึงต้องหามุมที่แตกต่าง ด้วยการตั้งโจทก์ถึงการใช้งานแบบยั่งยืนทำอย่างไรผู้ใช้อยู่ยาวนานยั่งยืน ตลาดเติบโตทั้งในแง่การใช้งานควบคู่ไปกับบริการเสริมพิเศษรองรับ
“ครึ่งปีแรกมีลูกค้าใหม่ 3.5 แสนราย ซึ่งยอดการเติบโตก็เป็นที่น่าพอใจ และอยากให้โตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเราไม่ได้มุ่งที่จะเป็นผู้นำยอดคนใช้ แต่เราต้องการแค่ทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานแบบยั่งยืน รักษายอดการใช้งาน ไม่ไหลออกจากระบบ ลูกค้าเห็นถึงประโยชน์และความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับคู่แข่ง”
สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของตลาดโพสต์เพดมาจาก ผู้ให้บริการมีการนำรูปแบบราคามาเล่นมากเกินไป จนทำให้โครงสร้างการแข่งขันผิดเพี้ยนไป เมื่อนำไปเทียบกับตลาดต่างประเทศอย่างกรณี 1 บาทโทร.เป็นชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้งานหลงประเด็นในแง่การใช้งานและคุณภาพบริการ โดยส่วนนี้จะส่งผลกระทบต่อด้านรายได้ในบริการส่วนอื่น อาทิ บริการเสริมด้านนอนวอยซ์ บริการจีพีอาร์เอส บริการโทร.ต่างประเทศ
นายสันติ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ให้บริการหลายรายเริ่มตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเล่นเรื่องราคา โดยหันไปหารายได้จากบริการด้านอื่นมาทดแทนรายได้หลักจากด้านวอยซ์ โดยจะเห็นภาพชัดเจนในปี 2550 ในส่วนของดีแทคก็มุ่งที่จะให้เห็นถึงความแตกต่างด้านบริการ โดยการจับมือกับ รอยัล ออร์คิดพลัส โปรแกรม DTAC Roaming 2 Mile เพื่อให้สิทธิประโยชน์นักเดินทางกลุ่มโพสต์เพด ให้สามารถเปลี่ยนยอดค่าใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ (IR) เป็นยอดไมล์สะสม
ทั้งนี้กลุ่มนักเดินทางถือว่ามีศักยภาพด้านรายได้สูง และมีจำนวนนักเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ทุกปี ซึ่งดีแทคมียอดผู้จดทะเบียนใช้งานไออาร์ อยู่ที่ 1.3 แสนคน หรือคิดเป็น 7.2% ของลูกค้าจดทะเบียนทั้งหมด และมียอดผู้ใช้งานต่อเนื่องมากกว่า 2 หมื่นราย มีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายสำหรับโทร.ต่างประเทศ อยู่ที่ 3,500 บาท โดยสัดส่วนยอดการเติบโตเฉลี่ยการใช้งานเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2548
นายวรรษิษฐ์ ไสยวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ดีแทค กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ที่ดีแทคมอบให้ร่วมกับรอยัล ออร์คิด พลัส จะมีอัตราแลกเปลี่ยน 10 บาทต่อหนึ่งไมล์ ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์หรือผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1678 โดยมีระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ รอบบิลสิงหาคม 2549 - กรกฎาคม 2550
“เป็นขั้นแรกของการแข่งขันบริการในต่างประเทศ ที่ดีแทคพยายามสร้างจุดแตกต่างมากขึ้น นอกเหนือจากการขยายประเทศรองรับใช้งาน ที่ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 350 โอเปอเรเตอร์ ใน 128 ประเทศ โดยปีนี้ก็ยังคงเดินหน้าขยายบริการให้ครอบคลุมต่อไปอีก อย่างบริการส่วน พุชอีเมล จีพีอาร์เอส อีก 80 ประเทศ กับ 130 ผู้ให้บริการ”
นายสันติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดีแทคยังได้ส่งหนังสือไปขอใบอนุญาตประเภทที่ 3 จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อทำธุรกิจบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศในระบบ VOIP และบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศในระบบ International Direct Dialing(IDD) ด้วย โดยดีแทคจะให้ความสำคัญกับธุรกิจด้านนี้ให้มากขึ้น เพราะแนวโน้มธุรกิจระหว่างประเทศจะมีการขยายตัวสูงในอนาคต โดยดีแทคคาดว่า กทช.จะอนุมัติใบอนุญาตดังกล่าวให้ได้ภายในสิ้นปีนี้
“ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สูง หากคิดจากรายได้ในส่วนโทร.ต่างประเทศทั้งหมดจะเป็นการโรมมิ่งจากโอเปอเรเตอร์ต่างประเทศเกือบ 35% หากทำในส่วนนี้ก็จะเป็นผลดี ทั้งในแง่ขาเข้า ขาออก ซึ่งดีแทคมองว่าแนวโน้มธุรกิจโทร.ระหว่างประเทศจะมีการแข่งขันกันมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มอัตราค่าใช้บริการก็จะลดลงด้วย ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายก็ต้องเร่งแข่งขันกันให้มากขึ้นทั้งด้านบริการเสริมและคุณภาพ”
ดีแทคได้ตั้ง บริษัท ดีแทค เน็ตเวิร์ก เข้าไปยื่นขอไลเซ่นต์ เพราะอยากให้ลูกค้าทั้ง 11 ล้านคน ได้ใช้บริการที่มีคุณภาพ และราคาที่เหมาะสม ซึ่งดีแทคได้ยื่นขอไลเซนส์ประเภท 3 หรือมีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ดีแทคจะลงทุนวางโครงข่ายทั้งหมดเอง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
สำหรับรายได้จากธุรกิจต่างประเทศคิดเป็น 7% จากรายได้รวมของดีแทคทั้งหมด ซึ่งรายได้ในธุรกิจนี้มีแนวโน้มโตขึ้นปีละ 30% ซึ่งปีหน้าดีแทคคาดว่ารายได้จากธุรกิจนี้จะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 10% เพราะจะมีรายได้จากธุรกิจโทร.ระหว่างประเทศมาเสริม อีกทั้งคาดว่าสัดส่วนรายได้จากบริการนอนวอยซ์ และธุรกิจระหว่างประเทศจะเพิ่มเป็นสัดส่วน 20% จากรายได้รวมทั้งหมด
|
|
 |
|
|