|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ไวตามิ้ลค์ เตรียมกรำศึกสู่โกอินเตอร์เต็มรูปแบบ รับศึกษาตลาดเล็งทุ่มงบ 500 ล้านบาทผุดโรงงานต่างประเทศ ส่วนในประเทศลั่นกลองรบตลาดนมไฮแคลเซียม ทุ่มงบ 40 ล้านบาท รีลอนช์ วี-ซอย ไฮแคลเซียม ปรับโพซิชั่นนิ่งชัดเจนสกัดกินแชร์ไวตามิ้ลค์ ชูเจาะกลุ่มรักษาสุขภาพอายุ 35 ปี สร้างความต่างแคลซีแมกซ์-ดีน่า อัดการสื่อสารขยายฐานคอนมไฮแคลเซียมผู้ชาย ขอ 3 ปีผงาดเทียบชั้นผู้นำตลาดแคลซีแมกซ์-ดีน่า โกยแชร์ 30% จากที่มีอยู่ 3%
นายโชน โสภณพนิช ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ บริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์ นมถั่วเหลืองไฮแคลเซียมตราวีซอย และกรีนสปอต เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯรุกตลาดส่งออก ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 3 แบรนด์ ได้แก่ ไวตามิ้ลค์ วีซอย และกรีนสปอต กระทั่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 5% ของรายได้รวม จากการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ดังนั้นบริษัทฯจึงได้วางแผนที่จะรุกต่างประเทศมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน 5 ปีนี้ รายได้จากการส่งออกจะเพิ่มเป็น 20% และที่เหลือ 80% ภายในประเทศ
โดยขณะนี้บริษัทฯได้เตรียมความพร้อม เพื่อสร้างโรงงานในต่างประเทศ โดยคาดว่างบลงทุนอย่างน้อยใช้ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาสภาพตลาดในประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้บริษัทฯต้องเตรียมความพร้อมสร้างโรงงาน เพื่อให้สินค้าสามารถแข่งขันในแง่ราคากับคู่แข่งได้ เนื่องจากการผลิตในประเทศและส่งออกไปจำหน่าย ทำให้บริษัทฯต้องเสียต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น อันเนื่องจากผลพวงราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังต้องเสียภาษีนำเข้า ซึ่งปัจจุบันในแต่ละประเทศในเอเชีย ก็มีแบรนด์ท้องถิ่นที่มีความแข็งแกร่ง เช่นประเทศเวียดนามแม้ว่าจะเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่ก็มีแบรนด์วีนา มิ้ลค์ที่แข็งแกร่ง
ปัจจุบันธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯมาจากกลุ่มนมถั่วเหลืองกว่า 90% ส่วนที่เหลือไม่ถึง 10% จากการกรีนสปอต ซึ่งในธุรกิจนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์เป็นผู้นำตลาดอย่างเบ็ดเสร็จครองส่วนแบ่ง 60% จากมูลค่าตลาดนมถั่วเหลือง 5,500 -6,000 ล้านบาท ส่วนแลคตาซอย 25% ดีน่า 9-10% ที่เหลือ 4-5 % อื่นๆ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯต้องหาตลาดใหม่ โดยเฉพาะการทำตลาดในต่างประเทศ
นายชนิต สุวรรณพรินทร์ ผู้จัดการทั่วไปสายงานการตลาด บริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับแผนการทำตลาดภายในประเทศ หลังจากที่บริษัทฯได้เปิดตัวไวตามิ้ลค์ 3 สูตรใหม่ ได้แก่ เสริมแคลเซียม,ไวตามิ้ลค์ บิ๊ก 300 เสริมวิตามิน และสูตรผสมน้ำนมข้าวโพด น้ำตาลน้อย 3.5% เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่และตอกย้ำความเป็นผู้นำ ล่าสุดบริษัทฯได้วางแผนรุกตลาดนมไฮแคลเซียม 2,000 ล้านบาท เนื่องจากพบว่าเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง จากปีที่ผ่านมาโตกว่า 10% และปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 21% มากกว่านมถั่วเหลืองซึ่งปีนี้โตเพียง 15% จากปีที่ผ่านมาโต20% ส่วนตลาดนมโดยรวมมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ปีนี้โต 5.4%
ล่าสุดได้รีลอนช์นมถั่วเหลืองไฮแคลเซียม “วี-ซอย ไฮแคลเซียม”ใหม่ เพื่อปรับโพซิชั่นนิ่งแบรนด์ให้มีความชัดเจนมากขึ้น เน้นการสื่อสารเป็นสินค้าสำหรับกลุ่มคนที่ห่วงใยสุขภาพอายุ 35 ปี จำหน่าย 12 บาท เพื่อสร้างความแตกต่างกับไวตามิ้ลค์ ซึ่งวางโพซิชั่นเป็นแมสมีกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย และจำหน่ายราคา 10 บาท
นอกจากนี้บริษัทฯยังสร้างความต่าง ด้วยการเน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้ชาย เนื่องจากผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาด ไม่ว่าจะเป็น แคลซีแมกซ์ หรือ ดีน่าเน้นการสื่อสารเพื่อเจาะกลุ่มหญิงเป็นหลัก โดยแคลซีแมกซ์เจาะกลุ่มผู้หญิงอายุ 35 ปี ส่วนดีน่าจะเจาะกลุ่มผู้หญิงคนรุ่นใหม่อายุ 25 ปีขึ้นไป ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนฐานลูกค้าผู้ชายจาก 30% เป็น 40 % และผู้หญิงเหลือจาก 70% เป็น 60% โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวรสชาติใหม่วี-ซอย ไฮแคลเซียมสูตรผสมงาขาวและงาดำ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้น จากเดิมมี 2 สูตรหลักได้แก่ สูตรไม่มีน้ำตาล และสูตรมีน้ำตาลน้อย
โดยได้ทุ่มงบตลาดกว่า 40 ล้านบาท ผ่านการทำตลาดอย่างครบวงจร นำร่องเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ 15 และ 30 วินาที ภายใต้แนวคิด”รางวัลของสุขภาพดี” พร้อมกันนี้ได้จัดคาราวานแนะนำสินค้าและแจกสินค้าตัวอย่างไปยังผู้บริโภคกว่า 5 แสนกล่องทั่วประเทศ ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1 ปี วี-ซอย ไฮแคลเซียม จะมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจาก 3.5% เป็น 10% และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 30% ใกล้เคียงกับผู้นำตลาดแคลซีแมกซ์มีส่วนแบ่ง 30 % และดีน่า 30% จากมูลค่าตลาดนมไฮแคลเซียมมูลค่า 2,000 ล้านบาท
|
|
 |
|
|