|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
หลังจากมีข่าวผ่านสื่อต่างๆ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างองค์กรของฟอร์ดใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายนัก ทั้งที่มีรถยนต์ใหม่แนะนำสู่ตลาดถึง 2 รุ่น ล่าสุดเมื่อวานนี้ (17 สิงหาคม) ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เปิดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และแผนธุรกิจใหม่ที่จะช่วยให้ฟอร์ดกลับมาเติบโตต่อไปในอนาคต
นายทอม บริวเออร์ ประธานฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจ ราคาน้ำมันแพง และสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ฟอร์ดจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินงานใหม่ ภายใต้แผนธุรกิจที่เรียกว่า “ฟาสต์ ฟอร์เวิร์ด” (Fast Forward) เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ และความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน
“เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เราได้วิเคราะห์โครงสร้างการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งตั้งคำถามกับตัวเองเรื่องโครงสร้างองค์กร โดยใช้เวลาวางแผนในการปรับโครงสร้างธุรกิจ ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเป็นที่มาของกลยุทธ์ฟาสต์ ฟอร์เวิร์ด ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างจุดแข็งของฟอร์ด และเติมเต็มในจุดที่ฟอร์ดยังขาดอยู่ เพื่อให้พร้อมที่จะแข่งขันมากขึ้น ด้วยหลักการสำคัญ 4 ด้าน คือ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ กิจกรรมการตลาด และเครือข่ายการขาย-บริการหลังการขาย”
ทั้งนี้ ในเรื่องของบุคลากร ฟอร์ด ประเทศไทย จำเป็นต้องมีการโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน และมีประสิทธิภาพ เหตุนี้จึงต้องปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ หลังจากนายจอห์น ฟิงค์ รองประธานบริหารฟอร์ด ประเทศไทย ซึ่งดูแลด้านการตลาดและขายได้ออกไป โดยได้ผลักดันให้ผู้บริหารคนไทยเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะฟอร์ดเชื่อว่าไม่มีใครรู้จักและเข้าใจตลาดรถยนต์ไทยได้ดีไปกว่าคนไทย
โดยผู้บริหารใหม่ที่แต่งตั้งครอบคลุมด้านการตลาด การขาย การพัฒนา ผู้จำหน่าย และบริการลูกค้า ได้แก่ นายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฝ่ายขาย, นายอดิศักดิ์ หวังพงษ์สวัสดิ์ รองประธานฝ่ายพัฒนาผู้จำหน่าย, นายวิชิต ว่องวัฒนาการ รองประธานฝ่ายบริการลูกค้า, สตีเว่น ตัน รองประธานฝ่ายการตลาด, นายคมกริช นงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Retail Marketing, นายณรงค์ สีตลายน ผู้อำนวยการฝ่าย Dealer Operation และนายเคน ฮาบิช ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้จำหน่าย
นายบริวเออร์กล่าวว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ฟอร์ด นอกจากรถยนต์นั่ง ฟอร์ด โฟกัส และปิกอัพฟอร์ด เรนเจอร์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วและต้นปีที่ผ่านมา ในเร็วๆ นี้จะมีการแนะนำปิกอัพฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นเกียร์อัตโนมัติ เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าอีกรุ่น จากนั้นช่วงปลายปีจะมีรถอเนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอร์เรส ใหม่แนะนำสู่ตลาดอีกรุ่น
“ฟอร์ดยังคงยืนยันในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ สู่ตลาดไทย เหมือนเช่นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเรายังคงยึดมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ สู่ตลาดทุกไตรมาส อย่างที่ประกาศไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และเป็นที่รับรู้กันไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก กำลังประสบปัญหาเรื่องราคาน้ำมันแพงเป็นอย่างมาก เหตุนี้เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า ฟอร์ดจึงกำลังพิจารณานำรถประหยัดพลังงานแนะนำสู่ตลาดในอนาคตด้วย”
ในด้านของกิจกรรมทางการตลาด ฟอร์ดได้มีการทำงานร่วมกับดีลเลอร์ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และดีลเลอร์ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่มากที่สุด เช่นเดียวกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย ที่ต้องช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถง่ายขึ้น ในสภาวะตลาดอยู่ในช่วงชะลอตัวเช่นนี้ โดยล่าสุดได้จัดแคมเปญสินเชื่อพิเศษ ที่ให้ลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ ผ่อนสบายๆ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 4,999 บาท และฟอร์ดยังช่วยจ่ายค่าผ่อนงวดแรกให้ฟรีอีกด้วย
นายบริวเออร์กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดรับกับสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไทย ที่ประสบปัญหาสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ความผันผวนทางการเมือง และราคาน้ำมันแพง ซึ่งจะเห็นว่ายอดขายรถยนต์แต่ละยี่ห้อต่างชะลอตัวอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ใช่เพียงฟอร์ดยี่ห้อเดียว โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ตลอดรถยนต์ตกต่ำมากที่สุด แต่ฟอร์ดกลับมียอดขายเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนก่อนหน้า เหตุนี้ฟอร์ดจึงมั่นใจว่านับจากนี้ไป หลังจากมีการนำแผนธุรกิจฟาสต์ ฟอร์เวิร์ดมาใช้ จะช่วยผลักดันให้ฟอร์ดกลับมามียอดขายเติบโตอีกครั้ง
“ตามแผนธุรกิจของฟาสต์ ฟอร์เวิร์ด ในช่วงระยะสั้นจะเริ่มเห็นชัดเจนประมาณเดือนตุลาคม ที่จะมีทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ แคมเปญส่งเสริมการขาย กลยุทธ์การตลาด และการสร้างความเข้าใจต่อแบรนด์ฟอร์ดให้กับลูกค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ฟอร์ดเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง”
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญฟอร์ดต้องมีความพร้อม ทั้งเรื่องของเครือข่ายและบริการหลังการขาย ซึ่งต่อไปก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเช่นกัน ทั้งเรื่องของการพัฒนาเครือข่ายการขายและการบริการ ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉมของโชว์รูม การดำเนินงานของดีลเลอร์ และการบริการหลังการขาย ซึ่งที่ผ่านมาฟอร์ดสามารถทำได้ดี จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่หนึ่งในด้านดัชนีความพึงพอใจของลูกค้าถึง 2 ปี คือ ปี 2547 และ 2549 ดำเนินการสำรวจโดย เจ.ดี.พาวเวอร์ และฟอร์ดยืนยันที่จะพัฒนาต่อไป
|
|
 |
|
|