Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน15 สิงหาคม 2549
ดัชนีตลาดเอ็มเอไอขยับต่อเนื่องรับการเมืองคลี่คลาย-ผลการดำเนินงานQ2             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์ใหม่

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ - MAI
Stock Exchange




ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ mai ยังคงขยับขึ้นได้ต่อเนื่องจากกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นแต่ละตัวราคาเริ่มเคลื่อนไหวให้เห็นแล้ว หลังจากที่ทางการประกาศกำหนดวันเลือกตั้งออกมาอย่างชัดเจน หลายบริษัทที่เลื่อนการเข้ามาเทรดในกระดานคงจะมีให้เห็นบริษัทน้องใหม่ของตลาดนี้บ้าง ขณะที่กำหนดเวลาการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มทยอยออกมาแล้ว โดยพบว่าบริษัทบางแห่งกำไรโต และบางแห่งกำไรหดจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้หุ้นมีการซื้อขายให้เห็นมากขึ้น

ภาวะการซื้อขายหุ้นที่เทรดในกระดานตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ หรือ mai ในเดือนสิงหาคม พบว่ามีเข้ามาหนาแน่นจากช่วงก่อนหน้าที่ซื้อขายน้อย เพราะก่อนหน้าซื้อขายต่ำกว่า 30 ล้านบาท และดัชนีตลาดค่อยๆ ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจากเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมอย่างเห็นได้ชัด จากดัชนี 152.79 จุด มูลค่าซื้อขายเพียง 10.01 ล้านบาทเท่านั้น แต่หลังจากวันดังกล่าวดัชนีและมูลค่าซื้อขายก็ค่อยปรับเพิ่มขึ้นจนกลับมายืนเหนือ 161 จุดได้ เมื่อ 10 สิงหาคมปีนี้ ด้วยมูลค่าซื้อขาย 63.31 ล้านบาท อันเป็นผลจากราคาหุ้นในกระดานแต่ละตัวต่างพบว่ามีการซื้อขายน้อยมาก ขณะที่การซื้อขายแทบไม่เกิดขึ้นเลย แม้จะมีบางวันที่หุ้นบางตัวพุ่งขึ้นมาบ้างก็ตาม แต่หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าลงพระปรมาภิไธในพระราชการกฤษฎีกา กำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่เป็น 15 ตุลาคมนี้ ก็ทำให้ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายและตลาดหุ้นขานรับกลับมาอีกครั้ง

หุ้นในกระดาน mai ก็เช่นกัน ซึ่งนอกจากปัญหาทางการเมืองคลี่คลายลงแล้ว ยังเป็นช่วงเดียวกันกับที่บริษัทจดทะเบียนต้องประกาศผลการดำเนินงานออกมา โดยขณะนี้มีการทยอยประกาศผลการดำเนินงานออกมาบ้างแล้ว ซึ่งพบว่ากำไรพุ่งและลดบ้างตามค่าใช้จ่ายและต้นทุนการดำเนินงาน ขณะที่บางบริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นปีแรกด้วย

อย่างเช่น บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (SALEE) ที่เพิ่งประกาศเข้าไปซื้อหุ้น บริษัท เอสซี วาโด จำกัด ด้วยสัดส่วน 75% ซึ่งบริษัทดังกล่าวดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนโลหะสำหรับยานยนต์ โดยเฉพาะ Hard Disk Drive (HDD) ซึ่งถือว่าเป็นช่วงขาขึ้นของธุรกิจดังกล่าวด้วย และการลงทุนครั้งนี้บริษัทจะเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 2.5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่พร้อมหุ้นอีก 37 ล้านหุ้นที่ออกใหม่จะเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป ขณะนี้ยังไม่กำหนดราคาขาย และคาดว่าจะขายหุ้นได้ปลายปีนี้ โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ใช้ในการขยายงานดังกล่าว

ผลจากการลงทุนครั้งนี้ SALEE จะทำให้ เอสซี วาโด ขยายธุรกิจไปยังต้นน้ำคือการฉีดอลูมิเนียม โดยจะใช้ เงินเพิ่มทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มอีก 6 ตัว ด้วยงบลงทุน 115 ล้านบาท ซึ่งบริษัทนี้จะส่งรายได้ให้กับบริษัทแม่อย่าง SALEE ได้พอสมควร ซึ่งปี 50 คาดรายได้จาก เอสซี วาโดจะเข้ามาประมาณ 250 ล้านบาท และ SALEE ยังมีแผนที่จะนำบริษัทนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย และยังบอกไม่ได้ว่าจะเข้าในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET) หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอไอ (mai) โดยบริษัทตั้งเป้าโกยรายได้ปี 51 แตะ พันล้านบาท

ขณะที่หุ้นที่ขายถ่านหินอย่าง UMS หรือบริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) ก็มีการซื้อขายเข้ามามากขึ้นตั้งแต่เดือนที่แล้ว แถมราคาหุ้นก็ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแม้ว่าราคาจะปรับไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่หุ้นตัวนี้ถือว่าเป็นที่น่าจับตาของตลาดนี้ เพราะเป็นบริษัทที่ขายถ่านหิน ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต่างก็หันมาใช้พลังงานทดแทน ซึ่งการหันมาใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงแทนการใช้น้ำมัน จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการทุกรายไม่ว่าน้อยใหญ่ต้องหันมาใช้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ผู้บริหาร UMS กล่าวไว้ว่าผลงานของบริษัทจะเติบโตต่อเนื่อง และบริษัทจะพยายามสร้างรายได้และกำไรให้เติบโตทุกปี เพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีกับผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกันก็ต้องหาลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าเกิน 100 รายในปีนี้ และน่าจะได้เกินเป้าหมาย เนื่องจากผู้ประกอบหลายรายอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนเตาบอยเลอร์เพื่อใช้ถ่านหินแทนการใช้น้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือนมิถุนายนที่หลายบริษัทไม่มีการซื้อขาย UMS เองก็ไม่พ้นเช่นกัน เนื่องจากภาวะตลาดโดยรวมซบเซาอันเป็นผลจากปัญหาทางการเมืองที่ยืดเยื้อ แต่หลังจากมีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมาแน่นอน เห็นได้ชัดว่าตลาดหุ้นกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง และหุ้นหลายตัวกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่หุ้นในกระดาน mai ซึ่งแม้จะด้อยกว่าตลาด SET แต่ก็ถือว่าตอบรับด้วยเช่นกัน เห็นได้จากมูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมาจากก่อนหน้าพอสมควร แม้จะไม่ถึงร้อยล้านบาท แต่ก็นับว่าหนาแน่นกว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมาและดัชนีก็ขึ้นมาเหนือ 160 จุดได้

โดยดัชนีตลาด mai ปรับขึ้นแต่ละครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทมีข่าวดีออกมา ส่งผลให้นักลงทุนตอบรับ โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินปันผล เช่นเดียวกับที่บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ จำกัด (มหาชน) (CMO) หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่กำไรสุทธิเติบโตขึ้นมาจากงวดเดียวกันของปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด แถมยังประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลถึง 20 สตางค์ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทนี้จ่ายปันผลครั้งเดียวงวดสิ้นปีเท่านั้น รวมทั้งแผนการรุกเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศเพื่อหวังที่จะดันรายได้ของบริษัทเติบโตต่อเนื่องได้ จึงทำให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นมารับข่าวทันที และมูลค่าการซื้อขายพรวดขึ้นมาเป็นตัวนำตลาดของหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดของวันนั้นทันที

ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นในกระดาน mai ต่างก็มีปรับขึ้นลงบ้างขึ้นอยู่กับภาวะตลาด แต่ระยะนี้จะเห็นโดดเด่นขึ้นมาอีกตัวหนึ่งคือ CPR หรือบริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) ที่ราคาซื้อขายบวกขึ้นมาให้เห็นประปรายแม้ว่าจะไม่ทุกวัน รวมทั้งหุ้นของ LVT หรือ บริษัท แอลวี เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ที่พบว่าหุ้นตัวนี้ส่วนใหญ่ราคาบวกเกือบทุกวัน ถือเป็นหุ้นตัวหนึ่งของกระดาน mai ที่มีความเคลื่อนไหวของราคาซึ่งแต่ละวันเปอร์เซ็นต์เปลี่ยนแปลงให้เห็นตลอด รวมทั้งวอร์แรนต์ของบริษัทแห่งนี้ด้วย โดยส่วนมากจะพบว่าหากตัวแม่บวกตัววอร์แรนต์ก็จะบวกตามทุกครั้งเช่นกัน

ดังนั้น หุ้นหลายตัวที่มีความเคลื่อนไหวของราคาหลังจากที่นิ่งงันระยะหนึ่ง อาจเนื่องมาจากเพราะนักลงทุนเข้ามาให้ความสนใจ เพื่อรอคอยประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่กำลังจะทยอยประกาศออกมาในอีกไม่กี่วันนี้ และหลายบริษัทก็ประกาศผลการดำเนินงานออกมาบ้างแล้ว อย่าง บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC ที่ผลงานไตรมาส 2 กำไรสุทธิเพิ่มจาก 9.23 ล้านบาท เป็น 14.90 ล้านบาท ในปีนี้ ส่วนบริษัท ซี ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจากเดิม 13.36 ล้านบาทเหลือ 8.08 ล้านบาท อันเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น และบริษัท ไลท์ติ้งแอนด์อีควิปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&E ที่ผลงานไตรมาสนี้ก็เติบโตจากเดิมที่มีกำไรสุทธิ 9.97 ล้านบาทเป็น 14.40 ล้านบาท อันเป็นผลจากการที่บริษัทฯ ได้ขายโคมไฟที่สั่งทำพิเศษสำหรับงานโครงการบางแห่งซึ่งมีอัตรากำไรเบื้องต้นมากกว่าโคมไฟทั่วไป ในขณะเดียวกันบริษัทฯได้เลิกผลิตสินค้ารางรองรับสายไฟซึ่งมีอัตรากำไรเบื้องต้นน้อย ตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 ทำให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรเบื้องต้นจากการขายเพิ่มขึ้นจาก 26% ในปีที่แล้วเป็น 30% ในปีนี้

ดังนั้นจะเห็นว่าผลงานที่เริ่มทะยอยออกมา ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้บางบริษัทจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาวัตถุดิบบ้างก็ตาม ดังนั้น ราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวไม่ว่าจะขึ้นหรือลงย่อมแสดงให้เห็นว่านักลงทุนกลับมาเล่นบ้างแล้ว รวมทั้งการที่จะมีรัฐบาลใหม่ขึ้นมา น่าจะทำให้มีสีสันในตลาดหุ้นกลับมาอีกในช่วงปลายปีนี้

เพราะหากมีรัฐบาลที่ชัดเจนขึ้นมา การสานต่อหรือกำหนดนโยบายเพื่อลงทุนต่างๆ ตลอดจนการใช้จ่ายงบลงทุนก็น่าจะมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน รวมทั้งการที่หุ้นอีกหลายตัวที่เคยจ่อคิวเพื่อรอจังหวะที่จะขายหุ้นเพื่อเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็น่าจะมีเพิ่มขึ้นด้วย เพราะผู้บริหารหลายบริษัทยังไม่มั่นใจในนโยบายของรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงรอจังหวะที่จะเข้ามา ซึ่งเชื่อว่าหากเป็นเช่นนั้น ช่วงปลายปีก็น่าจะเห็นหุ้นน้องใหม่เข้ามาเทรดในกระดาน mai เพิ่มขึ้นด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us