Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 สิงหาคม 2549
ไออีซีเดินหน้าเจรจาซื้อหุ้นBLISSเพิ่มหวังถือ40%ชี้ราคาอาจต่ำกว่า4.50บ.             
 


   
www resources

โฮมเพจ อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (ไออีซี)
โฮมเพจ บลิส-เทล จำกัด (มหาชน)

   
search resources

อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง, บมจ.
บลิส-เทล, บมจ.




ไออีซีเดินหน้าติดต่อซื้อหุ้นบลิสเทลเพิ่มจาก "AUDIOVOX CORPORATION" ผู้ถือหุ้นใหญ่จากสหรัฐ เพื่อให้ได้สัดส่วน 40% ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เผยราคาอาจต่ำกว่าที่ซื้อกับ 4 ผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม ระบุหลังจากควบรวมกันแล้วจะทำให้มีช็อปขายสินค้ามากกว่า 500-600 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าปีหน้าจะมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ต่ำกว่า 50%

แหล่งข่าวจากบริษัทบลิสเทล จำกัด (มหาชน) หรือ BLISS เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน)หรือ IEC ได้ดำเนินติดต่อกับ AUDIOVOX CORPORATION ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จากสหรัฐ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 13.04% เพื่อที่จะขอซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าว เพราะบริษัทไออีซีนั้นต้องการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทบลิสเทลเป็น 40% ตามเป้าหมาย หลังจากที่ได้เข้ามาซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นสิงคโปร์และผู้บริหารคนไทยได้แล้วจำนวน 24.35% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างไออีซีกับผู้ถือหุ้นจากสหรัฐว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

ทั้งนี้สาเหตุที่บริษัทไออีซีต้องการเข้ามาถือหุ้นในบริษัทบลิสเทลจำนวน 40% เพราะต้องการนำยอดขายของบริษัทบลิสเทล ซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อนำมาคำนวณรวมกับงบการเงินของบริษัทไออีซี โดยธุรกิจประเภทนี้แม้ว่ามาร์จิ้นจะไม่สูงมากนัก และในแง่ของยอดขายจะอยู่ในระดับที่สูงพอสมควร

"การที่ผู้บริหารคนไทยของบริษัทบลิสเทลยอมขายหุ้นให้กับบริษัทไออีซีนั้น มองว่าการควบรวมครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อบริษัทในระยะยาว เพราะเชื่อว่าหลังจากการร่วมมือทำธุรกิจร่วมกันแล้ว ผลประกอบการในอนาคตของทั้ง 2 น่าจะดีขึ้นและจะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทอีกด้วย ขณะนี้ในแง่ของการบริหารงานนั้นผู้บริหารของบริษัทบลิสเทล ก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด" แหล่งข่าวกล่าว

การที่บริษัทไออีซีเข้ามาถือหุ้นในบริษัทบลิสเทลนั้น จะเกิดประโยชน์ในแง่ของต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ลดลงประมาณ 25-30% รวมถึงสามารถส่งเสริมการดำเนินธุรกิจได้ และเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดทำหน่ายให้แก่สินค้า เนื่องจากบริษัท บลิสเทล มีร้านตามศูนย์การค้าต่างๆ และเคาเตอร์จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า เกือบ 300 แห่ง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 18% ซึ่งถ้ารวมกับของบริษัทไออีซีแล้วจะทำให้มีช่องทางการจำหน่ายประมาณ 500-600 แห่งทั่วประเทศ และบริษัทได้ตั้งเป้าว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดการขายโทรศัพท์มือถือในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 50%

นอกจากนี้ก็จะมีการรวมกันในแง่ของคลังสินค้าที่จะใช้ร่วมกันได้ในวันที่ 11 สิงหาคม 2549 คณะกรรมการบริษัทบลิสเทล จะมีการประชุมซึ่งคาดว่าจะมีวาระเกี่ยวกับกรณีที่บริษัทไออีซีเข้ามาถือหุ้นร่วมด้วย

ด้านแหล่งข่าวจากบมจ.อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง กล่าวถึงเรื่องการติดต่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BLISS จากสหรัฐว่า บริษัทได้มีการติดต่อมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการขายหุ้นที่ถืออยู่ให้กับบริษัท แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปเรื่องราคาหุ้นได้แต่ราคาที่จะเสนอซื้ออาจจะมากหรือน้อยกว่าราคาที่บริษัทซื้อจากผู้ถือหุ้น 4 รายของ BLISS ก่อนหน้านี้ที่ราคาหุ้นละ 4.50 บาทก็ได้

"ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคาที่เสนอซื้อ BLISS กับผู้ถือหุ้นที่อเมริกาอาจจะต่ำกว่าราคาที่เสนอซื้อกับ 4 ผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมแต่ตอนนี้ยังไม่มีการสรุปในเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการพูดคุยกันเท่านั้น" แหล่งข่าวกล่าว

อนึ่งก่อนหน้านี้บริษัทไออีซีได้เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทบลิสเทลจากบริษัท เน็ตเวิร์ค แมเนชเม้นท์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นจากสิงคโปร์จำนวน 35 ล้านหุ้น และจากผู้บริหารคนไทย 3 คน ประกอบด้วยนายอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ จำนวน 8.3 ล้านหุ้น, นางสาวจงกลณี เขมะจันตรี จำนวน 7.7 ล้านหุ้น และนางสาวประกายดาว เขมะจันตรี จำนวน 5 ล้านหุ้น โดยเข้ามาซื้อในราคาหุ้นละ 4.50 บาท จำนวนหุ้นทั้งหมด 56 ล้านหุ้น ซึ่งใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 252 ล้านบาท

สำหรับราคาวานนี้ (8 ส.ค.) หุ้นบริษัทไออีซีปิดที่ 2.76 บาท ลดลง 0.44 บาท หรือ 13.75% มูลค่าการซื้อขาย 782.87 ล้านบาท ขณะที่หุ้นบริษัทบลิสเทล ราคาปิด 4.60 บาท ลดลง 0.04 บาท หรือ 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 12.60 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us