|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริษัทวานนี้ (3 ส.ค.) ว่าที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติให้บริษัทเข้าไปซื้อหุ้น บริษัท บลิส-เทล จำกัด (มหาชน) หรือ BLISS จากผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 ราย รวมเป็นจำนวนหุ้น 56 ล้านหุ้น โดยซื้อในราคาหุ้นละ 4.50 บาท รวมมูลค่า 252 ล้านบาท
สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 รายประกอบด้วย NETWORK MANAGEMENT SOLUTIONS PTE. LTD. จำนวน 35 ล้านหุ้น, นายอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ จำนวน 8.3 ล้านหุ้น, นางสาวประกายดาว เขมะจันตรี จำนวน 5 ล้านหุ้น และนางสาวจงกลณี เขมะจันตรี จำนวน 7.7 ล้านหุ้น
ทั้งนี้ บริษัทจะมีการทำรายการในกระดานซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ส่งผลให้บริษัทไออีซี ถือหุ้นถือหุ้นใหญ่ของบริษัทบลิส-เทลเป็นจำนวน 24.35% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่มี 230 ล้านหุ้น โดยบริษัทมีแผนที่จะเข้าไปถือหุ้นในบริษัทบลิส-เทล ในสัดส่วน 40% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ถือหุ้นใหญ่
สำหรับในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ทางบริษัทไออีซีและบริษัทบลิส-เทล จะร่วมแถลงข่าวการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ และทิศทางการดำเนินงานต่อไป โดยยืนยันว่าหลังจาการซื้อขายหุ้น ผู้บริหารของบลิสเทลยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป
สำหรับการที่ผู้บริหารบริษัทบลิส-เทลยอมขายหุ้นให้กับไออีซี ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท ทั้งที่ทางบล.ซีมิโก้ได้มีการประเมินราคาหุ้นที่ 5.90 บาทต่อหุ้นนั้น เชื่อว่าการขายหุ้นดังกล่าวเป็นความพอใจของผู้ถือหุ้น ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ในราคาดังกล่าว และคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทในอนาคต ที่จะทำให้ทั้ง 2 บริษัท มีต้นทุนที่ลดลง เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องมีการแข่งขันกัน
นายสุมิท กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการยังได้อนุมัติให้บริษัทจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 21 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 1-2% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทไออีซี ให้กับผู้ถือหุ้นไทย 3 ราย ของบริษัทบลิส-เทล ที่มีการขายหุ้นให้กับบริษัท คือนายอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ นางสาวประกายดาว เขมะจันตรี และ นางสาวจงกลณี เขมะจันตรี ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท
“เรายืนยันว่ากระแสข่าวที่มีการออกมาในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นความจริงโดยธุรกิจหลักของบริษัทก็เป็นธุรกิจสื่อสารแต่ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้นยังไม่สามารถเปิดเผย” นายสุมิท กล่าวว่า
ดัชนีตลาดหุ้นทะลุ700จุด
ภาวะการลงทุนตลาดหุ้นไทยวานนี้ (3 ส.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งวันจากนักลงทุนมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน เหตุราคาน้ำมันมีการปรับตัวในระดับสูง เก็งกำไรผลประกอบการ ดันดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุ 700 จุด โดยปิดตลาดที่ 703.10 จุดเพิ่มขึ้น 9.01 จุดหรือเพิ่มขึ้น 1.30% ปรับตัวสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 705.50 จุด ปรับตัวต่ำสุดระหว่างวันที่ระดับ 696.43 จุด มูลค่าการซื้อขาย 19,956.22 ล้านบาท
การซื้อขายของนักลงทุนรายกลุ่มปรากฏว่านักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 2,212.27 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 856.98 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 3,069.25 ล้านบาท
นายแสงธรรม จรณชัยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย จากการที่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก็จะส่งผลดีกับตลาดหุ้นในแถบภูมิภาคเอเซีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่จะมีเม็ดเงินต่างประเทศไหลเข้ามา
นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ส่งผลดีต่อหุ้นพลังงาน ดังนั้นนักลงทุนจึงมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นดังกล่าว นอกจากนี้ก็มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารและหุ้นกลุ่มสื่อสารเช่นกัน
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (4 ส.ค.) จะต้องติดตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งหากตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมองแนวรับที่ระดับ 700 จุด แนวต้านที่ระดับ 710 จุด
นายชัย จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บล.พัฒนสิน จำกัด กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งวันจากนักลงทุนได้เข้ามาซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวอยู่ในระดับสูงที่ 75-76 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากความกังวลความไม่สงบในตะวันออกกลาง และจากการคาดการณ์พายุที่จะพัดผ่านในอ่าวแม็กซิโก รวมถึงนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการที่ได้ทยอยประกาศออกมา
นอกจากนี้ นักลงทุนได้มีการซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคาร จากที่คาดการณ์ว่าเฟดจะมีการยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารจะเป็นนักลงทุนต่างประเทศ จึงทำให้ปริมาณซื้อขายวันนี้มีความคึกคัก
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้คาดว่า จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อ และหากตลาดหุ้นต่างประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมถึงมีแรงเก็งกำไรผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยมองแนวรับที่ระดับ 696 จุด แนวต้านที่ระดับ 710 จุด
|
|
 |
|
|