|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ทนง"ปฏิเสธข่าว "พิชิต อัคราทิตย์" เอ็มดีบลจ.เอ็มเอฟซีผู้จัดร่วมกองทุนวายุภักษ์ 1 จะลาออกหากถูกบีบให้ซื้อหุ้น "ทหารไทย" ในราคา 2.80 บาท ระบุเรื่องอยู่ระหว่างสคร.ตกลงราคา-เงื่อนไขกับธนาคาร เผยผลการประชุมบอร์ดล่าสุดขายในราคาตลาดย้อนหลังเฉลี่ย 7 วัน พร้อมส่วนลด 7-25%
นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (MFC) ในฐานะผู้จัดการร่วมกองทุนวายุภักษ์ 1 จะลาออกหากถูกบีบให้ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) ในราคา 2.80 บาทว่า เป็นเรื่องที่เหลวไหล เพราะการซื้อหุ้นกับการดำรงตำแหน่งเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อยู่ระหว่างการตกลงเรื่องราคา และเงื่อนไขต่างๆ ในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนกับคณะกรรมการผู้ถือหุ้นของธนาคาร
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่ากองทุนวายุภักษ์ 1 ตั้งเงื่อนไขในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารทหารไทย โดยจะขอส่วนลดราคาหุ้น 20% ส่งผลให้ราคาหุ้นอยู่ที่ 2.80 บาทต่อหุ้นนั้น กระทรวงการคลังก็ไม่ได้ทำการติดต่อไปยังกองทุนวายุภักษ์ 1 อีกเลย แต่อย่างไรก็ตาม วานนี้ (31 ก.ค.) ได้มีการนัดประชุมคณะกรรมการผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคาร เพื่อทำการตกลงเรื่องการซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว โดยการเสนอราคาซื้อขายจะพิจารณาจากราคาในตลาดหลักทรัพย์ย้อนหลังเฉลี่ย 7 วันทำการ ซึ่งธนาคารเสนอราคาส่วนลดให้ 7-25% แต่ผู้เสนอซื้อต้องการได้รับราคาส่วนลดมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วน 4.75 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ 1,004 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนทั้งหมด 12,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้กำหนดแนวทางเลือกการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนธนาคารทหารไทย ทั้งหมด 2 แนวทาง คือ แนวทางแรก กระทรวงการคลังจะมอบสิทธิให้กองทุนวายุภักษ์ 1 ที่กระทรวงการคลังจัดตั้งขึ้นมา เป็นผู้ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวแทน แล้วจึงค่อยนำออกมาขายคืนให้กับกระทรวงการคลังในอนาคต
ส่วนแนวทางที่ 2 คือ กระทรวงการคลังจะต้องขายหุ้นในบริษัทบางตัวที่มีอยู่ เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารทหารไทยโดยตรง ซึ่งการใช้วิธีนี้จะต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อฐานะรายได้ของบริษัท
บอร์ด TMB อนุมัติขายหุ้นเพิ่มทุน3บ.
ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย เผยว่า วานนี้ (31 ก.ค.) คณะกรรมการบริหารพิจารณาวาระการเพิ่มทุนของธนาคาร ซึ่งเคยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2549 ว่าธนาคารจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 180 วันนับจากวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 โดยธนาคารได้เร่งดำเนินการตามมติที่ได้รับจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยพิจารณาความพร้อมของสภาวะตลาด และผู้ถือหุ้นรายใหญ่
“การเพิ่มทุนของธนาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นและความมั่นคงของธนาคาร ตลอดจนเพื่อสนองตอบการเจริญเติบโตของแผนธุรกิจที่วางไว้ เมื่อธนาคารเพิ่มทุนสำเร็จ ธนาคารจะมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ที่ระดับประมาณ 12% และเงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ระดับประมาณ 8.5% เทียบเท่ากับธนาคารพาณิชย์ชั้นนำอื่นๆ ตามเป้าหมายที่ธนาคารตั้งไว้ในการเพิ่มความแข็งแกร่งระยะยาวภายใต้เกณฑ์ Basel II ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะบังคับใช้ในอนาคต
โดยคณะกรรมการบริหารของธนาคารได้กำหนดให้วันที่ 21-25 สิงหาคม 2549 เป็นวันเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม โดยตั้งราคาที่เหมาะสมไว้ที่หุ้นละ 3 บาทเมื่อเทียบกับราคาหุ้นในตลาดปัจจุบัน price to book value และ price to earnings ratio แล้ว และมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นเดิมจะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้
ทั้งนี้ ตามมติที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 3,222,389,300 หุ้น จะจัดสรรเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งได้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญและผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ ที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 เมษายน 2549 ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ ในอัตรา 4.75 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ผู้ถือหุ้นเดิมรายใดประสงค์จะจองซื้อเกินสิทธิก็สามารถทำได้ตามกำหนดเวลาดังกล่าว และหากมีหุ้นเหลือจากการจองซื้อของผู้ถือหุ้นเดิม คณะกรรมการบริหารจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ (Private Placement) และก่อนหน้านี้ ธนาคารประสบความสำเร็จอย่างสูงในการระดมทุนด้วยการออกตราสารหนี้ด้อยสิทธิ์กึ่งทุน หรือไฮบริดบอนด์ ในวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่นักลงทุนต่างประเทศ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
|
|
 |
|
|