Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน26 กรกฎาคม 2549
บลจ.ทหารไทยลุ้น 2 กองอสังหาฯ เมเจอร์-CPN ระดมทุนไตรมาส4             
 


   
www resources

โฮมเพจ หลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย

   
search resources

ทหารไทย, บลจ.
Funds




บลจ.ทหารไทยวัดดวง 2 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฯ 'เมเจอร์ฯ-CPNRF' ที่จ่อคิวเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ เผย 'เมเจอร์ฯ' ต้องลดขนาดจากเดิมมองไว้ที่ 2.5-3 พันล้านบาท เนื่องจากต้องถอดเมเจอร์ปิ่นเกล้าออก เพราะเป็นพื้นที่เช่า ส่วนการขยายกองทุน CPNRF อีก 6 พันล้านบาท ยังรอการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต.

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนอสังหาริมทรัพย์ของเมเจอร์อาจจำเป็นต้องลดขนาดกองทุน จากเดิมที่มองไว้ 2.5-3 พันล้านบาท เนื่องจากทางบริษัทจำเป็นที่จะต้องถอดเมเจอร์ปิ่นเกล้าออกจากการเป็นสินทรัพย์ของกองทุน โดยจะนำเพียงเมเจอร์รังสิต และเมเจอร์รัชโยธินเข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุน โดยคาดว่ากองทุนดังกล่าวจะเสนอขายหน่วยลงทุนไม่เกินต้นไตรมาส 4 ของปีนี้

"สาเหตุที่ต้องลดไซส์กองทุนอสังหาริมทรัพย์ของเมเจอร์ฯ เพราะสินทรัพย์ของกองทุนเหลือเพียง 2 แห่งคือ เมเจอร์รังสิต และรัชโยธินโดยถอดเมเจอร์ปิ่นเกล้าออก เพราะไม่ใช่ของเมเจอร์เป็นพื้นที่เช่าจึงอาจเป็นอุปสรรคในการบริหารงานในอนาคต" นางโชติกากล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์ CPNRF นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของ CPN ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และขออนุมัติจากผู้ถือหน่วย โดยจะขยายกองเพิ่มอีก 6 พันล้านบาท โดยสินทรัพย์ที่จะนำเข้ามาบริหารคือ ดิ ออฟฟิศ ออฟ เซ็นทรัล และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซึ่งคาดว่ากองทุนดังกล่าวจะเสนอขายหน่วยลงทุนดังกล่าวในช่วงต้นไตรมาส 4 เช่นกัน ทั้งนี้ หากทางสำนักงาน ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยอนุมัติ ให้ขยายหน่วยลงทุน ทาง CPN และบลจ.ทหารไทยจะต้องเดินทางไปนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนต่างประเทศ (โรดโชว์)

นางโชติกากล่าวว่า บริษัทเตรียมเงิน 24 ล้านบาท ลงทุนระบบและจ้างบุคลากรเพื่อทำคอลล์ เซ็นเตอร์ เพื่อให้บริการแก่ผู้ถือหน่วยของบริษัทโดยคอลล์ เซ็นเตอร์ดังกล่าวจะแตกต่างกับคอลล์ เซ็นเตอร์ทั่วไป คือ ผู้ถือหน่วยสามารถสั่งทำรายการซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านคอลล์ เซ็นเตอร์ โดยพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ของบริษัท จะต้องมีใบอนุญาต (ไลเซนส์) ประกอบธุรกิจขายหน่วยลงทุนด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการระบบคอลล์ เซ็นเตอร์ได้ในเดือน ก.ย. 2549

"เราคาดหวังว่าผู้ถือหน่วยจะได้รับบริการที่ดี และสะดวกมากขึ้น และเมื่อผู้ถือหน่วยแฮปปี้กับบริการนี้ ก็จะบอกต่อกับคนอื่นๆ ซึ่งน่าจะช่วยให้มีคนสนใจและถือหน่วยลงทุนของทหารไทยมากขึ้นโดยปัจจุบันทหารไทย มีผู้ลงทุนมาเปิดบัญชีถือหน่วย 40,000 บัญชี โดยตั้งเป้าสิ้นปีจำนวนเพิ่มเป็น 50,000 บัญชี" นางโชติกา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 มีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้ามาใน บลจ.ทหารไทย 21,000 ล้านบาท และมีเม็ดเงินไหลออกจากกองทุนหุ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ในช่วงระยะหลังที่ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเม็ดเงินเริ่มไหลกลับเข้ามา แต่ก็ยังติดลบอยู่ประมาณ 300-400 ล้านบาท

ทั้งนี้ เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังเม็ดเงินน่าจะไหลกลับเข้ามากองทุนหุ้นมากขึ้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us