|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ผู้บริหาร "PA" ยอมรับผู้ถือหุ้นได้รับการทาบทามขอซื้อหุ้นจาก "ดุสิตธานี" เพียงแต่ยังไม่มีข้อสรุป ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงปิดเท่ากับวันก่อนที่ 7.70 บาท หลังจากที่ขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 8.60 บาท ด้าน "ดุสิตธานี" แจงเป็นเพียงการเจรจาเบื้องต้นกับผู้ถือหุ้นเท่านั้น ต้องรอผลสรุปและมติบอร์ดอีกครั้ง ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเข้าไปตรวจสอบข้อมูลซื้อขายย้อนหลังและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับราคาหุ้น PA ปรับตัวเพิ่มขึ้น
วานนี้ (24 ก.ค.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ขึ้นเครื่องหมาย "H" หยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC และบริษัท แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PA ตั้งแต่การซื้อขายภาคเช้า เนื่องจากมีข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการของทั้ง 2 บริษัท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัททั้ง 2 แห่งเป็นการชั่วคราว จนกว่าบริษัทจะแจ้งรายละเอียดการควบรวมต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
ต่อมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปลดเครื่องหมาย "H" และอนุญาตให้ PA เริ่มซื้อขายได้ตั้งแต่การซื้อขายในช่วงบ่ายเป็นต้นไป หลังจากที่บริษัทได้ชี้แจงข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง PA และ DTC เรียบร้อยแล้ว และตลาดหลักทรัพย์ฯ เองได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างทั่วถึง ขณะที่ DTC ไม่ได้มีการชี้แจงเพิ่มเติม ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้ประกาศขึ้นเครื่องหมาย "SP" ห้ามการซื้อขายตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป
นายเถาถวัลย์ ศุภวานิช กรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PA กล่าวว่า หลังจากการกระแสข่าวว่า DTC จะเข้าซื้อหุ้น PA เกินกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน และมีการทำ Due Diligence นั้น บริษัทได้สอบถามไปยังที่ DTC และได้รับการชี้แจงว่า DTC มีโครงการที่จะลงทุนหลายโครงการ รวมทั้งได้มีการเจรจาในเบื้องต้นกับผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของ PA เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวด้วย แต่ในขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนใดๆ ทั้งสิ้น
"บริษัทเพิ่งได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว และไม่ทราบข้อเท็จจริงอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากบริษัทได้รับทราบความคืบหน้าเรื่องการซื้อขายหุ้นเพิ่มเติม บริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และนักลงทุนได้ทราบโดยทั่วกัน"
นางสินี เธียรประสิทธิ์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC กล่าวว่า บริษัทได้มีการเจรจาเบื้องต้นกับผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งของบมจ.แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนใดๆ ทั้งสิ้นว่าบริษัทจะเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้นบริษัทจึงไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนทั่วไป แต่หากจะมีการทำธุรกิจดังกล่าว รวมทั้งที่ประชุมคณะกรรมการ DTC มีมติชัดเจนให้ดำเนินการอย่างไร บริษัทจะชี้แจงในโอกาสต่อไป
นายสุทธิชัย จิตรวานิช รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในเรื่องของปริมาณการซื้อขายและราคาหุ้น PA ในช่วงที่ผ่านมา และจะเข้าไปดูถึงกลุ่มบุคคลที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นของราคาหุ้น PA ว่ามีการปรับตัวขึ้นอย่างผิดปกติ มีการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขาย หรือเข้าข่ายการสร้างราคาหุ้นหรือไม่
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น PA วานนี้ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เปิดการซื้อขาย โดยขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 8.60 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนถึง 0.90 บาท แต่หลังจากที่ผู้บริหารได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ แต่ยังไม่มีความชัดเจน ราคาหุ้นจึงได้รับปรับลดลง และต่ำสุดที่ 7.60 บาท ก่อนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาปิดเท่ากับราคาปิดครั้งก่อนที่ 7.70 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 46.30 ล้านบาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กล่าวให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ราคาหุ้น PA ปรับลดลงหลังจากที่ได้ขึ้นไปทดสอบที่ราคาสูงสุด 8.60 บาท เนื่องจากนักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นทิ้ง จากข้อมูลการควบรวมกิจการกับ DTC ยังไม่มีความชัดเจน โดยเป็นแค่การเจรจาระหว่างผู้บริหาร DTC กับผู้ถือหุ้น PA รายหนึ่งเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ได้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้น PA เนื่องจากราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้นค่อนข้างหวือหวาติดต่อกันหลายวันแล้ว รวมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นไม่ได้มีปัจจัยพื้นฐานหรือนัยสำคัญมาสนับสนุน ทั้งนี้ได้ให้แนวรับไว้ที่ 7.00 บาท และแนวต้านที่ 8.00 บาท
|
|
 |
|
|