Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 กรกฎาคม 2549
แอร์เอเชียจุกพิษน้ำมันกำไรวูบ             
 


   
www resources

โฮมเพจ แอร์เอเชีย

   
search resources

ไทยแอร์เอเชีย, บจก.
Low Cost Airline




"แอร์เอเชีย" จุก พิษน้ำมันทำยอดกำไรวูบ ลดเหลือ 2-3% ของรายได้ ปากแข็งยังไม่รีบปรับขึ้นราคาตั๋ว หรือค่าธรรมเนียมน้ำมัน ขอรอดูสายการบินรุ่นใหญ่ก่อน ขณะที่ความคืบหน้าการขอสร้างโลว์คอสต์เทอร์มินัล หลังการท่าอากาศยานไฟเขียวแล้ว เล็งเสนอขอลดอัตราค่าบริการในสนามบิน ระบุประเทศอื่นๆ ก็แยกเก็บคนละอัตรา

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) แอร์เอเชีย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ แล้ว โดยคาดว่าถึงสิ้นปีนี้สัดส่วนกำไรจากการประกอบธุรกิจจะลดลงเหลือเพียง 2-3% ของรายได้ ซึ่งปกติแล้วธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ จะมีสัดส่วนกำไรอยู่ที่ประมาณ 10% ของรายได้ ซึ่งในปีนี้ ในส่วนของจำนวนการขนส่งผู้โดยสารตลอดทั้งปี มั่นใจว่าจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 3 ล้านคน มีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของผลกำไรต้องลดลงอย่างแน่นอน แต่ไม่ถึงกับขาดทุน โดยในปีก่อน แอร์เอเชียขนส่งผู้โดยสารรวมทั้งปีที่ 1.8 ล้านคน มีรายได้ 2,400 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา สายการบินโลว์คอสต์รวม 3 สาย ได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันไปแล้วอีก 100 บาท ทำให้ ณ วันนี้ ผู้โดยสารในประเทศต้องจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำมันในราคา 400 บาทต่อที่นั่ง และในเส้นทางต่างประเทศ 600 บาทต่อที่นั่ง แต่เมื่อน้ำมันเชื้อเพลิงปรับราคาขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องถึงวันนี้มีราคาเกือบ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ทำให้ต้นทุนน้ำมันที่ใช้สำหรับการบินของแอร์เอเชียเพิ่มขึ้นอีกราว 12% นับจากวันที่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันครั้งล่าสุด

ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ จึงได้มีการหารือร่วมกันของ 3 สายการบินโลว์คอสต์ คือ แอร์เอเชีย นกแอร์ และวันทูโก ที่จะมีการปรับขึ้นราคา โดยมองว่า หากต้องปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันไปเรื่อยๆ สักวันคงมีราคามากกว่าค่าตั๋วโดยสาร ดังนั้นก็จะต้องพิจารณาดูก่อนว่า จะขึ้นค่าตั๋วเครื่องบิน หรือค่าธรรมเนียมน้ำมัน รวมถึงดูท่าทีของสายการบินใหญ่ๆ ด้วย ซึ่งในส่วนของแอร์เอเชียไม่ได้รีบร้อน เพราะ ณ ขณะนี้ บริษัทก็ยังมีกำไรอยู่บ้างแม้เพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการย้ายสนามบินไปสุวรรณภูมิ ล่าสุดทางกรมขนส่งทางอากาศ และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ยินยอมที่จะสร้าง โลว์คอสต์ เทอร์มินัล แล้ว โดยขณะนี้ต่อไป ทั้ง 3 สายการบินโลว์คอสต์ก็จะเป็นฝ่ายรวบรวมข้อมูลไปให้แก่การท่าอากาศยานเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องของจำนวนการขนส่งผู้โดยสารต่อปี เพื่อไปประกอบการกำหนดพื้นที่และขนาดของอาคาร โดยจากข้อมูลที่ส่งไปแล้ว ระบุว่า ในปีนี้ 3 สายการบินโลว์คอสต์น่าจะขนส่งผู้โดยสารได้รวมประมาณ 5 ล้านคน แบ่งเป็น แอร์เอเชีย 3 ล้านคน นกแอร์ 1 ล้านคน และ วันทูโก 1 ล้านคน ซึ่งปีหน้าจะเพิ่มเป็น 7 ล้านคน และเพิ่มเป็น 10 ล้านคนในปีต่อไป

ขณะเดียวกันในส่วนของค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่จะต้องเสียให้แก่สนามบิน รวมถึงค่าแลนด์ดิ้ง ก็ต้องเรียกเก็บกับสายการบินโลว์คอสต์ในสัดส่วนที่ลดหลั่นลงมา เช่น ในประเทศสิงคโปร์ ในส่วนของ โลว์คอสต์ เทอร์มินัล เขาเก็บค่าภาษีสนามบิน ที่อัตรา 7 เหรียญสหรัฐต่อคน ส่วนสายการบินปกติเขาจะเก็บที่อัตรา 13 เหรียญสหรัฐต่อคน ซึ่งตรงนี้จะช่วยเรื่องต้นทุนให้แก่ธุรกิจโลว์คอสต์ได้มาก

นายทัศพลกล่าวอีกว่า แผนดำเนินธุรกิจของบริษัท ล่าสุดได้เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพ-ย่างกุ้ง เริ่มบินในวันที่ 16 ส.ค.49 นี้ วันละ 1 เที่ยวบิน คาดว่าเบื้องต้นจะสามารถขนผู้โดยสารต่อเที่ยวได้มากถึง 80-89% อย่างแน่นอน เนื่องจากแอร์เอเชียเล็งเห็นศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ซึ่งเป็นอีกเดสสิเนชั่นหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางเข้าไป หลังจากที่มาหยุดพักเที่ยวที่เมืองไทยแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มแบคแพกเกอร์และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน เพื่อตอกย้ำนโยบายการรุกตลาดอินโดจีน บริษัทยังได้เร่งเจรจากับอีกหลายเมืองท่องเที่ยวสำคัญเพื่อจะเตรียมเปิดเส้นทางใหม่ อาทิ เวียงจันทร์ โฮจิมินทร์ และ มัณฑาเลย์ โดยทั้งหมดที่กล่าวมา น่าจะทยอยเปิดได้ตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป ส่วนเส้นทางที่เปิดไปแล้วเมื่อตอนต้นปี ได้แก่ พนมเปญ และ ฮานอย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us