เมื่อปีที่แล้ว ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เลือกบริษัทไมโครเนติค จำกัด
ให้เป็นผู้วางระบบซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการปิดฉากการซื้อขายด้วยวิธีเคาะกระดานสู่จออิเล็กทรอนิกส์
และด้วยการเป็นผู้วางรากฐานให้กับระบบดังกล่าวนี่เอง ทำให้ไมโครเนติคกลายเป็นผู้วางระบบซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับบริษัทค้าหลักทรัพย์อีกเป็นจำนวนมาก
ตรงนี้เองที่เป็นข้อต่อสำคัญของการเป็นพันธมิตรกันระหว่างไมโครเนติคและบริษัทบริการข้อมูลผู้จัดการจำกัด
หรือเอ็มไอเอสในปัจจุบัน
ล่าสุดไมโครเนติคมีฐานลูกค้าที่เป็นโบรกเกอร์ค้าหลักทรัพย์ ที่บริษัทเป็นผู้วางระบบคอมพิวเตอร์สำหรับซื้อขายหลักทรัพย์ให้จำนวน
35 รายจากที่มีอยู่ทั้งหมด 56 ราย
ขณะที่ไมโครเนติคเป็นผู้วางระบบ เอ็มไอเอสเป็นเจ้าของข้อมูลมหาศาล การร่วมมือกันจึงเกิดขึ้น
การเซ็นสัญญาระหว่าง 2 บริษัทเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้อมูล
"ไฟแนนเชียลเดย์ออนไลน์" นับเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่ง
วิรัตน์ แสงทองคำ กรรมการผู้จัดการเอ็มไอเอสอธิบายว่า ยุทธวิธีของเอ็มไอเอสครั้งนี้เหมือน
"มุดมุ้ง" เข้าหาลูกค้าโดยตรงเลย
กล่าวง่าย ๆ ก็คือ ข้อมูล "ไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์" ของเอ็มไอเอสจะเข้าไปปรากฎบนจอของโบรกเกอร์ที่ไมโครเนติควางระบบไว้ให้ก่อนหน้านั้นแล้ว
โบรกเกอร์ที่ใช้บริการของไมโครเนติคอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อจอคอมพิวเตอร์เพิ่มไม่ต้องติดตั้งวางระบบใหม่เอ็มไอเอสก็เข้าทางลัด
ไม่ต้องสร้างทีมการตลาด ไม่ต้องสร้างทีมซ่อมบำรุง เพราะไมโครเนติคมีทีมรับผิดชอบอยู่แล้ว
ลูกค้าเพียงจ่ายเงินเพิ่มหากต้องการข้อมูล "ไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์"
เท่านั้น
ทางลัดที่วิรัตน์เรียกว่า "มุดมุ้ง" นี้เองเป็นยุทธวิธีการตลาดที่รวดเร็วและทำให้
"ไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์" เกิดในตลาดนี้แน่นอน
เพราะที่ผ่านมา โบรกเกอร์หรือลูกค้าทั่วไปจะต้องมีจอคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งสำหรับสั่งซื้อสั่งขาย
มีอีกจอหนึ่งสำหรับดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจ มีอีกจอสำหรับดูข่าวเรียลไทม์
และมีอีกหลายจอเพื่อดูข่าวและข้อมูลอื่น ๆ ตามบริการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เรียกว่ามีจอคอมพิวเตอร์รอบตัวไปหมด
หากต้องการข่าวข้อมูลหลาย ๆ ด้าน
"ต่อไปนี้ คุณมีคอมพิวเตอร์เพียงจอเดียว ก็ได้ทุกอย่าง" วิรัตน์ยืนยัน
วิธีที่เอ็มไอเอสนำมาใช้เพื่อรองรับกับวิธีการดังกล่าวคือ การพัฒนาซอฟต์แวร์ข้อมูลบนระบบปฏิบัติการวินโดว์
ซึ่งเป็นโปรแกรมระบบที่จะทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกในการเรียกดูข้อมูลประเภทต่าง
ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน
ขณะที่เอ็มไอเอสจะได้แจ้งเกิดในตลาดข้อมูลออนไลน์ ไมโครเนติคก็จะเข้าสู่ยุคการขยายตัวอีกครั้ง
โดยเครื่องมือทางการตลาดใหม่ในการหาลูกค้า นั่นคือ วางระบบคอมพิวเตอร์พร้อมบริการข้อมูลไปด้วย
เรียกว่า ขายเครื่องพ่วงข้อมูลออนไลน์เสร็จสรรพ
สำหรับข้อมูล "ไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์" ที่จะขายผ่านจอนั้น วิรัตน์อธิบายว่าในช่วงต้นอาจจะมีประมาณ
7 รายการ เช่น ข่าวและข้อมูลเรียลไทม์ ซึ่งสามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้
การวิเคราะห์เกี่ยวกับบริษัท และอุตสาหกรรมสาขาต่าง ๆ เป็นการวิเคราะห์จากเอ็มไอเอสและสถาบันวิจัย
ข้อมูลสถิติทางเศรษฐกิจ ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ข้อมูลการสำรวจทางธุรกิจการจัดผลการลงทุน
ข้อมูลเหล่านี้จะนำมาจากคลังข้อมูลของเอ็มไอเอสที่สะสมไว้ ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลเดย์
รวมทั้งบริษัทไมโครเนติค ซึ่งมีฐานข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว อาทิ
งบการเงินของ ข้อมูลสถิติ ที่เอ็มไอเอส ได้นำมาจัดให้เป็นระบบมาตรฐาน
ที่สำคัญคือ บริการของไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์จะเป็นระบบอินเตอร์แอคทีฟ
ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลได้ตามที่ต้องการ ในขณะที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่
จะให้บริการส่งข้อมูลได้ทางเดียว หรือบางรายสามารถให้บริการแบบอินเตอร์แอคทีฟได้บ้าง
แต่ข้อมูลไม่ลึกพอ
ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือ การจะต้องมีฐานข้อมูลที่ลึกมากที่สุด
วิรัตน์ยืนยันว่า ข้อมูลของไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์จะดูย้อนหลังไปได้ถึง 5
ปี
"ขณะที่คุณดูราคาหุ้นในหน้าต่างแรก อีกหน้าหนึ่งในจอเดียวกันนั่นเอง
คุณก็สามารถคีย์ดูข่าวหรือดูข้อมูลบริษัทย้อนหลังไปพร้อม ๆ กัน" วิรัตน์อธิบาย
ในแง่ของลูกค้านั้นที่วิรัตน์มองไว้จะมาจากโบรกเกอร์ 29 ราย ซึ่งใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของไมโครเนติคอยู่แล้ว
โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะมีคอมพิวเตอร์ใช้งาน 2,000-3,000 เครื่อง ซึ่งจะสามารถใช้บริการไฟแนนเชียลเดย์ออนไลน์ได้ทันที
โดยไม่ต้องตั้งระบบคอมพิวเตอร์ใหม่
ส่วนค่าบริการนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะมีทั้งเก็บเป็นนาที (แอร์ไทม์)
และเก็บเหมาเป็นรายเดือนโดยค่าบริการที่ได้จะนำมาแบ่งกันระหว่าง เอ็มไอเอส
และไมโครเนติค
อย่างไรก็ตามวิรัตน์ยืนยันว่า จะไม่ผูกติดกับไมโครเนติคเพียงรายเดียว แต่จะร่วมมือกับพันธมิตรอื่น
ๆ ในลักษณะเดียวกัน เพราะลูกค้าเป้าหมายของบริการนี้ จะเป็นองค์กร หรือสถาบันการเงินต่าง
ๆ ที่ยังมีตลาดอีกมาก
สำหรับซอฟต์แวร์ของบริการไฟแนนเชียลเดย์ออนไลน์ ที่เป็นต้นแบบ (PROTOTYPE)
กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จทันให้บริการได้ภายในช่วงต้นเดือนมกราคม
และเมื่อไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์ เผยโฉมออกมา เขาก็คาดว่าจะขึ้นเป็นอันดับ
1 ของผู้ให้บริการออนไลน์ ได้ในเวลา 6 เดือนที่เปิดให้บริการ
ซึ่งเวลาเท่านั้น จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไฟแนนเชียลเดย์ ออนไลน์ และบริษัทบริการข้อมูลผู้จัดการ
รวมทั้งไมโครเนติคจะแจ้งเกิดในตลาดออนไลน์ข้อมูลได้หรือไม่ !