Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน20 กรกฎาคม 2549
KPN หันเน้นส่งออกชิ้นส่วนดึงยักษ์ขนส่งเบอร์ 7 โลกร่วม             
 


   
www resources

โฮมเพจ เคพีเอ็น กรุ๊ป จำกัด

   
search resources

เคพีเอ็น กรุ๊ป, บจก.
Automotive
Logistics & Supply Chain




กลุ่ม “เคพีเอ็น” ปรับแผนธุรกิจในส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ หันเน้นส่งออกหลบปัจจัยเสี่ยงการเมือง-เศรษฐกิจในไทย เพิ่มสัดส่วนเป็น 40% จากปัจจุบัน 20% ล่าสุดคว้าออเดอร์ส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ทั่วโลก มูลค่า 300 ล้านบาทต่อปี แถมได้บิ๊กล็อตจากค่ายรถบิ๊กทรี มูลค่า 150 ล้านบาทต่อปี ขณะที่บริษัทลอจิสติกส์ในเครือเคพีเอ็นเนื้อหอม ยักษ์ใหญ่อันดับ 7 ของโลกจากออสเตรเลีย “ทูลล์ ลอจิสติกส์” โดดเข้ามาถือหุ้น มั่นใจผลประกอบการในกลุ่มยานยนต์ปีนี้พุ่ง 3,300 ล้านบาท จากปีที่แล้วทำได้ 2,400 ล้านบาท

นายกฤษณ์ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเคพีเอ็น เปิดเผยว่า ธุรกิจของเคพีเอ็นในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ มีทิศทางการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มียอดสั่งซื้อชิ้นส่วนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป ที่จะเริ่มมีการับรับรู้รายได้จากการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ ไปให้กับลูกค้ารายใหม่จากหลายประเทศทั่วโลก

“ปัจจุบันเคพีเอ็นมีสัดสวนการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ประมาณ 20% แต่เนื่องจากปัจจัยความผันผวนต่างๆ ภายในประเทศ และโดยเฉพาะวัตถุดิบที่เป็นเหล็ก ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้เราต้องปรับสัดส่วนการส่งออกเป็น 40% ใกล้เคียงกับตลาดในประเทศ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางบัญชี และเกิดผลดีกับประเทศ”

ทั้งนี้สำหรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่เข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คือ บริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ จำกัด (มหาชน) ได้รับงานจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกา, ยุโรปตอนเหนือ, อินเดีย และจีน สั่งซื้อชิ้นส่วนเหล็กทุบขึ้นรูปและแมชชีนนิ่ง มีมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี โดยได้เริ่มส่งชิ้นส่วนไปแล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และบริษัท เคพีเอ็น พลาสติก จำกัด (มหาชน) ได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของอเมริกา มูลค่าประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้บริษัท เคพีเอ็น เอสที ลอจิสติกส์ จำกัด ได้รับแจ้งจากหุ้นส่วนสิงคโปร์ ถึงการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท ทูลล์ ลอจิสติกส์ (ประเทศออสเตรเลีย) จำกัด บริษัทลอจิสติกส์รายใหญ่อันดับ 7 ของโลก เข้ามาถือหุ้นในส่วนของผู้ถือหุ้นจากสิงคโปร์ ทำให้เกิดผลดีกับเคพีเอ็น เอสที ลอจิสติกส์ ในการเพิ่มฐานลูกค้า โดยคาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 3 เท่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

นายวันชัย คหะแก้ว กรรมการผู้จัดการ กลุ่มเคพีเอ็นออโมทีฟ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ จำกัด(มหาชน), บริษัท เคพีเอ็น พลาสติก จำกัด (มหาชน) และบริษัท เคพีเอ็น เอสที ลอจิสติกส์ จำกัด เปิดเผย “ผู้จัดการรายวัน” ว่า แม้ขณะนี้ปัจจัยลบภายในประเทศ จะส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่กลุ่มเคพีเอ็นได้มีการปรับบทบาทหันไปเน้นตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของเคพีเอ็นปีนี้ จะรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้

“ผลจากขยายตลาดส่งออกมากขึ้น และได้ร่วมลงทุนกับบริษัทต่างชาติรายใหญ่ระดับโลก ทำให้มั่นใจว่าภายในสิ้นปีนี้ รายได้ของเคพีเอ็นในส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 3,300 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา ซึ่งทำได้กว่า 2,400 ล้านบาท”

โดยเฉพาะบริษัทเคพีเอ็นออโตโมทีฟ ที่มียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศมีมากขึ้นเรื่อยๆ และส่วนใหญ่เป็นบริษัทรถยนต์รายใหญ่ของโลก อย่างคำสั่งซื้อล่าสุดมาจากบริษัทเดมเลอร์ไครสเลอร์ ที่สั่งชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อน รวมถึงบริษัทรถยนต์ในยุโรป ทำให้มั่นใจว่าปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,300 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาทำได้ 1,100 ล้านบาท

ส่วนบริษัทเคพีเอ็นพลาสติก แม้จะเน้นตลาดภายในประเทศเป็นหลัก และลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีลูกค้ารายใหญ่ คือ ยามาฮ่า และฮอนด้า ซึ่งปัจจุบันตลาดรถจักรยานยนต์ยังไปได้ดี ทำให้ปีนี้คาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 850 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ประมาณ 750 ล้านบาท และจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนประกอบรถเอสยูวี 1 ใน 3 ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่มีมูลค่าคำสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้า ส่งผลให้รายได้ปี 2550 น่าจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท

สำหรับการเข้ามาถือหุ้นของบริษัท ทูลล์ โลจิสติกส์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทโลจิสติกส์อันดับ 7 ของโลก ในสัดส่วนของผู้ถือหุ้นจากสิงคโปร์ ที่มีหุ้น 46% ในบริษัท เคพีเอ็น เอสที ลอจิสติกส์ (กลุ่มเคพีเอ็นถือหุ้นใหญ่ 54%) เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งในแง่การขยายฐานลูกค้า และเทคโนโลยีที่จะได้รับจากทูลล์ฯ เฉพาะปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 800 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว ซึ่งทำได้ 600 ล้านบาท

อนึ่งกลุ่มเคพีเอ็น แบ่งงานบริการบริหารงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ คือ กลุ่มธุรกิจยานยนต์ (เคพีเอ็นออโตโมทีฟ), กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์, กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจอินเวสต์เมนต์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us