|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กลุ่มเรดิสันจับเทรนด์ตลาดนักท่องเที่ยว ชื่นชอบวิถีชีวิตไทย อัด 300 ล้านบาท ผุดโครงการที่พัก “ไทยวิลเลจ” ย่านหุบกระพง ใกล้ชะอำ หวังจับลูกค้ากลุ่มยุโรป และ ลองสเตย์ พร้อมเตรียมแผนปรับโครงสร้างองค์กร รวบส่วนการตลาดและการขายไว้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อความคล่องตัวของการทำงาน เผยพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โลว์ซีซั่นปีนี้ทะลุเป้า
นายวัฒนา ภราดรชัย รองประธานกรรมการ กลุ่มโรงแรมเรดิสัน พระราม9 เปิดเผยว่า ในสิ้นปีนี้บริษัทฯมีแผนลงทุนสร้างโรงแรมเพิ่มอีก 1 โครงการ บริเวณ หุบกระพง จังหวัดเพชรบุรี ใช้ชื่อโครงการว่า “ไทย วิลเลจ” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างโครงการเบื้องต้น ประมาณ 300 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและก่อสร้างอาคารพักอาศัยของพนักงานของโรงแรม ส่วนตัววิลเลจจะเริ่มก่อสร้างในต้นปี 2550 คาดว่าอีก 2 ปี จะเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ โดยลูกค้าเป้าหมายหลักคือ ยุโรปและกลุ่มลองสเตย์
ทั้งนี้คอนเซปต์ของโครงการนี้ จะสร้างที่พักเป็นวิลเลจ ประมาณ 20 หลัง โดยการตกแต่งและออกแบบโครงการ เน้นนำเสนอวิถีชีวิตไทย เช่น วิลเลจ ก็จะออกแบบคล้ายกระท่อม โดยรอบโครงการจะมีทุ่งนาและการแสดงต่างๆอาทิ การไถนา เกี่ยวข้าว มีลำคลอง บึง แสดงการทอดแห ตกปลา ตลอดจนการละเล่นแบบไทยๆ ตามวิถีชีวิตของคนไทย
“เรามองว่าปัจจุบันเทรนด์ของนักท่องเที่ยวได้ขยายวงกว้างออกไป จากแหล่งท่องเที่ยวทะเลและภูเขา โดยหันมาสนใจการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ นอกจากจะตกแต่งสภาพแวดล้อมให้ดูเป็นวิถีชีวิตคนไทยแล้ว เราก็ไม่ลืมเรื่องความสะดวกสบาย และความปลอดภัยของผู้พักอาศัยด้วย”
อย่างไรก็ตาม โครงการไทยวิลเลจดังกล่าว จะช่วยให้เรดิสันมีบริการให้แก่ลูกค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งโครงการนี้จะอยู่ห่างจากโครงการโรงแรม แกรนด์ แปซิฟิก เซอเวอร์เรน รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ตั้งอยู่ริมชายหาดชะอำเพียง 4-5 กิโลเมตร โดยขณะนี้การสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าไฮซีซั่นนี้จะเปิดให้บริการได้แน่นอน โดยฝ่ายขายเริ่มนำสินค้าออกไปทำตลาดกับเอเย่นต์ในต่างประเทศแล้ว ซึ่งลูกค้าที่เข้าพักของโรงแรมของบริษัทฯทั้ง 2 แห่งดังกล่าว สามารถใช้บริการต่างๆของทางโรมแรมร่วมกันได้ เช่น ชายหาด สระว่ายน้ำ หรือกิจกรรมการนำชมวิถีชีวิตชุมชนและการละเล่นไทย โดยจะมีรถรับ-ส่ง ไว้คอยบริการ
นายวัฒนา กล่าวอีกว่า จากการขยายธุรกิจของกลุ่มโรงแรมเรดิสัน คาดว่าในอีก 1-2 ปี บริษัทฯจะมีโรงแรมสำหรับให้บริการลูกค้า รวม 4 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเรดิสัน พระราม 9 โรงแรมคลาสิคเพลส ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โรงแรมแกรนด์ แปซิฟิก เซอเวอร์เรน รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โครงการ ไทยวิลเลจ ดังนั้นเราจึงเตรียมวางแผนปรับโครงสร้างองค์กร โดยจะรวมแผนกการตลาดเข้าเป็นหนึ่งเดียว หรือ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เซล เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการทำงานและการนำเสนอสินค้าได้หลายหลายให้แก่ลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของโรงแรมเรดิสันปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเกินเป้าหมาย ทั้งนี้เพราะในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นโลว์ซีซั่น แต่ปีนี้ เนื่องในวโรกาสพิเศษที่ประเทศไทยจัดงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักในโรงแรมเพิ่มขึ้น โดยเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนจัดงาน โรงแรมเรดิสันมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 75% จากทุกปีที่ผ่านมาช่วงเวลานี้จะมีอัตราเข้าพักประมาร 65-70% เท่านั้น
นอกจากนั้นภาพของพระราชอาคันตุกะที่เสด็จมาร่วมงานพระราชพิธี ยังส่งผลในด้านความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในประเทศที่พระมหากษัตริย์ ของเขาได้เสด็จมา เช่น ประเทศญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ทำให้ยอดจองห้องพักตลอดไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นราว 5-10% ส่วนไตรมาส 4 ปีนี้ ยังคงคึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ดังนั้นภาพรวมของโรงแรมเรดิสันปีนี้คาดว่าจะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 85% มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าได้ 80% ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯเติมโตไม่น้อยกว่า 10%
|
|
 |
|
|