|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์เชื่อภาพรวมวงการโฆษณาปีนี้ไม่เติบโต เชื่อไตรมาสสุดท้ายของปีอาการน่าเป็นห่วง เหตุลูกค้าที่รายได้วูบจะลดงบโฆษณาลง ระบุครึ่งปีแรกธุรกิจมือถือ,อสังหาฯและเครื่องดื่มให้พลังงานลดงบโฆษณาลง ส่วนกลุ่มสกินแคร์ใช้งบมากขึ้น เผยบอลโลกช่วยให้วงการโฆษณาดีขึ้นทุกครั้งที่จัด ด้านโอกิลวี่ฯไม่หวั่นเศรษฐกิจและการเมืองพร้อมโตสวนกระแสกว่า 10% ชี้ความไม่แน่นอนของการเมืองให้ทั้งผลดีและผลร้าย ล่าสุดประกาศศักดาคว้า 4 รางวัลที่คานส์
นางพรรณี ชัยกุล รองประธานกลุ่มบริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งปีนี้มองว่าจะไม่เติบโตหรือโตเท่าเดิมที่ประมาณ 5% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเมืองที่ยังไม่มั่นคง ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีหลังของอุตสาหกรรมโฆษณามองว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายน่าเป็นห่วง เพราะลูกค้าที่มียอดรายได้ไม่ดีจะมีการตัดงบโฆษณาลงในช่วงนี้
ทั้งนี้ตลาดโฆษณาในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาจากข้อมูลเอซีนีลเส็นพบว่ามีอัตราการโต 4% โดยธุรกิจที่มีการลดงบโฆษณาลง อาทิ กลุ่มมือถือใช้งบลดลง 20% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดงบโฆษณาลง 30% และเครื่องดื่มให้พลังงานใช้งบลดลง 50% ส่วนธุรกิจที่มีการใช้งบมากขึ้น ได้แก่ สกินแคร์และรถยนต์ ขณะที่มหกรรมฟุตบอลโลก 2006 ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ตลาดโฆษณาดีขึ้น เห็นได้จากการที่การที่หลายสินค้ากว่า 10 รายมีการทำภาพยนตร์โฆษณา
**ไม่หวั่นการเมืองพร้อมโตสวนกระแส**
นางพรรณี กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทฯไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจมากนัก เพราะมีแผนรองรับแบบระยะยาว และทางบริษัทฯก็มีการรักษาคุณภาพของงานอยู่ตลอด ภายใต้ “Great Work that Works” รวมถึงมีทีมงานที่มีความสามารถ จึงทำให้บริษัทฯมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละกว่า 10% ทั้งจากลูกค้าเก่าที่มีอยู่และลูกค้าใหม่ อาทิ ฮัทช์ได้มาเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว, ฮอนด้าและกลุ่มบริษัทซีพีเอฟ เป็นต้น
ปัจจุบันบริษัทฯมีลูกค้าอยู่กว่า 40 บริษัท แบ่งเป็นลูกค้าในประเทศในแง่ยอดรายได้ 65% ทั้งนี้ในส่วนยอดรายได้ของบริษัทฯส่วนใหญ่กว่า 65% จากมาจากโฆษณา และอีก 35% มาจากธุรกิจอื่นๆ เช่น อีเวนต์และพีอาร์ ฯลฯ
ส่วนเรื่องการเมืองที่ยังไม่แน่นอนอยู่ในขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของบริษัทฯแต่อย่างใด เนื่องจากทรัพยากรหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ คือ คน ซึ่งตรงนี้อาจกระทบในแง่ความรู้สึกของคนมากกว่า ประกอบกับในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทฯจะยังไม่มีแผนเปิดบริษัทหรือแผนกธุรกิจเพิ่ม เนื่องจากในช่วงต้นปีบริษัทฯได้มีการเปิดตัวบริษัท 141 เวิลด์วายด์ จำกัด ซึ่งดูแลแอคทิเวชั่น อีเวนต์ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และนีโอ แอด โอกิลวี่ ที่ดูแลสื่อดิจิตอลโดยตรง
“การเมืองอาจทำให้เราไม่มั่นใจ ซึ่งตรงนี้มองได้ 2 ด้าน ผลเสีย คือ กฎหมายใหม่ออกไม่ได้หรือมี15 บริษัทที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯก็เข้าไม่ได้ เป็นต้น ส่วนในด้านดีต่อวงการโฆษณา คือ บางกฎหมาย เช่น เรื่องแอลกอฮอลล์ยังยืดเยื้ออยู่ ขณะที่ลูกค้าก็จะไม่กล้าลงทุนอย่างจริงจัง” นางพรรณีกล่าว
**คว้า 4 รางวัลที่คานส์**
ในส่วนของการประกวดผลงานโฆษณาที่เมืองคานส์พบว่า ผลงานของโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอดเวอร์ไทซิ่งสามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาได้ถึง 4 รางวัล ได้แก่ รางวัลโกลด์ (Gold Lions) ประเภทสิ่งพิมพ์ 1 รางวัล จากผลงานโฆษณาโกดัก เอสดี การ์ด , รางวัลซิลเวอร์ (Silver Lions) ประเภทสื่อกลางแจ้ง 1 รางวัลจากผลงานโฆษณาโกดัก เอสดี การ์ด และรางวัลบรอนซ์ (Bronze Lions) ประเภทสิ่งพิมพ์ 2 รางวัลจากผลงานโฆษณาปุ๋ยตรา “Ionique” และผลงานโฆษณาไฟฉาย “INOVA OUTDOOR”
นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ได้รับการคัดเลือก (Shortlist) ให้เข้าชิงรางวัลอีก 3 รายการ คือ ภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ 2 ชุด ได้แก่ ภาพยนตร์โฆษณาไทยประกันชีวิตและสปอนเซอร์ รวมอึงผลงานโฆษณาประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ของ “Stanley”
|
|
 |
|
|