Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน5 กรกฎาคม 2549
"ทนง"ขู่จีดีพีปีหน้าโตแค่2%ธปท.พอใจทิศทางศก.ฟุ้งเงินเฟ้อลด             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ร.ว.
Economics




หม่อมอุ๋ยพอใจทิศทางเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ระบุเงินเฟ้อลดลงแน่นอน "ทนง พิทยะ" ยังมั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 4.5% แต่ปีหน้าอาจเหลือแค่ 3.5% และหากเลวร้ายสุดกรณีการเมืองมีปัญหาและงบปี 2550 ล่าช้า จะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจเหลือแค่ 2%

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความพอใจกับอัตราเงินเฟ้อล่าสุดในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน เพียง 5.9% เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นที่ต่ำกว่าที่ ธปท.ประมาณการไว้ ทำให้ลดแรงกดดันในเรื่องของการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น รวมทั้งการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (อัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร อายุ 14 วัน) ในอนาคต

“เป็นเรื่องที่ดี คาดว่าในอัตราเงินเฟ้อในเดือน ก.ค.จะปรับลดลงได้อีก เพราะในปีที่ผ่านมาได้มีการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลทำให้ฐานเงินเฟ้อเดือน ก.ค.ปีที่ผ่านมาสูงเมื่อเทียบกับฐานในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมาและเมื่ออัตราเงินเฟ้อเริ่มลดลงก็เป็นไปตามการคาดการณ์ของแบงก์ชาติในเรื่องอัตราดอกเบี้ย” ผู้ว่าฯ ธปท.กล่าว

โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ เนื่องจากราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ลดลง แต่กระทรวงระบุว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมัน ที่อาจผลักดันให้เงินเฟ้อขยายตัวค่อนข้างสูง แม้ไม่สูงเท่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) มิถุนายนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3

4 กรกฎาคม 2549

รายงานข่าวระบุว่า ธปท.ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากอัตราเงินเฟ้อเริ่มปรับลดลง ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป และเห็นการลดลงที่ชัดเจนในช่วงเดือน ส.ค.แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะสามารถทรงตัวอยู่ที่ระดับ 5% แม้ว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เฟด ฟันด์ เรตของสหรัฐก็ตาม ทั้งนี้ เมื่ออัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่เดือนมิ.ย.ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เงินเฟ้อเป็นไปตามประมาณการ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อล่าสุดเดือน มิ.ย.ที่อยู่ในระดับ 5.9% และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้า ที่อยู่ประมาณ 4.5% เทียบกับกับอัตราเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4% จะพบว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงยังคงติดลบอยู่ประมาณ 0.5-0.6% ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. ให้ความเห็นว่า ตามสภาพการณ์ของระบบการเงินของไทยในขณะนี้ หากพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 12 เดือนจะเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังเป็นลบ แต่เชื่อว่าในอนาคตอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 12 เดือนจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีก แม้ว่าธปทจะไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มก็ตาม

นอกจากนั้นจะเห็นว่า ธนาคารพาณิชย์พยายามเลี่ยงด้วยการออกเงินฝากอายุใหม่ขึ้นมา เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 9 เดือน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของหลายธนาคารพาณิชย์สูงกว่าเงินฝากประจำ 12 เดือนด้วยซ้ำ หากประชาชนเลือกฝากช่องทางนี้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่จะได้รับจะติดลบน้อยลงหรือบางแห่งจะเริ่มเป็นศูนย์หรือเป็นบวกด้วยซ้ำ

วานนี้ (4 ก.ค.) นายทนง พิทยะ รักษาการ รมว.คลัง เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2549 จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายกระทรวงการคลังคือ 4.5% แต่ในปี 2549 เศรษฐกิจอาจจะขยายตัวเหลือเพียง 3.5-4.0% และอาจจะมีโอกาสขยายตัวเพียง 2% ในทางที่เลวร้ายที่สุดที่เศรษฐกิจปีหน้าจะโตได้เพียง 2% ตามที่นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษา รมว.คลัง ได้คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองที่อาจทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไป ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการใช้งบประมาณปี 2550 ให้เลื่อนออกไปนานมาก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us