|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ผู้ประกอบการโรงแรมเตรียมดันเรื่องเข้าที่ประชุมสมาคมโรงแรมไทย ให้จับมือกับสมาคมด้านการท่องเที่ยว เพื่อร่อนหนังสื่อถึง ทอท. ขอเข้าพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนเปิดใช้จริง เหตุต้องการเห็นสถานที่จริง เพื่อกำหนดแผนการทำงาน หวั่นวันแรกอลหม่าน ชี้เรื่องนี้ความจริง ทอท.น่าจะรู้ดี แต่ทำไม่ยังเงียบ พร้อมวอนผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลกำจัดกลุ่มมิจฉาชีพในสนามบินใหม่ "อลงกรณ์" แฉ 3 บิ๊ก ทอท.ฮั้วประมูลรถเข็นกระเป๋า แฉถือหุ้นบริษัทชนะประมูล จี้ “น้องเขยแม้ว” สอบล็อคสเปคด่วน
แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจโรงแรม เปิดเผยว่า ในการประชุมสมาชิกสมาคมโรงแรมไทยครั้งหน้า เตรียมที่จะยื่นเสนอให้คณะกรรมการสมาคมโรงแรมไทย ได้พิจารณาถึงการหารือกับสมาคมด้านธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น สมาคมมัคคุเทศก์ไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ,สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมผู้จัดการเดินรถแท็กซี่ และ สมาคมรถเช่า เป็นต้น เพื่อร่วมกันทำหนังสือเสนอต่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือทอท. ในการจัดแฟมทริปให้กับสมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวเหล่านี้ได้เข้าไปดูสถานที่จริงของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อทำความเข้าใจกับสถานที่ก่อนที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนกันยายนศกนี้
ทั้งนี้ เพราะสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินใหม่ ซึ่งแน่นอนว่ายังมีคนจำนวนไม่มากนักที่จะได้เข้าไปเห็นสถานที่จริง และการทำธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ มีความจำเป็น ต้องส่งบุคลากรเข้าไปต้อนรับนักท่องเที่ยวถึงสนามบิน ดังนั้นจะต้องรู้จักสถานที่ เช่น จุดจอดรถรับ-ส่ง อยู่ตรงไหน จุดเข้า-ออก ของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก จุดรับกระเป๋า ตลอดจนจุดนัดพบและจุดสำคัญอื่นๆ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน และการแนะนำแก่นักท่องเที่ยวด้วย
"พวกเรามองว่าการเยี่ยมชมสนามบินสุวรรณภูมิ หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เจ้าของพื้นที่ย่อมรู้ดี ขณะที่ในส่วนของภาคธุรกิจท่องเที่ยว อาจให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นหัวหอกในการขอนำชมสถานที่ก็ได้ เพราะเชื่อว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่ของบริษัทนำเที่ยว ,โรงแรมที่จะคอยต้อนรับลูกค้าที่สนามบินคงจะยังมืดแปดด้าน เพราะไม่เคยเห็นสถานที่จริง และเมื่อถึงวันเปิดใช้งานจริงจะเกิดความวุ่นวายโกลาหล"
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 กันยายน 49 ซึ่งเป็นวันที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการเป็นวันแรกนั้น ต้องการให้ทางท่าอากาศยานไทย ได้จัดเจ้าหน้าที่ กระจายยังจุดต่างๆ ทั่วสนามบิน เพื่อคอยแนะนำให้แก่นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จากโรงแรม และ บริษัทนำเที่ยว ที่อาจต้องการความช่วยเหลือ
วอนกันมิจฉาชีพเข้าสนามบินใหม่
แหล่งข่าวคนเดิมยังกล่าวอีกว่า การเปิดใช้สนามบินใหม่ของประเทศไทยในครั้งนี้ ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากเจ้าหน้าที่สนามบิน ตำรวจท่องเที่ยว เป็นต้น เร่งกำจัดกลุ่มมิจฉาชีพ ที่เข้ามาหลอกลวงนักท่องเที่ยวถึงสนามบินให้หมดไปเสียที ทั้งนี้เชื่อว่าปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม กำลังเจอกับปัญหากลุ่มมิจฉาชีพ ที่เข้ามาชิงตัวนักท่องเที่ยวออกไปจากสนามบิน ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเจอกับเจ้าหน้าที่ หรือรถของโรงแรม ที่ไปรอรับลูกค้า จากสนามบินตามที่นัดแนะกันไว้ ซึ่งตรงนี้ทำให้นักท่องเที่ยวเองก็เข้าใจผิดกับทางโรงแรม คิดว่าถูกโรงแรมหลอกลวงทำให้เสียชื่อเสียง อีกทั้งการหลอกนักท่องเที่ยวไปของกลุ่มมิจฉาชีพนี้ ก็จะมีการขูดรีดเงิน หรือเรียกค่าน้ำกับนักท่องเที่ยวในราคาแพงมาก ส่งผลเสียกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย
ทั้งนี้ จากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ ก็หันมาเดินทางเองเพิ่มมากขึ้น โดยมีการติดต่อที่พักโรงแรม ผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ หรือ ติดต่อผ่านเว็บไซน์ของโรงแรม มีการจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า ด้วยบัตรเครดิต ดังนั้นเมื่อเดินทางเข้ามาถึงประเทศไทย บางโรงแรมก็จะส่งเจ้าหน้าที่และรถไปคอยรับ หรือนักท่องเที่ยวบางรายก็จะเดินทางมาโรงแรมเอง ทั้งที่ไม่เคยเห็นสถานที่จริง ตรงนี้จึงเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพ ฉวยโอกาสเข้ามาตีสนิท พูดคุย และบอกว่าจะพาไปส่งโรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการไป แต่ เมื่อถึงที่หมายจริงกับไม่ใช่โรงแรมที่จองไว้ แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักประเทศไทยดีพอ ก็จำต้องเข้าไปเช็คอินโรงแรมนั้น แถมยังเสียค่าบริการให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพในราคาแพงอีกด้วย
อลงกรณ์แฉ3บิ๊กทอท.ฮั้ว
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความคืบหน้าในการตรวจสอบสัมปทานจ้างบริการรถเข็นกระเป๋าของสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า จากการที่บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้เปิดประมูลให้บริษัทเอกชนยื่นซองประกวดราคาประมูลงานรถเข็นกระเป๋าของสนามบินมูลค่า 534 ล้านบาท อายุสัมปทาน 7 ปี โดยมีบริษัทผ่านเกณฑ์และเทคนิครายเดียวคือ บริษัทไทยแอร์พอตกราวน์เซอร์วิสเซส จำกัด (แท็กส์) ส่วนบริษัทอื่นได้รับแจ้งจากทอท.ว่าไม่ผ่านการพิจารณา ทำให้บริษัทแท็กส์ชนะการประมูล
นายอลงกรณ์กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าบริษัทแท็กส์ นั้นซื้อรถเข็นจากโรงงานที่ไม่เคยผลิตรถเข็นกระเป๋าสนามบินนานาชาติมาก่อน ต่างกับบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์การผลิตรถเข็นกระเป๋าให้กับสนามบินทั่วโลกหลายแห่ง ดังนั้นการประมูลดังกล่าวส่อว่าไม่โปร่งใส และมีการแก้ไขสเปครถเข็นกระเป๋า เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่เข้าประมูลเพียงรายเดียว
“นอกจากนี้คณะทำงานตรวจสอบการทุจริตของพรรคยังพบข้อมูลล่าสุดว่า บริษัท ทอท.ถือหุ้นอยู่ในบริษัท 28 เปอร์เซ็นต์ และกรรมการ ทอท. 3 คน คือ ร.อ.อ. ม.ล.ย่อม งอนรถ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ร.อ.อ.พินิจ สาหร่ายทอง ผอ.การท่าอากาศยานดอนเมือง และนายสมชัย สวัสดิผล ผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นกรรมการของบริษัทแท็กส์ ทั้งนี้ ข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.49 ระบุว่า บุคคลทั้ง 3 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทแท็กส์ ดังนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าการประมูลครั้งนี้ ผิดปกติ มีพิรุธ เอื้อประโยชน์ระหว่างกัน และไม่มีการแข่งขันการปะมูลอย่างเป็นธรรม เพราะทอท.และแท็กส์มีความสัมพันธ์กันในเชิงทุน และการบริหารระหว่างกัน" นายอลงกรณ์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และนายชัยเกษม นิติสิริ รองอัยการสูงสุด ที่เป็นบอร์ด ทอท. ตรวจสอบกรณีดังกล่าวเป็นพิเศษ และขอให้ นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานบอร์ด ทอท.ทบทวนการประมูล เพื่อสร้างความถูกต้อง มิฉะนั้นประเทศไทยจะขายหน้าไปทั่วโลก ต้องตระหนักว่าสนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่สนามบินท้องถิ่น จะใช้สินค้าหรือบริการต้องเข้ามาตรฐานสากล ไม่ใช่ของโชว์ห่วยอะไรก็ได้
นายอลงกรณ์กล่าวว่า การร้องเรียนในเรื่องนี้เกิดเมื่อบริษัทท่าอากาศยานไทยเปิดประมูลสัมปทานงานบริการรถเข็นกระเป๋า จำนวน 9,034 คัน พร้อมแรงงาน 250 คน เป็นเวลา 7 ปี หลังจากนั้นได้ออกประกาศขายแบบพร้อมรายละเอียดคุณลักษณะพิเศษ (ทีโออาร์) โดยผู้ประกอบการต้องส่งตัวอย่างรถเข็นจำนวน 11 คัน ประกอบด้วยรถขนาดใหญ่ 1 คัน ขนาดกลาง 5 คัน ขนาดเล็ก 5 คัน
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า หลังจากผู้ประกอบการได้ซื้อแบบและจัดซื้อระตัวอย่าง 11 คัน เงินประกันจำนวน 26.7 ล้านบาท พร้อมซองเสนอราคาและซองคุณสมบัติของรถเข็นและคุณภาพของโรงงานที่ผลิต แต่ก่อนส่งตัวอย่างรถซองเสนอราคา เงินประกัน 1 วัน ทางบริษัทการท่าอากาศยานได้แจ้งว่าขอเลื่อนการประมูลไว้ก่อน และได้แจ้งให้ผู้ประกอบการทราบว่าขอยกเลิกการประมูล ซึ่งไม่ได้แจ้งเหตุผล แต่หลังจากนั้นอีก 13 วัน ได้แจ้งว่าจะมีการประชุมใหม่ มีการแก้ไขเอกสาร โดยเฉพาะการแก้ไขสเปค ของรถเข็นกระเป๋าขนาดกลางใหม่ "ให้มีคุณสมบัติในการบรรทุกกระเป๋าสามารถขึ้น-ลงบันไดเลื่อนเป็นขั้นๆ"ได้ และยังตัดข้อความเก่าที่ว่า "โรงงานที่ผลิตรถเข็นต้องเป็นโรงงานที่เคยผลิตและส่งออกไปใช้สนามบินนานาชาติ" ซึ่งแก้ไขสเปก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการบางรายเท่านั้น
นอกจากนี้ คณะทำงานจะตรวจสอบอีก 46 โครงการ ในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีการเร่งรัดและประมูลด้วยวิธีพิเศษ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ทำ กลับมาเร่งช่วง 2-3 เดือนสุดท้าย โดยอ้างเงื่อนไขเวลาที่จำกัด ซึ่งคณะทำงานได้รับเรื่องร้องเรียนมาเป็นระยะ
|
|
 |
|
|