Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์26 มิถุนายน 2549
The 1 Card ปะทะ Prestige Cardศึกบัตรสมาชิก สร้างลอยัลตี้ ชิงลูกค้าเข้าห้าง             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด

   
search resources

เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น, บจก.
Shopping Centers and Department store
Marketing




เซ็นทรัล รีเทล เปิดตัว The 1 Card บัตรสะสมแต้มที่ใช้ได้ 6 ห้างในเครือ หวังสร้างลอยัลตี้โปรแกรม ชิงลูกค้าตัดหน้า Prestige Card ของเดอะ มอลล์ ที่ใช้เป็นส่วนลดได้ทั้งเดอะ มอลล์ เอ็มโพเรี่ยม และพารากอน

เซ็นทรัล รีเทล รุก CRM ต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จในการทำบัตรสมาชิก Spot Reward Card ของท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ล่าสุดเปิดตัวบัตรสมาชิกสะสมแต้ม The 1 Card ซึ่งสามารถใช้สะสมแต้มในการซื้อสินค้าจากร้านค้าในเครือ 6 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ห้างเซ็นทรัล ห้างโรบินสัน เพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส โฮมเวิร์ค รวมถึงห้างเซ็น (ZEN) ซึ่งคาดว่าจะปรับปรุงเสร็จในช่วงปลายปีนี้ ในขณะที่อีก 2 กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัลรีเทลยังไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้ก็คือ ออฟฟิศ ดีโป้ เนื่องจากเป็นธุรกิจค้าส่งมีมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างสูงจึงไม่คุ้มหากจะเข้าร่วมโปรแกรม The 1 Card ในขณะที่ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็มีบัตร Spot Reward Card อยู่แล้ว แต่ในเร็วๆนี้จะมีการลิงก์บัตร Spot Reward Card กับ The 1 Card เข้าด้วยกัน

The 1 Card เป็น Cross Category Promotion ของเครือเซ็นทรัล รีเทล จากเดิมที่แต่ละห้างจะมีบัตรและมีการทำโปรโมชั่นของตัวเองซึ่งไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ทำให้ผู้บริโภคต้องพกบัตรหลายๆใบ แต่ The 1 Card จะสามารถสะสมแต้มรวมกันได้ไม่ว่าจะซื้อจากห้างใดก็ตามที่ร่วมโปรแกรม

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้เดอะ มอลล์ก็มีการออกบัตรเพรสทีจ การ์ด โดยตั้งความหวังว่าบัตรดังกล่าวจะสามารถสร้างลอยัลตี้และชิงลูกค้าจากคู่แข่งให้เข้ามาใช้บริการห้างในเครือเดอะ มอลล์ มากขึ้น ซึ่งบัตรดังกล่าวให้ส่วนลดแก่สมาชิก 5% สำหรับการซื้อในเดอะ มอลล์ พารากอน และเอ็มโพเรี่ยม แต่มีการยกเว้นสำหรับสินค้าบางแผนกเช่น สุรา ฟาสต์ฟู้ด ยา อาหารเทคโฮม และร้านค้าเช่า รวมถึงงดการใช้บัตรร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ โดยเพรสทีจ การ์ด จะมีการดีไซน์บัตรตามห้างผู้ออกบัตร ก็คือเดอะ มอลล์, ดิ เอ็มโพเรี่ยม และพารากอน เช่นเดียวกับ เดอะ วัน การ์ด ของเซ็นทรัลรีเทล ที่มีการดีไซน์บัตรตามห้างผู้ออกบัตร

"The 1 Card ให้ประโยชน์ที่มากกว่าบัตรส่วนลดทั่วไปเพราะลูกค้าสามารถสะสมแต้มได้ไม่ว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าราคาปกติหรือเป็นสินค้าที่ได้ส่วนลดก็สะสมแต้มได้โดยทุกๆ 25 บาทจะได้ 1 แต้ม ยกเว้นเพาเวอร์บายต้องซื้อ 50 บาทถึงได้ 1 แต้ม เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาสูงแต่มาร์จิ้นต่ำ และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของการลิงค์บิสสิเนสยูนิตทั้ง 6 เข้าด้วยกันโดยใช้ Synergy Promotion ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด (On Top Benefit) จากการทำโปรโมชั่นแต่ละครั้ง นอกจากนี้ยังทำให้โปรแกรมการตลาดมีความหลากหลาย สามารถเพิ่มทราฟฟิกของลูกค้าและสร้างสีสันให้กับการทำโปรโมชั่นได้มากขึ้น" อลัน นามชัยศิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าว

สำหรับแต้มสะสมของ The 1 Card นั้นสามารถนำไปแลกคูปองเงินสดได้โดย 800 แต้มจะได้คูปองเงินสด 100 บาท ส่วน 4,000 แต้มจะได้คูปองเงินสด 500 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทลต่อไป และเมื่อซื้อด้วยคูปองดังกล่าวผู้บริโภคก็ยังคงได้แต้มสะสมตามราคาสินค้านั้นๆด้วย เช่น ซื้อสินค้า 500 บาท ใช้คูปอง 100 บาท จ่ายจริง 400 บาท แต่คิดแต้มสะสมจาก 500 บาท นอกจากนี้ยังสามารถใช้แต้มสะสมในบัตรไปแลกสินค้าสำหรับบางโปรโมชั่นได้

On Top Benefit ที่ผู้บริโภคได้จาก The 1 Card นอกจากจะสร้างลอยัลตี้แล้วยังส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล มากขึ้น เนื่องจาก 6 กลุ่มธุรกิจ ที่มีความหลากหลายของสินค้าทำให้ครอบคลุมตลาดหลายๆกลุ่ม ซึ่งแต่เดิมผู้บริโภคอาจจะใช้บริการห้างใดห้างหนึ่งจาก 6 ห้าง แต่เมื่อมี The 1 Card ที่มีแต้มสะสมให้กับผู้บริโภค ก็ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะไปใช้จ่ายในเครือเซ็นทรัล รีเทล มากขึ้น เช่น คนที่ชอบเทคโนโลยีก็อาจซื้อสินค้าจากเพาเวอร์บายแต่ไม่เคยไปซื้อสินค้าอื่นๆในเครือเซ็นทรัล รีเทล แต่พอมีบัตร The 1 Card ก็จะเลือกซื้อสินค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล มากขึ้น เช่นแต่ก่อนอาจจะไปซื้อของตกแต่งบ้านจากที่อื่น แต่พอมีบัตรก็จะไปซื้อที่โฮมเวิร์คแทน หรือการเดินชอปปิ้งตามห้างต่างๆเดิมทีเลือกเข้าห้างที่สะดวกอยู่ใกล้ แต่พอมีบัตรสะสมแต้มก็อาจยอมไปไกลอีกนิดเพื่อให้การชอปปิ้งมีมูลค่าเพิ่มจากแต้มสะสม

นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยซัปพลายเออร์ด้วย เนื่องจากปัจจุบันสินค้ามักตกรุ่นเร็วและราคาก็ตกเร็วตามไปด้วยทำให้ผู้บริโภคมักชะลอการซื้อเวลาที่มีสินค้าออกมาใหม่ แต่ The 1 Card จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นเพราะทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปคืนกลับมาในรูปของแต้มสะสม

"The 1 Card จะเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่จะทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในเซ็นทรัล รีเทลมากขึ้น โดยพฤติกรรมผู้บริโภคทุกวันนี้ฉลาดเลือก ฉลาดซื้อมากขึ้น หลายคนรู้สึกเฉยๆกับบัตรส่วนลดเพราะแต่ละห้างต่างก็มีโปรโมชั่นพิเศษอยู่แล้ว บัตรเครดิตเองก็มีการให้ส่วนลดกับลูกค้า ดังนั้นลูกค้ามักจะเลือกใช้บัตรที่ให้ประโยชน์สูงสุดในช่วงนั้นๆ ซึ่งที่ผ่านมาบัตรแต่ละใบก็ไม่ได้ให้ส่วนลดรวมกัน ผู้บริโภคต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สำหรับ The 1 Card ผู้บริโภคนอกจากจะได้ส่วนลดจากโปรโมชั่นของห้างหรือจากการใช้บัตรเครดิตแล้ว ยังสามารถสะสมแต้มได้ด้วย ทำให้แตกต่างจากคู่แข่งที่ได้ส่วนลดแล้วจบกัน แต่ของเราได้ทั้งส่วนลด และได้แต้มสะสม นอกจากนี้ยังมีส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษเป็นคราวๆไป" เหมินฝัน เอายิ่งเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าว

ความสำคัญของ The 1 Card และ Prestige Card ก็คือบัตรทั้ง 2 ใบมีการเก็บบันทึกข้อมูลพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคทำให้ทั้ง เซ็นทรัล รีเทล และ เดอะ มอลล์ ต่างรู้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าแต่ละคนซึ่งจะได้มีการทำโปรโมชั่นเฉพาะที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มต่อไป นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อซัปพลายเออร์เนื่องจากทางห้างมีข้อมูลลูกค้า จึงสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคได้

เซ็นทรัล รีเทล มีการใช้เวลากว่า 2 ปีในการพัฒนาโปรแกรม The 1 Card ภายใต้งบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท แบ่งเป็นงบด้านไอที 130 ล้านบาท งบการตลาด 130 ล้านบาท ที่เหลือเป็นงบส่วนปฏิบัติการ โดยบริษัทตั้งความหวังว่าในสิ้นปีนี้จะมียอดสมาชิกไม่ต่ำกว่า 2.8 ล้านราย (ยังไม่รวมฐานสมาชิกเก่าจากบัตรของแต่ละห้างที่มีรวมกันกว่า 1.6 ล้านราย) และจะเพิ่มเป็น 6 ล้านรายภายใน 5 ปี โดยเชื่อว่าสมาชิกผู้ถือบัตรกว่า 60% จะมีการซื้อสินค้าอย่างสม่ำเสมอขณะที่บัตรแบบเดิมที่ใช้ได้เฉพาะห้างนั้นๆมีสมาชิกที่แอ็กทีฟเพียง 30-32% เท่านั้น สำหรับยอดขายที่เกิดจากการใช้บัตรเดอะ วัน การ์ดในปีนี้ คาดว่าจะสูงถึง 17,000 ล้านบาท และจะส่งผลให้ยอดขายของทั้ง 6 ธุรกิจในเครือมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 12%

"เราทาร์เก็ตกลุ่มเป้าหมายวัย 15-70 ปี ยอดสมาชิก 2.8 ล้านรายที่คาดหวังเชื่อว่าไม่ยากเกินไป เพราะถ้าดูจากความสำเร็จของสปอร์ต รีวอร์ด การ์ด ที่ตั้งเป้าปีแรกไว้ที่ 800,000 รายแต่พอจบปีทำได้ 1,200,000 ราย ปัจจุบันมีสมาชิก 2.3 ล้านราย และในอนาคตเมื่อบัตร เดอะ วัน การ์ด ร่วมกับ สปอร์ต รีวอร์ด การ์ด ของท็อปส์เรียบร้อยแล้วก็จะทำให้เรารู้ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น สามารถทำการตลาดตอบสนองได้ตรงใจลูกค้า และจะทำให้เรามีสมาชิกมากขึ้น" เหมินฝัน กล่าว

ในขณะที่เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ตั้งเป้าว่าจะมีสมาชิกบัตรเพรสทีจ การ์ด กว่า 1 ล้านรายภายในปีนี้ โดยเป็นฐานลูกค้าเดิมที่ถือบัตร เดอะ มอลล์ วี ไอ พี การ์ด และ ดิ เอ็มโพเรี่ยม การ์ด กว่า 700,000 ราย ซึ่งเดอะ มอลล์ กรุ๊ป คาดว่าบัตรสมาชิกจะช่วยให้เครือบริษัทมียอดขายโตขึ้น 8% โดยการใช้จ่ายของสมาชิกต่อหัวต่อครั้งไม่ได้มากกว่าลูกค้าทั่วไป แต่จะมีการซื้อที่ถี่มากกว่า โดยเฉพาะที่ ดิ เอ็มโพเรี่ยมมีการซื้อต่อครั้งประมาณ 3,500-4,000 บาท ส่วนที่สยาม พารากอนมีการซื้อเฉลี่ยต่อครั้ง 3,500-3,800 บาท นอกจากนี้ยังมีการทำโปรโมชั่นสำหรับผู้ถือบัตร เพรสทีจ การ์ด อย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดมีการทำแคมเปญ Paragon & Emporium Thai Pride โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท จะได้ลุ้นรางวัลแพกเกจท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่ถ้าเป็นสมาชิกบัตรเพรสทีจ การ์ด จะได้คูปองลุ้นรางวัล 2 ใบ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นกระตุ้นการใช้จ่ายของสมาชิกโดยผู้ถือบัตรเพรสทีจ การ์ดที่มีการใช้จ่ายสะสมสูงสุดจะได้บัตรกำนัล 50,000 บาท 5 รางวัล 5,000 บาท 150 รางวัล 1,000 บาท 3,000 รางวัล และสมาชิกเพราสทีจ การ์ดที่ซื้อครบทุก 1,000 บาท จะได้รับสิทธิลุ้นบัตรกำนัล 1,000,000 บาท 1 รางวัล

อย่างไรก็ดี ด้วยจำนวนสาขาของเดอะ มอลล์ รวมกับ ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ สยาม พารากอน ที่มีเพียง 10 แห่ง ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเครือเซ็นทรัล รีเทล ทั้ง 6 กลุ่มธุรกิจที่มีสาขากระจายมากถึง 230 สาขาทำให้เซ็นทรัล มีความได้เปรียบกว่า แต่ความยุ่งยากที่จะต้องสะสมแต้มก่อนจะคืนกลับมาเป็นคูปองเงินสดจะดึงดูดสมาชิกใหม่ได้มากน้อยเพียงใด ยังต้องรอการพิสูจน์ ทั้งนี้ผู้บริหารเซ็นทรัล รีเทล มั่นใจว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักกับบัตรส่วนลด เพราะแต่ละกลุ่มธุรกิจในเครือมีการทำโปรโมชั่นที่มากพอแล้ว แต่ผู้บริโภคสนใจในเรื่องของดับเบิ้ลพ้อยน์ หรือประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของบัตรเดอะ วัน การ์ด ที่ใช้สะสมแต้มร่วมกับบัตรอื่นได้และใช้ได้กับสินค้าราคาปกติและสินค้าลดราคาพิเศษ ทำให้ผู้บริโภคได้ทั้งส่วนลด และแต้มสะสม   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us