ตำแหน่งรองประธานภูมิภาคฝ่ายการลงทุนของวิสิฐ ตันติสุนทร ที่นั่งอยู่บนชั้น
12 ของตึกเอไอเอในประเทศไทย มีภารกิจดูแลครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนที่สำคัญๆ
ที่บริษัทแม่ "เอไอจี" หว่านเม็ดเงินมหาศาลลงไปในธุรกิจดั้งเดิมด้านประกันชีวิตและประกันภัย
รวมถึงธุรกิจใหม่ขณะนี้ที่กำลังเฟื่องฟู คือการบริหารกองทุนซึ่งเป็นธุรกิจการให้บริการทางการเงิน
(Financial Services)
ปัจจุบันวิสิฐทำงานหนักให้กับเอไอจีที่มีสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ฮ่องกง
ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นสำนักงานที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาก็ไต้หวัน อันดับสามคือ
ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ขณะที่อนาคตรอใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตจากรัฐบาลเวียดนาม
และวิสิฐเริ่มเข้าไปดูการทำธุรกิจจัดการกองทุนที่อินเดียอยู่
วิสิฐเป็นนักบริหารการเงินมืออาชีพหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาร่วมทำงานให้เอไอเอได้เพียง
3 ปี นับตั้งแต่เดือนพฤษภาทมิฬในปี 2535 ก่อนหน้านี้วิสิฐทำงานกับทิสโก้มานานมากถึง
9 ปี ฝึกวิทยายุทธ์จนกลายเป็นมืออาชีพครองตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อก่อนลาออกมาทำกับเอไอเอ
นามสกุล "ตันติสุนทร" คุ้นหูเพราะอาของวิสิฐเป็นนักการเมือง
แต่วิถีทางของวิสิฐไม่ต้องการเป็นผู้แทนราษฎร เขาเลือกที่จะบริหารเงินๆ ทองๆ
มากกว่า โดยเรียนจบปริญญาตรีบัญชีและพาณิชยศาสตร์ สาขาสถิติจากจุฬาฯ และบินไปเรียนต่ออีกสองปีก็คืนรังด้วยดีกรีเอ็มบีเอ-ปริญญาโท
สาขาการเงินจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา
หนุ่มเอ็มบีเอจากวิสคอนซินคนนี้ได้สั่งสมประสบการณ์เพียง 12 ปีก็ก้าวขึ้นมาสู่ระดับรองประธานภูมิภาคของสถาบันยักษ์ใหญ่ประกันชีวิตอย่างเอไอเอได้ด้วยฝีมืออันโดดเด่น
จากการบริหารพอร์ตลงทุนของเอไอเอประเทศไทยในปีที่แล้ว ที่สร้างตัวเลขผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า
30% ขณะที่ตลาดการเงินผันผวน เป็นผลงานที่เปรียบเหมือนสปริงบอร์ดที่ส่งเสริมให้ฐานะตำแหน่งการงานของวิสิฐสูงขึ้นทันตา
จากรองประธานฝ่ายการลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย พุ่งเป็นดาวรุ่งในฐานะรองประธานภูมิภาคฝ่ายการลงทุน
"นโยบายการลงทุนของเอไอเอ คือ หนึ่ง-ลงทุนในประเภทเสี่ยงน้อยที่สุด
เช่น ฝากแบงก์ สอง-ลงทุนระยะยาวที่สุดเพราะกรมธรรม์ประกันชีวิตถือเป็นภาระหนี้สินระยะยาวและคงที่
ทำให้เราต้องลงทุนในตราสารหรือเครื่องมือการเงินที่มีระยะยาว และสาม-ผลตอบแทนสูงที่สุด"
นี่คือหลักการบริหารเม็ดเงินของเอไอเอที่วิสิฐเล่าให้ฟัง
ขณะนี้พอร์ตลงทุนของเอไอเอในประเทศไทย 80% ของสินทรัพย์รวม 45,000 ล้านบาท
จะถูกนำไปลงทุนในส่วนที่ให้ผลตอบแทนคงที่ (Fix Income Securities) แยกเป็นฝากธนาคาร
45% พันธบัตรรัฐบาลอีก 13% และลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของเอไอเอแค่หลักร้อยล้านเท่านั้นเอง
ส่วนอีก 21% ของสินทรัพย์รวมได้นำไปลงทุนในตลาดทุน (Equity Market) เป็นการลงทุนโดยตรงด้วยการถือหุ้นในธุรกิจที่มีศักยภาพ
เช่น ลงทุนนับ 500-600 ล้านในเทเลคอมเอเซีย ถือหุ้น 5% ในชินวัตรคอมพิวเตอร์ฯ
ถือ 8% ชินวัตรแซทเทลไลท์ 12% ของหุ้นควอลิตี้ เฮ้าส์ ถือหุ้นในบลจ.ไทยพาณิชย์
20% ถือหุ้น 20% ของโรงแรมฮิลตัน ณ ปาร์คนายเลิศ ถือหุ้นในแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนท์
และถือหุ้น 13% ในบริษัทศรีอู่ทอง
"หลังจากผมร่วมงานกับเอไอเอเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมได้จัดพอร์ตโฟลิโอใหม่
โดยโยกเงินลงทุนระยะสั้นที่มีอยู่นับหนึ่งหมื่นล้านไปอยู่ในรูปการลงทุนระยะยาว
เพื่อให้ภาระหนี้สินกับทรัพย์สินมีระยะเวลา ทำให้เราได้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย
เช่น ฝากแบงก์ และสามารถขยายระยะเวลาสินทรัพย์ลงทุนมากขึ้นจาก 2-3 ปีเป็น
6-7 ปีและเราพอใจในผลตอบแทนที่ดี" ในแต่ละปีเม็ดเงินใหม่ แคชโฟลที่นำมาลงทุนจำนวนไม่ต่กว่า
13,000 ล้านบาทที่วิสิฐบริหาร
การเลือกเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจ เช่น ชินวัตรกรุ๊ปและแกรมมี่ในมิติความคิดของนักลงทุนอย่างวิสิฐ
ตันติสุนทร หัวใจสำคัญอยู่ที่ต้องมองให้ทะลุเห็นศักยภาพเติบโตและมูลค่าเพิ่มอันมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
"ทุกครั้งที่ผมตัดสินใจจะลงทุนเช่นในธุรกิจโทรคมนาคมซึ่งผมเข้าไปลงทุนทุกตัว
ผมมองลึกลงไปกว่านั้นว่า แค่รายได้จากการเก็บค่าใช้โทรศัพท์สามบาทต่อครั้งนั้นไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอันดับแรก
แต่ "มูลค่าเพิ่ม" ที่เดินมาตามสายโทรศัพท์ใยแก้วมีมหาศาล เช่น
เคเบิลทีวี ที่เชื่อมโยงธุรกิจโทรคมนาคมกับที่เราลงทุนในบริษัทแกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์
ซึ่งเป็นธุรกิจบันเทิงที่ผมไม่ได้มองแค่แกรมมี่มีแต่เพลวเท่านั้น แต่ทำอย่างไรจึงจะผลิตซอฟต์แวร์โปรแกรมผ่านสื่อทีวีเข้าถึงบ้านโดยตรงหรือทำรีเทลเอาต์เล็ตซึ่งแกรมมี่ขยายตลาดไป"
เบื้องหลังการลงทุนแต่ละกิจการที่วิสิฐมองเป็นทัศนะที่ต้องกว้างไกล
ความเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่หลายบริษัทยักษ์ใหญ่น้อยต่างรุมจีบอย่างเอไอเอ
เป็นเพราะแหล่งเงินทุนระยะยาวที่คิดดอกเบี้ยต่ำ ดังเช่น กรณีบริษัทการบินไทยที่กู้เอไอเอซื้อเครื่องบินแอร์บัส
หรือการปล่อยสินเชื่อเคหะให้แก่บริษัทพร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค และแลนด์ แอนด์
เฮ้าส์
"ผมคิดว่าพอร์ตโฟลิโอของเราพยายามที่จะกระจายความเสี่ยงในส่วนที่เสี่ยงน้อยที่สุด
กรณีบริษัทการบินไทยก็มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เหมือนประเทศไทยค้ำประกันเงินกู้นี้
และมันเป็นการซินเนอยี่ระหว่างเอไอจีกรุ๊ปด้วยกัน คือการปล่อยเป็นเงินบาท
แล้วบริษัทเอไอจี ไฟแนนเชียล โปรดักส์ ในเครือเอไอจีทำการสวอปเงินบาทเป็นดอลลาร์ให้กับการบินไทย
โดยมี Arranger เป็นบริษัทเอไอเอแคปิตอล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจของเอไอเอทำ"
ธุรกิจบริการการเงินที่วิสิฐเล่าให้ฟังคือทิศทางใหม่ที่จะเพิ่มบทบาทเอไอเอในยุทธจักรนี้
นอกเหนือจากความเป็นยักษ์ใหญ่ด้านประกันชีวิต
นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้เอไอเอประสบความสำเร็จคือ เป็นนักลงทุนระยะยาวซึ่งไม่เหมือนกองทุนอื่นๆ
ขณะเดียวกันก็เป็นหุ้นส่วนทางการเงินระยะยาวที่มีเครดิตเรตติ้งระดับ AAA
ที่สามารถเสริมบริษัทที่เอไอเอเข้าไปถือได้ รวมทั้งให้บริการด้านการเงินครบวงจรที่จุใจ
ต้นทุนต่ำในขณะนี้